onGoing

เทศกาลหมา หมา(และแมว):3

posted on 06 Nov 2009 06:05 by sengkaraoke  in onGoing

 

เซ็งบรมเลยครับ เพิ่งมีปัญหากับ Photobucket เวปที่ฝากรูปไว้

ทำให้รูปที่เคย post ใน entry เก่าๆหายหมด!!

ตอนนี้ผมเลยต้องเปิด account ใหม่ใช้ไปก่อน ส่วน entry เก่าค่อยมาแก้กันอีกที(ถ้าไม่ขี้เกียจ)

.

.

 

มาต่อกันจากเทศกาลหมา หมา จากครั้งก่อนในตอนสุดท้าย

 

หมาพันธุ์ Miniature Schnauzer นี่หนวดเค้ารุงรัง หน้าตาเป็นลุงหนวดอย่างที่เห็นอยู่แล้ว

ไม่ได้ถูกโกนขนเหลือไว้แต่เครานะ

 

หมา Siberian Husky คู่นี้กำลังถ่ายแบบกันอยู่เลย

เห็นหน้าดุๆเหมือนหมาป่า แต่ว่าตัวจริงใจดี เล่นได้นะ

 

เจ้านี่ก็เป็นหมาในเมืองหนาวอีกตัว American Eskimo dog

ที่เห็นว่าเหมือนจะอ้วน นี่จริงๆแล้วตัวไม่ใหญ่นะ ขนมันฟูหลายชั้น นุ่มมือมากๆ

 

เดินมาเจอวัตถุปริศนา คิดว่าใครเอาผ้าขี้ริ้วมาวางแถวนี้วะ

 

ที่ไหนได้ พอมันขยับตัวลุกขึ้นมา ที่แท้เป็นเจ้าหมา Puli หมาปั่นขน dred lock นี่เอง

จับไปจับมา ไม่ค่อยเหมือนเล่นกับหมาเลย เหมือนลูบหัวคนมากกว่า (ชาวเรกเก้คงชอบกัน)

 

หมา Pug ถูกจับแต่งแฟนซี หน้าเลยบึ้งเชียว (หรือมันบึ้งอยู่แล้วหว่า)

 

หมาที่ขี้เหร่ที่สุดในงาน แต่ขอโทษ เป็นพันธุ์แท้มาจาก Mexico นะครับ ชื่อยาวๆจำไม่ได้

ดูไปดูมาออกแนวน่าสงสาร เลยไม่ค่อยมีใครเล่นด้วยเลย

 

Saint Bernard ทำหน้าเหนื่อยๆเซ็งๆ เพราะคนเข้ามาเล่นกับมันทั้งวัน

 

ตัวนี้เห็นแล้วนึกถึงหมีขาวขั้วโลก เพราะตัวขาว, ขนนุ่ม และตัวใหญ่มากๆ

 

ลองเทียบสเกลกับคนดู 

 

ตัวสุดท้ายนี่เค้าฮอตจริงๆ French Bulldog เนี่ย ติดอันดับหมายอดนิยมอันดับต้นๆ

ของคนอเมริกันเลยนะ น่าจะเป็นเพราะว่ามันน่ารัก, ตัวขนาดกำลังดี, สุภาพ และไม่ขี้เห่า

 

อย่างที่เห็น กำลังมีรายการทีวีมาสัมภาษณ์คุณลุงเจ้าของอยู่

ว่าแล้วลุงแกเลยอุ้มเจ้าตัวสีดำขึ้นมาโชว์ออกกล้องเสียหน่อย

 

สักพักได้ยินเสียงเห่า ทั้งคนทั้งหมาเลยก้มมาดูว่าเหิดอะไรขึ้นเนี่ย

 

เอ้า! เจ้าสีน้ำตาลอีกตัวอิจฉาตัวสีดำซะงั้น ทั้งเห่าทั้งตะกุยให้เจ้าของอุ้มมั่ง

 

ลุงเลยต้องอุ้มมันขึ้นมาออกกล้องมั่ง ดูหน้ามันสิ น่าหมั่นไส้ ปนน่าขยี้เล่นมากๆ

 

-----------------------------------------------------------------------------------------

 

เสื้อที่ใส่ไปในงานวันนั้น ของ RUHEL (อีก upscale brand ในเครือของ Abercrombie)

bid มาจาก e-bay เพราะมันปักหมา French Bulldog นี่แหละ น่ารักโคตร

แต่วันนั้นหนาว เลยใส่ jacket ทับ เลยไม่มีใครเห็นอะ

 

entry นี้จัดให้หลายๆท่านที่เรียกร้องอยากชมเหล่าแมวเหมียวในงาน Meet the Breeds

อาจจะมีไม่มากเท่ากับส่วนของหมาเพราะเค้านำมาโชว์แค่ 40 สายพันธุ์ ขณะที่เจ้าตูบ

กลับขนมาถึง 160 พันธุ์! แมวจะน้อยกว่าแต่ความน่ารักไม่แพ้กัน มาดูกันเลยดีกว่า

.

.

.

แมวที่ใครๆก็อยากมาเห็นตัวจริง เจ้า Sphinx หรือแมวไร้ขนนั่นเอง

ก่อนเข้าไปเล่นกับมัน เจ้าของเค้าขอให้ช่วยล้างมือก่อนนิดนึงด้วยน้ำยาที่เตรียมไว้

เพราะว่ามันไม่มีขน เลยมีโอกาสติดเชื้อทางผิวหนังค่อนข้างง่าย

 

เท่าที่จับๆดู ตัวมันก็นิ่มๆแปลกๆดี บอกไม่ถูกว่ามันน่ารักหรือเปล่า

ดูไปดูมาเหมือนป้าแก่ๆเลยเนอะ..

 

 

ใครจำเจ้าแมวตัวร้ายในการ์ตูน Disney's เรื่อง Lady and Tramp ได้บ้าง

จริงๆมันคือ แมวไทย หรือ Siamese cat ของเรานี่เอง!

 

ในการ์ตูนดูโหดๆ แต่ตัวจริงหน้าหวาน และสีสวยมากๆเลย

 

 

แมวพม่า หรือ Burmese cat เองก็เป็นที่นิยมเช่นกัน

 

แมวญี่ปุ่นที่หน้าตายังกะเดินออกมาจากการ์ตูน  เจ้า Japanese Bobtail

 

ที่บูธนี้สะดุดตากับเจ้าของก่อนเลย ก็เจ๊เล่นแต่งตัวมาเต็มสูบ เด่นกว่าแมวซะงั้น

 

ลองมาเล่นมันใกล้ๆ เจ้าแมวรัสเซีย Russian Blue

ขนสีเทาเนียนๆ สวยมากๆ แถมตายังเป็นสีฟ้าอีกแน่ะ

 

 

ดูเผินๆนึกว่าแมวป่า ซึ่งเจ้าของเค้าบอกว่ามันสืบเชื้อสายมาจากแมวป่าจริงๆ

 

เห็นน่ารักอย่างนี้ สมัยอียิปต์เค้านับถือมันเป็นเทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์เลยนะ

เจ้า Abyssinians แมวที่สืบเชื้อสายมากว่าพันปี!

 

 

ตัวสุดท้ายนี้ชอบมาก แมว Persian อยู่นี่เอง

เจ้าตัวนี้ถูกตัดขนซะเกรียน(นี่ขนสั้นแล้วนะ) แถมพิเศษที่สีขนใต้ตามันเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ

ตัดกับขนขาวมากของมัน เลยดูเหมือนแมวแก้มแดงไปเลย

 

เจ้านี่ฮอตมากๆ คนรุมเล่นมันใหญ่เลย รอตั้งนานกว่าจะถึงคิว

ขอบอกว่าขนมันนุ่มมากๆ แต่ไม่กล้าลูบมาก กลัวขนมันดำ

หน้าตามัน ดูแล้วง่วงนอนได้อีก.. งั้นผมไปนอนก่อน(อ้าว!)

 

ครั้งหน้ารอพบกับรวมฮิตหมาแบบเต็มๆตอนสุดท้ายนะครับ 

เทศกาลหมา หมา(และแมว):1

posted on 19 Oct 2009 13:38 by sengkaraoke  in onGoing

 

วันนี้ผมเพิ่งกลับจากการไปชมงานหนึ่ง ซึ่งมีความสุขมากๆจนเก็บไว้ไม่อยู่ ต้องรีบอัพ

entry นี้เลยอาจยาวนิดนึง และน่าจะลากไปหลายตอนติด(ถ้ายังไม่ขี้เกียจเขียน)

.

.

 

งานนั้นก็คือ Meet the Breeds 2009 หรือ เทศกาลหมา หมา(และแมว) 

งานเดียวที่รวบรวมหมาและแมว กว่า 200 สายพันธุ์ มาให้ทุกคนได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด!

จัดโดย American Kennel Club ค่าตั๋วหน้างาน $12 ที่ Javis Center เพียงสองวันเท่านั้น

 

รูปแบบงานกล่าวคือ เค้าจะรวบรวมสมาคมของหมาและแมวพันธุ์ต่างๆมาออกบูธ

เพื่อให้ความรู้ และให้ผู้ชมได้สัมผัสกับหมาพันธุ์นั้นๆอย่างใกล้ชิด ซึ่งในส่วนอื่นๆก็เช่น

การออกบูธขายของ, การประกวด และแสดงความสามารถของหมา ฯลฯ

 

หลักๆคือผมจะเดินตระเวณเล่นกับเจ้าตูบตามบูธต่างๆ เสียเป็นส่วนใหญ่

ซึ่งเจ้าของเค้าก็ nice กันมากๆ ชวนเราคุย และยินดีให้เล่น หรือถ่ายรูปหมาได้ตามสบาย

.

.

 

Chinese Cha-Pei เจ้าหมาจีนหน้าย่น หน้าตามึนๆ

 

ว่าแล้วก็ต้องขยี้ๆๆ เล่นซะ นุ่มนิ่มมากๆเลย อยากจูงกลับไปเล่นต่อที่บ้าน

 

Bullterrier หมาพันธุ์นี้หน้ามันเหมือนวัวจริงๆ ฮาดีแฮะ ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อก่อน

เค้าใช้เป็นหมาล่าเนื้อ ไม่ก็เอาไว้กัดกันเป็น fighting dog

 

ถ้าฝรั่งเค้าชอบตัวไหนมากๆ ก็เข้ามาขอถ่ายรูปคู่เป็นธรรมดา(ยังกะดาราเลย)

 

ส่วนตัวนี้กลับเหมือนแกะ Bedlington terrier เป็นหมา Hunter ที่ได้สมยานามว่า

A lion's heart with a lamb's face

 

Chiba หมาญี่ปุ่น หน้าตาก็ญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น เหนื่อยครับ หลับไปแล้ว

แต่เราก็ยังเข้าไปลูบๆเล่นมันได้ เจ้าของไม่ว่า ขนนิ่มอีกเช่นกันแต่ว่าตัวเล็กกว่าที่คิด

 

สบายไปไหมน้อง หนุนเจ้า Mastiff แทนหมอนซะงั้น

 

หมาอะไรไม่รู้ตัวใหญ่มากๆ กำลังพยามยามเรียกร้องความสนใจโดยการลงไปนอนหงาย

ให้คนมาเกาพุงให้ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง คนมาเกาเล่นกันเพียบ ทำตัวน่ารักได้อีก

 

หมาอียิปต์ก็มีนะ เจ้า Pharoh Hound ต้นแบบของหัวเทพเจ้า Anubis นั่นแหละ

 

ทำตาซึ้งเชียวนะ เจ้า Boston Terrier

 

เหมือนกันไปไม๊ หมา Chow Chow กับเจ้าของ

 

หมาสิงโตตัวเบิ้มขนฟู นุ่มมือมาก ผมกอดเล่นจนเพลินเลย(หมานะไม่ใช่เจ้าของ)

 

ขอพักกินน้ำแปบนึงฮับ ชักจะยาวไปละ ไปติดตามกันต่อตอนหน้า.. เจ้า Shi-Su ว่ายังงั้น..

edit @ 19 Oct 2009 22:53:32 by sengkaraoke

ไปเที่ยวเสียที

posted on 24 Aug 2009 11:35 by sengkaraoke  in onGoing

 

Las Vegas เมืองที่เคยเห็นแต่ในหนัง และอยากไปมานาน

ครั้งนี้สบโอกาสได้ไปเสียที หลักๆผมคงเดินดูแสงสีของเมือง และไปดู Grand Canyon

กับอะไรจุกจิกอีกนิดหน่อย

ออกเดินทางวันจันทร์นี้(พรุ่งนี้) กลับมาวันพฤหัสฯ รวม 4 วัน 3 คืน..

 

ขอตัวไปจัดกระเป๋าก่อนละครับ..

Moma 02: สุดตีน!

posted on 16 Aug 2009 01:39 by sengkaraoke  in onGoing

MoMA หรือ Museum of Modern Art ช่วง summer นี้คึกคักไปด้วย exhibition ใหม่ๆน่าสนใจ

หลายอย่างที่เพิ่งนำมาจัดแสดง ครั้งนี้ไม่ขอเกริ่นนาน มาดูกันเลยดีกว่า เนื่อหามันเยอะอยู่

.

.

 

Project 90 : ขยะชัดๆ

งาน installation art ของศิลปินชาวจีนนาม Song Dong

ด้วยแนวคิดที่ว่า ข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของเรานั้นมันแฝงไว้ซึ่งความเป็น

Contemporary art.. ว่าแล้วพี่แกก็จัดการขนเอาของทั้งหมดที่ว่ามาจากประเทศจีน

วางแบกะดินเรียงให้ดูอย่างที่เห็น! (แถมทั้งหมดเป็นของใช้แล้วด้วยนะ

 

ไล่เรียงไปตั้งแต่ ถ้วยโถโอชาม, เฟอร์นิเจอร์, เสื้อผ้า, รองเท้า, หนังสือ, ศาลาเก่าๆตรงกลาง

ไปจนถึงอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะ ละลานตาไปหมด 

 

พวกขวดน้ำ หรือแม้แต่ถุง shopping ก็มี พอมาวางรวมๆกันแล้ว ดูแปลกตาดี

 

เดินไปเดินมาสักพัก นึกว่าตัวเองอยู่ในตลาดมืด คลองถม 

แต่ฝรั่งก็ให้ความสนใจกันพอสมควรนะ เพราะคงเป็นอะไรที่ดู exotic สำหรับเค้า

 

 

 

ลายมือล้วนๆ

ถัดมา ผมเดินเช้ามาในห้องสีขาวโพลน มีเพียงลวดลายอะไรสักอย่าง

วางเป็น pattern โดยรอบห้อง ดูเหมือนเอางาน graphics มา print แปะลงไป 

 

จากนั้น.. พอเข้ามาดูใกล้ๆ ถึงได้พบว่าเจ้าลวดลายที่ว่านั้น ไม่ใช่งานพิมพ์ครับ

แต่เิกิดจากลายมือล้วนๆ!!

 

project นี้ตัวศิลปินได้แรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมของเด็กๆชาวตะวันตก

ที่ชอบวัดส่วนสูง โดยการเขียนชื่อตัวเองพร้อมวันที่ ไว้ที่ส่วนสูง เพื่อเปรียบเทียบดูว่า 

ฉันสูงขึ้นกว่าเดิมแค่ไหนแล้ว..

 

ศิลปินจึงให้ผู้คนที่เข้ามาชมได้เขียนเขียนชื่อ พร้อมวันที่ของตัวเองไว้โดยรอบห้องนี้

โดยมีเจ้าหน้าที่คอยเขียนให้ (เพื่อที่เส้นหมึกและลายมือจะได้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน)

จากห้องสีขาวธรรมดาๆ แต่พอมีคนมาร่วมสนุกมากๆเข้า กลับเกิดเป็น Public art event

ที่สวยงาม และเปี่ยมไปด้วยไอเดียสร้างสรรค์ขึ้นมา

 

ผมเองก็เข้าไปต่อคิวเขียนชื่อกับเค้ามาเหมือนกัน

อย่างน้อยชีวิตนึงก็สามารถโม้ได้ว่า ข้าเคยจารึกชื่อบนกำแพง MoMA มาแล้ว!

 

แต่สุดท้าย ผมกลับหาไม่เจอล่ะ ว่าชื่อตัวเองอยู่ตรงไหน 

ใครเจอช่วยบอกที..

 

 

 

Ron Arad : สุดตีนจริงๆ

ในวงการ Industrial design ไม่มีใครไม่รู้จักสุดยอดนักออกแบบ และสถาปนิก "Ron Arad" 

โดยเฉพาะเก้าอี้หลายๆตัวของเค้า ที่กลายเป็น icon ของงานออกแบบในศตวรรษที่ 21 ไปแล้ว

ด้วยการผสมผสานการใช้งานเข้ากับงานศิลปะ, เทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่เข้ากับทักษะ

งานฝีมือของช่างแบบดั้งเดิมได้อย่างลงตัว และเปี่ยมไปด้วย style ที่ชัดเจนเหลือเกิน 

 

เข้าไปก็ทึ่งก่อนเลยกับโครงสร้าง dispaly ที่มีรูปแบบซึ่งแสดงตัวตนของ Ron แบบเต็มๆ

งานเค้าดูขดไปขดมา ดูแล้วยากต่อการผลิตแบบนี้แหละครับ ออกมาแล้วงามจริงๆ

 

ได้เห็นพัฒนาการของงานตั้งแต่จุดเริ่มต้นมาจนถึงปัจจุบัน

สังเกตุว่า งานช่วงหลังๆตอนที่ดังแล้ว จะออกแนวหลุดโลกมากขึ้น

 

ยกตัวอย่างเก้าอี้มาให้ดูสักตัว ดูแล้วเป็นงาน fine art มากกว่า furniture จริงๆ

 

 

 

ศิลปินไทยใน MoMA

เพื่อนมันชี้ให้ดูว่ามีงานของคนไทยแสดงใน Moma ด้วยชิ้นนึง

 

งานออกแนว minimal มากๆ เป็นกระดาษปอนด์เปล่าๆสองแผ่น แผ่นแรกพิมพ์คำว่า The King and I

ส่วนอีกแผ่นพิมพ์ว่าอะไรสักอย่าง จำไม่ได้แล้ว

 

 

ปล.ใช้บัตรนักเรียน(ใบเก่า)ในเครือ CUNY เข้า MoMA ฟรีอีกต่างหาก คุ้มแสนคุ้ม! 

edit @ 16 Aug 2009 06:01:45 by sengkaraoke

Moma 01:เซอร์แดก!

posted on 22 May 2009 08:42 by sengkaraoke  in onGoing

 

ช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เป็นอะไรไม่ทราบ ว่างเมื่อไหร่ ชีพจรลงเท้า

ออกเที่ยวนอกบ้านตลอด บางวันไปสองสามที่ คาดว่าคงหลายตอน กว่าจะลงให้ดูได้หมด

 

เริ่มด้วยหนึ่งใน museum ที่หลายๆคนที่เพิ่งมา NY ต้องไปเป็นที่แรกๆ

นั่นคือ MOMA หรือ Museum of Modern Art นั่นเอง

 

MOMA นั้นได้ชื่อว่ารวบรวมงาน Fine Art ชื่อดังของโลกไว้เป็นจำนวนมาก,

มี Exhibiton พิเศษที่น่าสนใจหมุนเวียนมาให้ชมตลอด บวกกับทำเลที่ตั้งซึ่งถือว่าดีมากๆ

เพราะอยู่ใกล้กับ Fifth Avenue แหล่ง shopping ชื่อดัง

จึงไม่น่าแปลกใจที่แต่ละวัน มีผู้คนมากหน้าหลายตาแห่แหนเข้ามาชมอย่างไม่ขาดสาย

โดยเฉพาะเหล่า Tourist

สังเกตได้จากคู่มือแผ่นพับประกอบการชม ที่พิมพ์ออกมาถึง 6 ภาษา! 

 

ภายนอกและภายในของ MOMA นั้นตกแต่งอย่างเรียบง่าย และทันสมัย

มี 6 ชั้น แบ่งตามประเภทของงาน และชั้นใต้ดินอีก 2 ชั้นสำหรับงานประเภท film 

 

ผมเองไม่ได้ร่ำเรียน หรือสนใจงานด้าน Fine Art โดยตรง(ออกแนว Commercial Art มากกว่า)

เลยมาดูแบบเพลินๆ ถือว่าเปิดหูเปิดตาหาแรงบันดาลใจ มากกว่าที่ีจะอินจัดๆกับงานแต่ละชิ้น

เรียกว่า ดูเอาอารมณ์มากกว่าดูหาความหมาย ว่ากันยังงั้น

 

งานที่คัดมาลงใน entry นี้ คัดมาใน theme ที่เรียกว่า เซอร์แดก เอามากๆ

ขอย้ำว่างานของ MOMA ไม่ได้ออกแนวนี้ทั้งหมดนะครับ

.

.

 

เริ่มจากงาน Performance Art จากศิลปิน Asian-American นามว่า Sam Hsieh

โดยเค้าสร้างงานศิลปะด้วยการขังตัวเองอยู่ในกรงไม้ที่สร้างขึ้นในห้อง โดยปฏิญาณว่า

จะไม่ออกไปไหน, ไม่อ่านหรือเขียนหนังสือ, ดูหนัง ฟังเพลง หรือพูคุยกับใครทั้งสิ้น

เป็นเวลา 1 ปี!

 

Sam มีเพียงผู้ช่วยหนึ่งคนคอยส่งข้าวส่งน้ำให้ และคอยถ่ายรูปหน้าตรงของเค้าทุกวัน

เพื่อดูความเปลี่ยนแปลง(อย่างที่เห็นแปะเรียงไว้รอบห้องนั่นแหละ)  

และเปิดให้ผู้คนเข้ามาชมได้เพียงเดือนละสองวันเท่านั้น

ฟัง concept แล้วเรียกว่าล้ำพอสมควร แต่ขอโทษ งานนี้จัดขึ้นเมื่อปี 1980

หรือ 20 กว่าปีก่อนครับ!

 

(เดาว่า)ในยุคนั้น งานของ Sam คงได้รับความสนใจพอสมควร ถัดจาก Project นี้

จึงมีงานคล้ายๆกันตามออกมา เช่น

- ใช้ชีวิตอยู่กลางแจ้ง หมายถึงไม่เข้าไปในที่ร่มใดๆทั้งสิ้น(ยานพาหนะด้วย) เป็นเวลา 1 ปี

- ใช้ชีวิตตามปกติกับผู้หญิงคนนึง(ไม่แน่ใจว่าเป็นใคร) และใช้เชือกยาว 1 เมตรผูกติดกัน

โดยไม่พูดคุย หรือแตะเนื้อต้องตัวกันเป็นเวลา 1 ปี

- ต้องเข้าไปตอกบัตรในห้องๆหนึ่งทุกๆ 1 ชม. เป็นเวลา 1 ปี(คล้ายๆ Lost season 2 นะ)

.

.

 

อีกชิ้นเป็นงานชื่อว่า "g" คือเค้าใช้ก้อนตะกั่วกลมวางไว้บนแป้น keyboard ของ Macbook

ตรงตัว g เพื่อให้ program word พิมพ์ตัว g ไปเรื่อยๆอย่างไม่สิ้นสุด..

 

 

งานชิ้นนี้ค่อนข้างอยู่ผิดที่ผิดทาง คือมาอยู่ชั้นสอง ซึ่งแสดงงานเกี่ยวกับ Design&Architecture

พอดูสักพักกลับงงหนักเข้าไปอีก เพราะมันไม่เหมือนงานที่เอามาติดตั้ง แต่เหมือนกับเค้า

เจาะผนังเข้าไป เหมือนว่าส่วนนี้ยังสร้างไม่เสร็จ แต่สุดท้ายพออ่าน concept ข้างๆจึงถึงบางอ้อ

นี่คืองานศิลปะครับ..

 

ศิลปินเ้ค้าเฉือนเอาผนังส่วนหนึ่งของ MOMA ในช่วง renovate โดยคงสภาพเดิมไว้ ทุกประการ

แถมมี video ประกอบให้ดูด้วย โดย MOMA เองก็รักษาผนังส่วนที่ถูกเฉือนนี้ไว้ ไม่ได้ซ่อมแซมอะไร

ทำเป็นเล่นไป งานชิ้นนี้เคยถูกยืมไปแสดงที่ Art Museum อื่นมาแล้วนะครับ

อ้อ ลืมไป งานนี้ใช้ชื่อว่า The MOMA wall..

 

 

อย่างที่เห็นตามรูป ศิลปินพับกระดาษ A4 สีขาว 4 ทบ และคลี่ออกมา.. ครับ

 

งานชิ้นอยู่ใน series เดียวกัน และถือว่าแรงมากๆสำหรับผม กล่าวคือ

เค้านำเศษกระดาษ A4 สีขาวที่ถูกฉีกออกมาเป็นชิ้นๆ วางรวมๆกัน.. ครับ.. แค่นั้น

.

.

 

บางครั้งศิลปะก็เป็นเรื่องที่เข้าใจยากสำหรับผมจริงๆ..

edit @ 22 May 2009 10:51:47 by sengkaraoke

NYCC : 01 มหกรรมคนเล่นของ(เล่น)

posted on 19 Feb 2009 13:12 by sengkaraoke  in onGoing

 

สวัสดีครับ

กลับจากงาน NYCC มาได้อาทิตย์กว่าๆแล้ว เพิ่งจะมีเวลามาอัพ blog เนื่องด้วยปัญหาหลายอย่าง

ที่ถาโถมเข้ามาพร้อมๆกัน ก็ค่อยๆทยอยแก้กันไป(วันหลังค่อยมาบ่นอีกที)

 

เข้าเรื่อง..

งาน NYCC หรือ New York Comic Con เป็นงานใหญ่ที่จัดขึ้นทุกปีที่ Jacob Javits Center

คำจำกัดความสั้นๆของงานนี้คือ

"งานแสดง และขายของ 3 ประเภท คือ Toy, Game และ Comic"

 

แม้ค่าบัตรเข้างานจะค่อนข้างแพง คือ 1 วัน $40, เหมา 3 วัน $60 แต่ผู้คนก็ให้ความสนใจกันมาก

รวมๆแล้วก็หลายหมื่นคน ส่วนผม.. โชคดีได้เข้างานฟรีในฐานะ Exhibitor โดยการประมานงาน

จากพี่นัท ส่วนคนพาเข้างานคือพี่วุฒิ.. ขอบพระคุณมากๆครับ

.

.

 

เนื่องจากเนื้อหาและรูปภาพมีเยอะมาก จึงขอเขียนเล่าไปตอนละเรื่อง เริ่มจาก Toy แล้วกัน

 

ของเล่นในงานส่วนใหญ่เป็นประเภทที่นำ Charactor มาจาก Comic ต่างๆโดยเฉพาะพวก

American Super Hero นี่เยอะมากๆ รองมาคือ พวกที่มาจาก Manga พอมีบ้าง แต่ที่มีค่อนข้างน้อย

คือ Designer Toy นี่แหละ มันน่าเจ็บใจนัก

 

ส่วนน้องคนนี้แต่งเป็นตัวอะไรสักอย่าง คอยเรียกคนเข้า booth (จริงๆอยากให่ดูของเล่นข้างหลังนะ)

 

booth ที่ว่าเป็น บ.ที่จัดจำหน่ายพวกหุ่น Revoltec, Evangelion กับพวก Charactor จาก Anime

เรื่องต่างๆ เอาของมากองกันเป็นภูเขาเลากา นอกจาก sale แล้วยังซื้อ 2 แถม 1 อีกต่างหาก

 

Square Enix ก็มา หลักๆคือ ของเล่นจาก Final Fantasy และ Vagabond!!!

รายละเอียดแต่ละตัวสวยมากๆ ราคาก็ตามเนื้องานเลย เหยียบร้อย $ ทั้งนั้น

 

หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ ก็มีหลุดมาบ้าง แถมลดราคาถูกมากๆ กล่องใหญ่ๆที่เห็นนี่ $10 เอง

เข้าใจว่าที่นี่ไม่ค่อยฮิต

 

ส่วนของ DC Comics นั้น ขนของเล่นแบบใหม่ๆออกมาเยอะมาก โดยเฉพาะ series ของ

Batman นี่เยอะจริงๆ ยังไม่นับ Justice League ที่น่าจะพอคุ้นๆกันบ้าง ยิ่ง Super Hero ตัวอื่นๆ

ของค่ายนี้ยิ่งไม่คุ้นเลย(แต่สวยมากเลยนะ)

 

ส่วนตัวผมเองชอบ Super Hero จาก DC มากกว่า Marvel นะ เพราะความที่มันดูออกเชยๆกว่า

เลยทำให้ดู Classic ไปโดยไม่รู้ตัว คือชอบตัว Charactor แม้จะไม่ชอบ(และแทบจะไม่เคย)อ่าน

comic เลยก็ตาม

 

ส่วนของ Batman นั้น เนื่องจากกระแสจากหนัง Dark Knight มาแรง DC ก็เลยเข็น Batman

ออกมาหลาย series เลย ทั้ง Black & White(รูปบน), รวม Batman ตามยุคต่างๆ ไปจนถึง Batman

ที่หน้าตาออกแนว Designer Toy!(รูปล่าง) และอื่นๆอีกเพียบ

ขนาดไฟ spotlight ส่องเรียก Batman ยังมีเลยคิดดู เรียกว่า แตก line ของเล่นออกมาไม่หยุดจริงๆ

 

ส่วนที่ Promote กันหนักๆ อีกประเภทคือ Super Hero ที่กำลังจะออกฉายเป็นหนัง มีทั้ง

The Sprit, Watchmen และ X-men the Origin: Wolverine

 

The Flash ยุคแรกเริ่ม ก่อนจะเปลี่ยนมาใส่ชุดแดงทั้งชุด เพิ่งจะเคยเห็น สวยงาม Classic จริงๆ

 

อีกประเภทที่เห็นเยอะคือ พวก Heroes CLIX ดูเหมือนเอาไว้เล่นกับเกมกระดานอะไรสักอย่าง

 

ดูกันใกล้ๆ ส่วนใหญ่ก็พวก Super Hero นั่นแหละ ตัวที่หายากๆนี่ขายกันเกือบร้อยก็มีนะครับ

 

Emily the Strange ก็มา เพิ่งเห็นว่าสินค้าเค้าเยอะจริงๆ(ที่เมืองไทยคนเขานิยมกันไหมนะ)

 

ส่วนของ Designer Toy อย่างที่บอกไปว่ามีมาออกงานค่อนข้างน้อย และไม่ใช่ บ.ที่ผลิตมาออก

แต่เป็นเหมือนตัวแทนจำหน่ายมาแทน อ้อ เจ้า Sharky สีดำเลือดสาด นั่นเป็นตัว exclusive ของงาน

NYCC นะครับ มีเพียง 100 ตัวเท่านั้น 

 

พวก Toy Designer จะหมุนเวียนกันมาแจกลายเซ็นตาม Booth ของ ToyQube

ที่เห็นคือ Kano คนออกแบบ Hi-Def(ตัวสีดำๆใส่หูฟัง รูปข้างบน) มีทั้งคนมาขอให้เซ็นลงสมุด

และเซ็นบนงานของเค้าเอง

 

 

มีบางคนซื้อจำพวก DIY(ตัวสีขาวๆ ไม่มีลวดลาย แบบในรูป) ซึ่งเป็นงานของ Designer คนอื่น

มาให้ Kano เขียนลายให้ก็มี!!

 

ตัวนี้ได้แรงบันดาลใจจากตู้เกม Arcade จับมาทำเป็น Charactor เจ๋งดี แต่เสียดายชะมัด

มีคนทำตัดหน้าอีกแล้ว ว่าจะเอาไปรวมอยู่ใน Retronology series ของตัวเองซะหน่อย

 

จริงๆ มีนักออกแบบมาแจกลายเซ็นอีกหลายท่าน แต่ผมรู้จักไม่ทั่ว และมัวแต่ shopping

ต้องขออภัย อีกอย่าง หมวด designer toy นี่ของหมดเร็วมากๆด้วย ถ้าอยากได้ต้องรีบซื้อเลย

โดยเฉพาะของบางชิ้นที่หิ้วกันมาไม่เยอะ หมดกันตั้งแต่วันแรกๆ จริงๆต้องพูดว่าชั่วโมงแรกๆ

ที่งานเปิดด้วยซ้ำ  ส่วนเจ้าตัวดำๆ(อีกแล้ว สงสัยช่วงนี้สีดำฮิต)ที่เห็นของ KAWS นี่

สูงเมตรกว่าๆ ราคาไม่แพงเท่าไหร่..

$5,000 เท่านั้นเอง!!

 

ส่งท้ายด้วย Ugly Doll มากันเป็นกองทัพ มีมากมายหลายแบบจริงๆ ละลานตาไปหมด

 

ทีเด็ดคือ David Horvath คนออกแบบ Ugly Doll มาแจกลายเซ็นด้วย คนต่อคิวกันยาวมากๆ

ผมเองซื้อตุ๊กตา กับเสื้อมาตัวนึง ไปต่อคิวกับเค้ามาเหมือนกัน ได้ shake hand กับ David ด้วย

เค้าเอง nice มากๆ

 

เสื้อที่ซื้อมาก็ดูเรียบๆน่ารักๆ แถมถูกด้วย sale เหลือ $5 เอง ไปขอให้เค้าเซ็นให้ข้างหลัง

ซักแล้วมันจะหลุดไหมเนีย! 555

 

edit @ 19 Feb 2009 15:07:59 by sengkaraoke