food

 

พักหลังเวลาผมเริ่มทำกับข้าว มักเกิดอาการตัน คือมันคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรกินดี

ก็เล่นผัดทุกวันมาปีกว่า มันก็ต้องเมนูซ้ำกันบ้างเป็นธรรมดา

.

.

จนวันหนึ่งไปกินติ่มซำที่ร้านจีน เห็นลังขนมจีบจึงนึกขึ้นได้ว่า การทำอาหารนั้น

ไม่ได้มีแค่ผัด, ทอด, ต้ม, ปิ้งย่าง(ซึ่งทำที่นี่ไม่ได้ ควันเยอะมาก) แล้ว

ผมยังไม่เคย"นึ่ง"มาก่อน

 

 

ซี่โครงเนื้อนึ่งพริกไทยดำ

ซื้อซี่โครงเนื้อมาแบบพอกินได้ 3 มื้อ หั่นเป็นชิ้นๆ เอาสากกะเบือหรือค้อนทุบเนื้อ

ให้มันนุ่มๆหน่อยก็ดี จากนั้นหมักด้วยน้ำสับปะรดเพื่อให้มันนุ่มเข้าไปอีก ตามด้วยกระเทียมสับ,

พริกไทยดำที่ตำเอง ซึ่งหอมกว่าแบบสำเร็จ ที่เหลือก็ตามสูตร คือซีอิ๊ว, น้ำมันงา, น้ำตาล

กะเอารสชาตตามใจชอบ

 

จากนั้นจัดใส่จานวางบนเตานึ่ง ของผมอัตคัตนิดนึง คือตัวถาดนึ่งมันเล็กมาก เลยต้อง

วางบนหม้อหุงข้าว ตั้งให้น้ำเดือด แล้วปิดฝา รอสุก เสร็จแล้ว!

 

อย่างที่บอกว่าถาดมันเล็ก แต่ซี่โครงที่เตรียมไว้มันเยอะ เลยต้องสลับกันนึ่งนานหน่อย

สุดท้ายก็ออกมาอย่างที่เห็น มีผักนึ่งวางเคียงไว้ก็ออกมาอย่างที่เห็น

 

เนื้อซึ่โครงนุ่มๆติดมัน แทะกันอย่างอร่อยเหาะ หอมกระเทียมกับพริกไทยดำกรุ่นๆ

กินกับข้าวสวย หรือข้าวต้มร้อนๆ สุดยอดเลย! ข้ิิอดีอีกอย่างของการนึ่งคือ

น้ำมันน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักนะครับ

 

 

 

หอยแมงภู่นิวซีแลนด์อบกระเทียมชีส

จำได้ว่าตอนอยู่เมืองไทย เคยเห็นไอ้หอยแมงภู่ตัวยักษ์จากนิวซีแลนด์ ขายกันแพงเอาเรื่องอยู่

พอมาอยู่นี่เห็นขายแบบ frozen ใน supermarket ราคาถูกแฮะ $5 นี่ได้มากล่องเบ้อเริ่ม

เกือบ 30 ตัว เลยสอยมานึ่งกินดีกว่า

 

เริ่มจากเอาหอยออกมาล้างก่อน(อย่าทะลึ่งล่ะ) วางเรียงใส่จานพักไว้ จากนั้นเอากระเทียม

และหัวหอมมาสับละเอียด ถ้ามีรากผักชีก็ใช้ด้วย แล้วเอามาผัดปรุงรสด้วยน้ำปลา, น้ำตาล,

พริกไทย เหมือนเดิม น้ำมันหอยนิดนึงก็ได้ กะให้พอราดบนหอยพอดีๆล่ะ

 

ราดเครื่องปรุงที่เตรียมไว้ลงบนหอย หั่น mozzarella ชีสตามลงไปให้ทั่วๆ

ถ้าเป็นฝอยๆหน่อยจะดีกว่า ที่ท่านเห็นมันยังเป็นก้อนๆอยู่เพราะผมชี้เกียจนั่นเอง 

 

ครั้งนี้หาเตานึ่งใบใหญ่ได้ เลยไม่ต้องใช้หม้อหุงข้าวแล้ว สามารถเอาหอยที่เตรียมไว้

นึ่งทั้งจานได้เลย นึ่งจนชีสมันละลายลงเต็มๆเปลือก ก็ยกขึ้นได้เลย

 

ยกกินแต่ละฝาน้ำตาจะไหล อร่อยโคตรๆเลยครับ หอยแมงภู่นิวซีแลนด์มันตัวใหญ่ดีแท้

เต็มคำเหลือกัน เคี้ยวกันหนึบหนับกับชีสหอมๆเหนียวๆ แก้เลี่ยนด้วยเครื่องปรุงกระเทียม

พริกไทยที่ราดไว้อีก หอยจานใหญ่ๆนั่นกับข้าวสวยจานนึงหมดไปอย่างเร็ว

.

.

 

ยังเหลือหอยอยู่อีกครึ่งกล่อง..

ครั้งหน้าจะลองใส่กุ้งสับลงไปด้วย เจอกันแน่!!

edit @ 13 Jun 2009 01:04:13 by sengkaraoke

ทัวร์บริโภคเล็กๆ

posted on 14 May 2009 04:13 by sengkaraoke in food

 

กิจกรรมยามว่างของคนไทยที่นี่อย่างนึงนอกจากเรื่อง shopping แล้ว..

ก็เห็นจะเป็นเรื่องกินนี่แหละครับ ซึ่งร้านอาหารไทยอร่อยๆนั้น ย่อมมาเป็นอันดับหนึ่ง

รองลงมาเป็นพวกร้านญี่ปุ่น แบบที่จะพาไปชมในวันนี้

 

เริ่มด้วย Nobu ร้านอาหารญี่ปุ่นแนว fushionที่ดังมากก และแพงมากกเอาเรื่องเช่นกัน

ก่อตั้งโดย Chef Nobu และมี Robert De Nero มาร่วมหุ้นด้วย ซึ่งนี่อาจเป็นเหตุผลนึง

ที่เหล่า Celebrities นิยมมากินกันก็เป็นได้

 

เหตุที่คนไทยจนๆอย่างเรายังอุตส่าห์กระเสือกกระสนมากิน เป็นเพราะ promotion

ชุด lunch special ที่ลดราคาเหลือ $24.70 ซึ่งถือว่าถูกมากๆ สำหรับร้านนี้

เพราะถ้ากินเมนูปกติ กุ้งเทมปุระตัวนึงก็ปาเข้าไป $7 แล้ว!

 

เริ่มด้วย appetizer กันก่อน วันนั้นไปกันสามคน เลยเลือกมาคนละอย่าง

จานซ้ายสุดเป็นกุ้งเทมปุระแบบ rock(คือคำเล็กๆ) ราดด้วย creamy spicy sauce อร่อยดี

แต่ให้มาแบบจุ๋มจิ๋มมาก จานบนคือ Sashimi salad ราดด้วย Matsushisa dressing

ซอสที่ราดมาออกเปรี้ยวๆ เข้ากับ Sashimi ดี

ส่วนอันสุดท้าย คล้ายๆยำมะเขือรวมอะไรสักอย่าง รู้สึกไม่คุ้มสุดก็อันนี้แหละ

 

หลังจากกำจัด appetizer ไปอย่างรวดเร็ว ก็ถึงคราของ main dish บ้าง เริ่มด้วยของ basic

อย่างเนื้อย่างราด Teriyaki sauce ซึ่งอร่อยมากๆ เนื้อนุ่มๆเข้ากับซอสหวานๆเป็นอย่างดี

 

ตามมาด้วยปลา Black Cod ย่างราดด้วย miso sauce ขอบอกว่าจานนี้เหมือนเป็น hightlight

ของมื้อนี้เลยทีเดียว เพิ่งรู้ว่าเนื้อปลา Black Cod มันอร่อยขนาดนี้ หวานๆมันๆ คล้ายปลาหิมะ

แต่อร่อยกว่าเยอะ เลยคิดจะกลับไปลองทำเอง

แต่พอไปดูใน supermarket ถึงรู้ว่ามันขายกัน pound ละ $16!! จบข่าว..

 

ตามมาด้วยซูชิรวม ซึ่งอร่อยอีกแล้ว แต่เสียนิดเดียวที่เหมือนซูชิจะแห้งไปนิด

เหมือนว่าปั้นทิ้งไว้สักพักนึง

 

ตบท้ายด้วยของหวาน คือ cake กล้วยหอม ซึ่งรสชาตงั้นๆ แต่ที่เด็ดคือ ice cream 

ที่วางไว้ลูกเล็กๆข้างๆ เป็นรส Ginger Caramel อร่อยดี มีกลิ่น Ginger ด้วย

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

จบจาก Nobu ต่อด้วยร้านญี่ปุ่นอะไรสักที่แถว St.Mark ซึ่งสาเหตุที่มากินกันเอาตอนตีหนึ่ง

เพราะมันปิดดึก, คนเยอะ ดูคึกคัก และใกล้ร้านที่ทำงานดี (คือมากินกันหลังเลิกงานนั่นแหละ)

 

บรรยากาศร้านตกแต่งได้แนวมากๆ คือแนวแบบญี่ปุ่น ประมาณว่าอุดมไปด้วย poster

หนังญี่ปุ่นเก่าๆ กับตู้ปาจิงโกะ แถมคนที่มากินส่วนใหญ่ก็มีแต่พวกขี้เมาอีกต่างหาก!

 

มาแล้ว ทาโกะยากิ กับราเมงชามใหญ่โคตร

 

ข้าวผัดเห็ดรวม อร่อยตรงที่เค้าใส่มันหมูชิ้นเล็กๆลงไปผัดด้วยนี่แหละ

 

ของจำพวกปิ้งๆย่างๆ คือ ลูกชิ้นหมู, ไก่+ต้นหอมญี่ปุ่น, ปลาหมึกเสียบไม้ย่าง 

กินแล้วคิดว่าถ้าได้น้ำจิ้มไก่ของไทยราดเสียหน่อยจะอร่อยขึ้นเยอะ

 

จริงๆแล้วยังสั่ง โอโคโนมิยากิ, ข้าวแกงกะหรี่หมูทอดมาอีก กับ

Ice cream mochi มากินอีก แต่ถ่ายรูปไม่ทัน ตอนนั้นหิวหน้ามืดไปหน่อย

 

โดยรวมรสชาตถือว่ากลางๆ ไม่ได้พิเศษมาก ถือว่ากินเอาอิ่มในราคาสบายกระเป๋า

ในบรรยากาศร้านดีๆ แต่เหตุผลที่มากินก็คือ

.

.

.

 

ถ้วยเล็กๆใส่น้ำตาลสีชมพูกลิ่นสตรอเบอรี่ ที่ร้านเค้าให้มาคนละถ้วยหลังกินเสร็จ!?

 

 

จากนั้นเราก็เอาน้ำตาลที่ว่าใส่ลงไปในเครื่องปั่นสายไหมหน้าร้านนี่เอง!!

ใช้ไม้ตะเกียบนี่แหละ หมุนควงเอาเลยตามใจชอบ เห็นคนมาต่อคิวกันทำสายไหมบ่อยๆ

อยากทำบ้าง เลยมากินที่ร้านนี่แหละ(ลงทุนมากไปไหม)

 

ผลงานที่ออกมาดู abstract มากๆ..

edit @ 14 May 2009 08:46:50 by sengkaraoke

 

เท่าที่ติดตามสถานการณ์บ้านเมืองในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้..

สำหรับคนที่อยู่ต่างบ้านต่างเมืองอย่างผม ที่ทำได้เพียงรับข่าวสารอยู่ไกลๆ

นับเป็นเรื่องที่ชวนหงุดหงิดใจไม่น้อยที่ เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง

ก็หวังเพียงว่าเหตุการณ์ แย่ๆจะสงบลงในเร็ววัน

.

.

 

สำหรับท่านที่ติดตาม blog มาสักพัก น่าจะพอจับทางออกว่า เนื้อหาที่นำเสนอนั้น

มักจะวนเวียนอยู่กับไม่กี่เรื่อง ซึ่งผมเองก็พยายามสลับสับเปลี่ยนกันมาลง(แก้เลี่ยน)

และวันนี้เท่าที่นับดู ก็ถึงหมวดของกินอีกแล้ว!

 

เมนูกันตายหมายเลข 9 : ข้าวหน้าไก่พลับพลาไชย

เมนูนี้หากินที่ไหนใน NY ก็ไม่ได้นะครับ ไม่ว่าร้านไทยหรือร้านจีนก็ตาม เมื่ออยากหนักๆเข้า

ก็ทำกินเองเสียเลย เริ่มจากหาเนื้อไก่ส่วนอก(หรือน่องก็ได้ ขอให้เป็น Black meat) 

นำมาเลาะกระดูกออก แล้วต้มเป็นน้ำซุปทิ้งไว้ จากนั้นหมักไก่ข้ามคืนด้วยซีอิ๊วดำ, ซีอิ๊วขาว,

น้ำมันงา, น้ำมันหอย, น้ำตาล, แป้งมันอีกนิดหน่อย

 

เมื่อเริ่มทำ นำเนื้อไก่ที่หมักไว้มาผัดพอสุก จากนั้นเติมน้ำซุปลงไป พอน้ำเดือดให้ใส่

พวก White muchroom ที่หั่นไว้ลงไป เคี่ยวสักพักพอเดือดอีกครั้งให้หรี่ไฟลง เติมน้ำเย็น

ที่ผสมแป้งมันลงไปพอประมาณ ให้น้ำซุปข้นๆหน่อย ก็ตักราดข้าวสวยกินได้เลย

 

ทำออกมาถือว่าอร่อยใช้ได้นะครับ สำคัญคือตอนปรุงรสด้วยซอสนี่แหละ

ทำทีนึงเกือบหม้อ กินได้เเป็นอาทิตย์ เรียกว่า หายอยากข้าวหน้าไก่กันไปเลย

 

 

 

เมนูกันตายหมายเลข 10 :ไก่ไร้กระดูก KFC

ไก่ KFC ของที่นี่พูดตรงๆว่าสู้ของบ้านเราไม่ได้ครับ จืดมากๆแม้จะสั่งแบบ Spicy แล้วก็ตาม

แถมแพงอีกต่างหาก โดยเฉพาะไก่ไร้กระดูกของชอบของผม

ชุด combo มี 3 ชิ้น+Fried+Soda ปาเข้าไปเกือบ $7!

 

ว่าแล้วก็ทำกินเองเสียเลย โดยใช้เนื้ออกไก่เหมือนเดิมนั่นแหละ มาหั่นให้เป็นชิ้นยาวๆหน่อย

(ถ้าชิ้นเล็กจะกลายเป็นไก่ป๊อปไป) นำมาหมักด้วยน้ำปลา กับพริกไทยดำ

จากนั้นชุบด้วยไข่ที่ตีไว้ แล้วคลุกด้วยแป้งมันที่ผสมเกลือ, พริกป่น Paprika และผงกระเทียม

หนาๆหน่อย จากนั้นจับโยนลงหม้อ ทอดแบบ deep fried

 

ทอดพอเหลืองสวย แล้วทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำมันสักพัก

เห็นวิธีทำง่ายๆอย่างนี้ อยากบอกว่า รสชาตออกมาเหมือน KFC มากๆ

จิ้มกับน้ำจิ้มไก่แม่พลอย อร่อยโคตรๆ พูดแล้วอยากทำกินอีกแฮะ

 

 

 

เมนูกันตายหมายเลข 11 : กุ้งเทมปุระ Nobu

Nobu เป็นร้านญี่ปุ่นไฮโซที่ได้ไปกินมาสักพักละ(ไว้ review กันวันหลัง)

ใน menu เห็นกุ้งเทมปุระขายตัวละ $7!!

แพงจัด อยากกินแต่สั่งไม่ลง เลยต้องกลับบ้านมาทำกินเอง

 

เริ่มจากซื้อกุ้งขาว size ใหญ่หน่อย แบบที่ pound ละ $6.99 นั่นแหละ มาปอกเปลือก ผ่าหลัง

แล้วดัดให้ออกมาตัวตรงๆ จากนั้นชุปกับแป้งเทมปุระสำเร็จรูปที่ซื้อมา แล้วทอด ง่ายมากๆเลย

 

ยอมรับว่าแป้งเทมปุระสำเร็จรูปนั้น work มาก เพราะใช้ง่ายแค่เทแป้งผสมน้ำแค่นั้นเอง

รสชาตออกมาแบบร้านญี่ปุ่นเลย แต่กุ้งนี่สิทอดสักพักตัวมันงอๆแฮะ เพิ่งมารู้ทีหลัง

ว่าเค้าใช้ roll ไม้ไผ่แบบที่ใช้ทำ sushi ดัดให้มันตรงๆล่ะ

ไว้ค่อยแก้ตัววันหลังละกัน

 

 

เมนูกันตายหมายเลข 12 : สุกี้ MK

ที่ NY นี่มีแต่สุกี้แบบชาบู ชาบู ตามร้านญี่ปุ่นครับ ซึ่งยังไงๆ รสชาตก็ไม่เหมือน MK

ว่าแล้วก็ต้องกลับมาทำกินเองอีก โดยเตรียมเครื่องต่างๆที่ชอบไว้ เช่น เนื้อ Slide,

หมูสับผสมกุ้งสับปรุงรส(ใช้แทนลูกชิ้น), กุ้ง ฯลฯ ส่วนผักใช้ที่เหลือๆในตู้เย็น คือ

Broccoli กับ Carrot นั่นแหละง่ายดี

 

ส่วนซุปนั้น ผมใช้ผงคนอร์ไก่ครับ เพราขี้เกียจเตรียม รสชาตก็ ok (แต่อย่าใส่มากเดี๋ยวเค็ม)

เมื่อซุปเดือดก็ใส่เครื่องต่างๆลงไปลวก เหมือนกินที่ MK เลย ส่วนน้ำจิ้มใช้ของ

พันท้ายนรสิงห์ แล้วสับกระเทียมเพิ่มลงไป จิ้มด้วยเนื้อ slide อร่อยสุดยอด หายคิดถึง MK เลย

 

ผมไม่มีหม้อสุกี้หรอกครับ ก็อาศัยทำหน้าเตา gas ในครัวนี่แหละ ยืนลวกไปกินไป

กับข้าวสวยร้อนๆ ออกแนวอัตคัตหน่อย แต่ก็พอทน

 

 

แถม.. ด้วยเกี๊ยวที่ห่อเตรียมไว้ด้วยไส้สูตรเฉพาะ แถมบางอันลองใส่ชีสลงไปด้วย

ทำเตรียมไว้ใส่สุกี้นั่นแหละ แต่มันเยอะเกิน เลยเก็บบางส่วนไว้ทอดกินเล่น ก็อร่อยดีเหมือนกัน

เสียดายตอนนั้นหิวจัด เลยไม่ได้ถ่ายรูปตอนปรุงสำเร็จไว้

 

 

สุดท้ายขอให้ทุกท่านที่อยู่เมืองไทยได้รู้ไว้..

ไม่ว่าเหตุการณ์บ้านเมืองจะยังไม่สงบ แต่คุณยังโชคดีกว่าผม

เพราะเมืองไทยมีแต่อาหารอร่อยที่สุดในโลกให้กิน!

edit @ 16 Apr 2009 09:58:04 by sengkaraoke

 

ห่างหายจากเรื่องทำกับข้าวกินเองไปนาน วันนี้กลับมาแล้วครับ

 

ผมทำอาหารกินเองเป็นปกติอยู่แล้ว ส่วนจะเป็นเมนูอะไรนั้น ก็ต้องดูว่ามีอะไรเหลือในตู้เย็น

กับแล้วแต่ความขี้เกียจจะพาไป ก็มีบ้างที่พลังเยอะ ทำลึ่งทำเมนูยากๆ(ซึ่งนานๆจะเป็นสักที)

ยกตัวอย่างเช่น..

 

มื้อเที่ยง

เดี๋ยวนี้เวลาตื่นปกติคือ 10 โมงโดยประมาณครับ ส่วนเวลากินคือเที่ยง มื้อนี้ถ้าง่ายๆคือ Cereal

แต่ยากๆคือ Full course Breakfast โดยเอา Pizza ไม่ก็ Waffle ที่กินเหลือมาอุ่น ทอดไข่ดาว

แบบ medium กับโบโลน่าสัก 3 แผ่น(Ham มันแพงกว่า) ตามด้วยนมแก้วนึง

(ห้ามเป็นนม low fat เด็ดขาด เพราะรสชาตมันเจือจาง เหมือนนมผสมน้ำเปล่ามากๆ)

 

 

มื้อเย็น

สักประมาณ 6 โมงเริ่มกินอีกมื้อ ส่วนใหญ่จะเป็นอะไรง่ายๆเช่น มาม่า แต่ครั้นจะต้มแค่เส้น

แล้วกินเปล่าๆก็จะดูเศร้าไปนิด ส่วนใหญ่ผมจึงเติมไข่ไปด้วยฟองนึง, ลวก Bloccoli ไม่ก็ Carrot

ที่หั่นเตรียมไว้ จากนั้นจึงนำหมูสับที่หมักไว้มาทอด ไม่ก็ลวก ซึ่งหมูที่ว่านั้น ต้องหมักทิ้งไว้กับซีอิ๊ว,

น้ำมันงา, พริกไทย, น้ำตาล ถ้ามีกุ้งก็สับผสมลงไปด้วย

ผลออกมารสชาติเหมือนหมูสับในติ่มซัมเลยทีเดียว

(ตะเกียบยังใช้คนละสี ไม่เข้าคู่กันเพราะมันหาย ช่างอนาถแท้หนอ)

 

 

มื้อดึก

มื้อสุดท้ายของวันมักจะไฮโซกว่าปกตินิดนึง เริ่มหลังจากเที่ยงคืนเป็นต้นไป

ถ้าวันนั้นทำงาน ก็คือเลิกงานแล้วก็มาทำกับข้าวกินนั่นแหละ

ที่เห็นคือข้าวผัดกระเทียมกับเนื้อ+กุ้งเทริยากิ

 

เริ่มจากสับกระเทียมให้ละเอียด นำมาเจียวกับน้ำมันให้เหลืองหอม(ระวังไหม้ล่ะ)

จากนั้นจึงใส่ข้าวลงไปผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือกับพริกไทย ก็เรียบร้อย

 

ส่วนเนื้อนั้นเลือกส่วนที่ติดมันนิดๆ และต้องหมักไว้ก่อนนะครับ สูตรก็คล้ายๆหมูสับนั่นแหละ

แต่เพิ่มนมสด หรือไม่ก็น้ำสับปะรดลงไปด้วย เนื้อจะได้นุ่มขึ้น

 

ส่วนกุ้งก็คัด size ที่ใหญ่หน่อย( pound ละ $7!!) จะได้ออกมาน่ากิน

จากนั้นเอาทั้งเนื้อทั้งกุ้งลงมาผัดกับซอสเทริยากิที่ซื้อมาสำเร็จ ปรุงเพิ่มด้วยซีอิ๊ว, น้ำตาลตามชอบใจ

และที่ขาดไม่ได้คือ.. ไข่ดาวอีกฟองนั่นเอง

 

คือผมมันประเภทติดกินไข่นะครับ มื้อไหนไม่ได้กินรู้สึกมันไม่อิ่มยังไงชอบกล

ตอนนี้พยายามลดให้เหลือวันละสองฟองอยู่ ส่วนเครื่องดื่มสำหรับมื้อนี้จะเป็น Bear, Wine, Juice

หรืออะไรก็แล้วแต่

ที่แน่ๆไม่ใช่นมครับ!!

 

ปล. ไฟแช้คที่เห็นนั่นเอาไว้จุดเทียน Aroma ในห้องครับ ไม่ได้เอาไว้สูบบุหรี่ อย่าเข้าใจผิดนะ!!!!!!

edit @ 12 Feb 2009 11:14:11 by sengkaraoke

 

ช่วงนี้บ้าพลังอะไรไม่ทราบ เหมือนอยากปล่อยของ เขียน blog ทิ้งไว้หลายตอน

อาจจะอัพถี่หน่อย มาดูเมนูกันตายของวันนี้เลยแล้วกัน

 

เอาเข้าจริงอาหารที่ผมชอบทำกินเองนั้น จะพยายามเลี่ยงพวกแกง หรืออะไรที่มันไทยๆนัก

นี่ไม่ค่อยทำ เพราะไม่มีปัญญาหาวัตถุดิบและทำยากด้วย จะเน้นไปทางผัดๆ ทอดๆซะมากกว่า

 

ครั้งนี้ขอรวบยอดเมนูกันตายมาให้ชมกันบางส่วน ซึ่งจริงๆมีมากกว่านี้มาก แต่ตัดออก

เพราะบางเมนูดูคล้ายกันเกินไป หรือยังอร่อยไม่เข้าขั้น(แล้วจะถ่ายเก็บไว้ทำไมล่ะ)

 

 

-เนื้อผัด Bell Pepper

ด้วยความที่ผมเป็นคนชอบกินเนื้ออยู่แล้ว ในแต่ละเมนูจึงมักมีเนื้่อเป็นส่วนประกอบด้วยเสมอ

และนี่คือหนึ่งในเมนูโปรด ซึ่งเคล็ดลับนั้นไม่มีอะไรมากนอกจากเลือกเนื้อส่วนที่ติดมันนิดๆ

มาทุบให้ทั่วก่ิอน(ไม่มีค้อน ใช้สากกะเบือแทนได้นะ) แล้วหมักกับน้ำสับปะรดไว้สักคืนนึง

 

จากนั้นนำมาผัดพอ medium ออก rare นิดๆ แล้วค่อยใส่  Bell Pepper ตาม ผัดต่ออีกนิดพอ

ผัดนาน Bell Pepper ไม่หอม เสร็จแล้วกินกับข้าวสวยร้อนๆนี่สุดยอดเลยครับ

 

 

-ยากิโซบะกับ Steak เนื้อ

นำเส้นอุด้งที่เหลือๆอยู่มาต้มให้สุกก่อนพร้อมสาหร่าย Kombu

ผึ่งให้แห้งแล้วผัดต่อกับผักอะไรก็ได้ตามชอบ ปรุงด้วย Kikoman Sauce

ส่วน Steak เนื้อที่นำมาทอดนั้น ถ้าขี้เกียจก็ใช้แบบที่ freeze มาสำเร็จก็ได้ครับ

ทอดให้ข้างนอกเกรียมหน่อยๆ serve กับไข่ดาว ก็ิอิ่มอร่อยได้ง่ายๆในมื้อกลางวัน

(หรือกลางคืนก็ตามใจ)

 

 

-ข้าวผัด Bacon กับกุ้งพัน Bacon ทอด

ข้าวผัดเป็นอาหารสามัญที่ใครๆก็คงทำได้ แต่จะผัดกับอะไรแล้วอร่อยที่สุดนั้น..

จากที่ผมทดลองมา พบว่าผัดกับ Bacon นี่อร่อยสุดแล้วครับ

เริ่มจากนำ Bacon มาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วทอดพอเกรียมๆให้น้ำมันออกมา

จากนั้นตอกไข่ลงไป ผัดให้สุกหน่อย(อย่าใส่พร้อมข้าวเดี๋ยวแฉะ)

 

สุดท้ายค่อยใส่ข้าวสวยที่หุงมาแห้งๆลงไป ผัดรวมเข้าด้วยกันกับ Carrot หั่นลูกเต๋าอีกนิด

ปรุงรสด้วยซือิ๊วขาว น้ำตาลหน่อย(ผมติดใส่น้ำตาลตอนทำอาหารครับ) โรยพริกไทย ก็เสร็จแล้ว

 

ยังๆ เท่านั้นจะดูธรรมดาเกินไป ครั้งนี้มี side dish อีกนิดคือ กุ้งห่อ Bacon ทอด

 

เอากุ้งมาเฉือนๆให้ตัวมันตรง ห่อด้วย Bacon จิ้มไม้จิ้มฟันกันหลุด โยนลงทอดพอเกรียมๆ

ก็ยกขึ้น serve พร้อมข้าวผัด จิ้มกินกับซอสพริกศรีราชา อร่อยมากๆ แถมประหยัดด้วย

เฉพาะกุ้งแบบนี้ ตามร้านอาหารไทยที่นี่ขายจานนึง 6 ตัว $7 นะครับ

 

--------------------------------------------------------------------------------------

 

ของหวาน style จิ้มจุ่ม the Incredible match

 

ส้ม California กับ Chocolate dip สำหรับผลไม้โดยเฉพาะ!

ไม่รู้มันต่างกับ Chocolate dip ทั่วไปยังไงเหมือนกันแฮะ

 

จิ้มจุ่มตามสูตร ส้มเป็นแบบไม่มีเมล็ดด้วย เยี่ยมเลย รสหวานอมเปรี้ยว หอมสดชื่นของส้ม

ผสมกับรสหวานอมขม หอมนุ่มๆของ Chocolate ได้รสอร่อยยากจะบรรยายจริงๆ

หมูกรอบฝึกหัด

posted on 15 Jul 2008 23:57 by sengkaraoke in food

 

หลายท่านที่อ่าน Blog นี้มาสักพัก จะเห็นว่าเรื่องที่นำมาลงนั้น ถ้าไม่เกี่ยวกับข้าวของที่สะดุดตา,

ก็พาไปเที่ยวชมงานต่างๆ, ทำอาหาร ไม่ก็สลับกับการบ่นเรื่องส่วนตัว

หรือเอางานมาอวดบ้างเป็นระยะ เรียกว่าสมชื่อ "โชว์ห่วยทางความคิด" จริงๆ

 

 

ช่วงนี้ห่างหายจากหนึ่งในวงจรดังกล่าว คือการพาเข้าครัวไปพักนึง

ไม่ใช่ว่าเลิกทำหรอกนะครับ ผมยังทำกับข้าวกินเองทุกวันอยู่ ยังมีเมนูใหม่อยู่เรื่อยๆ

เพียงแต่หลายๆเมนูยังคิดว่า basic เกินไปไม่อยากเอามาลงให้เป็นที่สังเวช

แต่ก็มีบ้างละ วันดีคืนดีที่ทะลึ่งอยากทำของยากๆกิน

เช่น "หมูกรอบ" เป็นต้น

 

 

ที่ Chicago นั้น หาหมูกรอบกินได้ตามร้านอาหารจีนบางแห่ง ซึ่งมีอยู่ไม่มากนัก นอกจากใน Chinatown

เพราะฝรั่งส่วนใหญ่ไม่ค่อยนิยมกินหมูกันครับ นอกจากประเภทที่แปรรูปแล้ว เช่น Bacon หรือ Ham

 

เจ้าหมูสามชั้นที่เห็นนี้ ซื้อมาจากตลาดเวียดนาม เอามาหั่นเป็นชิ้นพอดีๆ แล้วต้มให้พอสุก

ที่ไม่หั่นเป็นชิ้นยาวๆใหญ่เหมือนที่เห็นตามร้าน เพราะกลัวทำเจ๊ง (ก็มือใหม่นี่ครับ)

 

 

จากนั้นเอาส้อมมาจิ้มที่หนังให้ทั่วๆ จิ้มลึกๆเยอะๆหน่อย บีบน้ำมะนาวทาลงบนหนัง

เวลาทอดจะได้กรอบๆฟูๆดูน่ากิน จากนั้นเอาเกลือทาให้ทั่วทั้งชิ้น

ผึ่งลมให้แห้ง แล้วเอาลงทอดในน้ำมันเดือดๆ ถ้าท่วมชิ้นหมูแบบ Deep fried ได้ยิ่งดี

แต่ผมเสียดายน้ำมัน เลยท่วมแค่ปริ่มๆ อาศัยพลิกไปพลิกมาเอา

 

 

ทอดจนเหลือง กรอบ และแน่ใจว่าข้างในสุก ถ้าไม่แน่ใจก็หั่นออกมาดู

จากนั้นก็ยกมาผึ่งให้สะเด็ดน้ำมัน

 

 

ผมชอบหมูกรอบแบบ juicy อย่างที่เห็น เพราะกลัวว่าถ้าเอาไปผัดต่อมันจะแห้งเกินไป

ในรูปดูเหมือนจะชิ้นเล็ก แต่จริงๆแล้วใหญ่เหมือนกันนะ อิ่มพอดีๆเลย

 

 

เอาหมูกรอบที่หั่นเป็นชิ้นพอดีๆไปผัดต่อกับ Bok Choy (ภาษาไทยเค้าเรียกผักอะไรหว่า)

ใส่ซีอิ๊ว, น้ำมันหอย ปรุงตามชอบใจ สุดท้ายก็โปะไข่ดาวแบบไข่แดงเยิ้มฟองนึงก็เสร็จ

อิ่มอร่อย style ร้านอาหารตามสั่ง แก้คิดถึงบ้านได้ดีทีเดียว

 

-------------------------------------------------------------------------------------

 

 

Beer เย็นๆที่เพิ่งชิมเมื่อเร็วๆนี้ เจ้า Sapporo นั่นเคยเอาลงให้ดูแล้ว

ส่วน Heineken นี่อยากให้ดูกระป๋อง ซึ่งเค้าออกแบบให้ดูคล้ายถังใส่ beer สด

ดูอ้วนๆกลมๆ น่ารักดี วางเทียบกับกระป๋อง coke ปกติดู

เรียกว่าที่ซื้อมานี้ เพราะชอบกระป๋องแท้ๆเลยเชียว

edit @ 16 Jul 2008 09:28:27 by sengkaraoke

ภาพต่อไปนี้คือ อาหารมื้อดึกที่เกิดขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นงาน Waitor ที่ร้านอาหารตอนสี่ทุ่ม

แล้วยังต้องกลับมาปั่นงานออกแบบเมนูให้ร้านอาหารต่อ..

 

ข้าวผัดผงกะหรี่ที่หิ้วมาจากที่ร้าน แกล้มด้วย fish stick ที่เพิ่งทอดจิ้มกับน้ำจิ้มไก่

ตบท้ายด้วยเบียร์ Sapporo เย็นเฉียบกระป๋องโต!

 

วางอาหารทั้งหมดไว้ข้างคอมฯ บนโต๊ะที่รกมากๆ

ทำงานไปกินไป รีบอัพ blog ไป

 

นี่ไง.. เมนูแห่งความสุนทรีย์ ในนาทีเร่งด่วน

edit @ 17 Jun 2008 09:51:23 by sengkaraoke