food

เมนูกันตายหมายเลข 1

posted on 19 Mar 2008 19:26 by sengkaraoke  in food

อย่างที่เคยบอกไปเมื่อ Entry ก่อนๆว่า การมาอยู่ที่ Chicago ทำให้ผมเป็นคนตื่นเช้ามาก

สัก 6 โมงกว่าๆก็ตื่นแล้ว..

พอตื่น หิว ก็ทำอะไรกินไปเรื่อย เพราะค่าครองชีพที่นี่แพงเหลือหลาย

ถ้าทำอาหารกินเองได้ก็ประหยัดไปโข


วันนี้เริ่มจากอาหารเช้าแบบสิ้นคิดแล้วกัน

แซนวิชไก่งวงคับ

 

ส่วนผสมประกอบด้วย

- ขนมปัง Whole Wheat :ของที่นี่แผ่นใหญ่ดี

- Swiss cheese :ไม่รู้ว่ามันต่างจาก cheddar ยังไง

แต่ซื้อเพราะชอบที่แต่ละแผ่นมันมีรูๆเหมือนในการ์ตูนดี

- ผักอะไรสักอย่างคล้ายๆผักกาด :ดูกรอบๆ และเก็บได้นานเลยซื้อมา

- แฮม Turkey หรือไก่งวง :คนที่นี่บ้าไก่งวง เพราะไก่ธรรมดารสชาติมันห่วย

รสชาติไก่งวงก็ใช้ได้ คล้ายๆหมูแฮม แต่ถูกกว่า มาในซอง zip lock อย่างดี

 

มาถึงวิธีทำ

ง่ายมาก คือโปะๆๆลงไปเป็น layer ตามชอบใจ(ของผมโปะไปสามชั้น) บวกแครอทหั่นฝอย

ที่ค้างอยู่ในตู้เย็นอีกนิด(ต้องรีบใส่ กลัวมันเสีย) และที่ขาดไม่ได้คือ

 

น้ำสลัดซีซาร์ กะ Ketchup บีบลงไปซะ ระวังอย่าให้ล้นออกมา เพราะมันเปลือง

เป็นอันเสร็จพิธี

 

สังเกตว่าของส่วนใหญ่ที่ผมซื้อมาเป็นยี่ห้อ Jewel ซึ่งเป็น Housebrand ของ

Supermarket ใกล้ๆห้องเช่าชื่อ Jewel Osco (ประมาณ Leader price บ้านเรา) ซึ่งคุณภาพดี

ราคาถูก package ก็หน้าตาดี เลยสอยมาตุนไว้เยอะหน่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอน sale

 

อร่อยๆ ไม่แพ้ของ Subway เลย บวกนมถั่วเหลืองอีกแก้ว ก็อยู่แล้วสำหรับมื้อเช้าในวันที่ขี้เกียจต้มโจ๊กซอง

ส่วนผสมทั้งชุดสามารถเลี้ยงคนสองคนไปได้ประมาณ 4 มื้อ(แถมมีของเหลืออีกหน่อย)

ในราคา เกือบ 12 เหรียญ ตกมื้อละ 1.5


อิ่ม แล้วก็ประหยัดเท่าที่ทำได้แล้วน่า

edit @ 19 Mar 2008 20:26:38 by sengkaraoke

ฮือฮา! มนุษย์มาม่า เด็กชาย 11 ขวบ กินแต่มาม่า ไม่เคยกินข้าว


มนุษย์มาม่า

มนุษย์มาม่า

พบเรื่องสุดพิสดาร ด.ช.วัย 11 ขวบ กลายเป็น "มนุษย์มาม่า" ตั้งแต่เกิดไม่เคยกินข้าว กินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับของขบเคี้ยว แถมต้องนั่งกินที่บ้านสถานเดียว กินที่อื่นไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะอ้วกออกมาหมด รวมถึงผักทุกชนิด ก๋วยเตี๋ยว ขนมหวานก็กินไม่ได้ ครูที่โรงเรียนยอมรับรู้มานานจนต้องยอมให้กินขนมขบเคี้ยวในห้องเรียน ทุกวันนี้พักเที่ยงต้องวิ่งกลับไปโซ้ยมาม่าที่บ้าน ผู้เป็นพ่อเครียดจัดเคยพาไปหาหมอรักษาแต่ไม่หาย วอนภาครัฐช่วยด้วยเพราะเกิดปัญหาการใช้ชีวิต เจ้าตัวงงไม่รู้เป็นอะไร ได้กลิ่นอาหารอื่นแล้วเหม็นมาก ครวญอยากหายเพราะอยากเข้าสังคม

พบมนุษย์ประหลาดกินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรายนี้ ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 20 มี.ค. นายทีวี โฉมงาม อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 หมู่ 3 ต.ห้วยคันแหลน อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง พา ด.ช.ธีรวัฒน์ หรือน้องบอล โฉมงาม บุตรชายวัย 11 ขวบ ของตนเอง เดินทางมายังสำนักประสานงานกลุ่มผู้สื่อข่าวจังหวัดอ่างทองเพื่อขอความช่วยเหลือเนื่องจาก ด.ช.ธีรวัฒน์ มีอาการประหลาดคล้ายโรคประจำตัว ไม่กินข้าวมาตั้งแต่เกิด กินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นประจำ สร้างปัญหาในการดำเนินชีวิตอย่างมาก ยิ่งตอนนี้กำลังจะเข้าเรียนชั้น ม.1 แต่ไม่สามารถเข้าเรียนได้เนื่องจากปัญหาดังกล่าว

นายทีวี เปิดเผยเรื่องประหลาดว่า ตนมีบุตรทั้งหมด 3 คน น้องบอลเป็นคนสุดท้องซึ่งกำลังจะจบ ป.6 ในอีกไม่กี่วันนี้ ที่มีปัญหาคือน้องบอลไม่กินข้าวเลยมาตั้งแต่เกิดรวมทั้งผักทุกชนิด ก๋วยเตี๋ยว แม้แต่ขนมหวานก็ไม่กิน ทุกวันจะกินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือมาม่า และขนมขบเคี้ยวเท่านั้น ที่สำคัญต้องนั่งกินที่บ้าน หากกินอย่างอื่น หรือกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่อื่นเข้าไปก็จะอาเจียนออกมาหมด ตนเคยพาน้องบอลไปหาหมอที่โรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ พอตรวจอาการหมอกลับบอกว่าไม่เป็นอะไร และให้ยามากินบอกว่าหายแน่นอน แต่จนถึงวันนี้อาการดังกล่าวก็ไม่หาย ตนเครียดมากว่าทำไมลูกไม่ยอมกินข้าว บางครั้งถึงกับลงมือลงไม้บังคับลูกให้กินข้าว แต่พอกินเข้าไปก็อาเจียนออกมาหมด

"ผมไม่รู้จะทำอย่างไร สงสารลูกมาก ปีนี้เขากำลังจะขึ้น ม.1 ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะหากส่งลูกไปเรียนในตัวจังหวัด เขาก็จะกลับมากินมาม่าที่บ้านไม่ทันเพราะระยะทางไกล ทุกวันนี้ที่เรียนอยู่ในระดับประถมศึกษา ตอนเที่ยงก็จะกลับมากินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่บ้านทุกวัน จากนี้ไปเขาต้องย้ายโรงเรียนตามลำดับขั้น ไล่ตั้งแต่มัธยมจนถึงมหาวิทยาลัย มันก็ต้องไกลบ้านไปเรื่อยๆ แล้วลูกชายของผมจะทำอย่างไร ขอวอนให้ภาครัฐช่วยรักษาด้วย" นายทีวีครวญ

ด้านนายสุชาติ ทับทิมทอง ผอ.โรงเรียนวัดห้อยคันแหลน กล่าวว่า ด.ช.ธีรวัฒน์ มีปัญหาลักษณะนี้มาตั้งแต่เข้าเรียนชั้น ป.1 ตอนแรกทางโรงเรียนก็ไม่ทราบจนมารู้เรื่องจากผู้ปกครอง แต่ ด.ช.ธีรวัฒน์ ก็ดูมีร่างกายที่แข็งแรงดี จะมีบ้างที่ปวดท้อง สำหรับปัญหาการเข้าร่วมกับเพื่อนๆ นั้นจะมีก็ต่อเมื่อการเข้าค่าย หรือการทำกิจกรรมกลุ่ม ที่ต้องรับประทานอาหารร่วมกับเพื่อนก็จะกินไม่ได้ น่าสงสารมาก บางครั้งมีบุคคลภายนอกมาร่วมทำกิจกรรมก็จะดุว่าทำไมไม่กินข้าว จนคุณครูต้องเข้าไปอธิบาย และที่สำคัญ ด.ช.ธีรวัฒน์ จะกินขนมขบเคี้ยวบ่อยมาก จนตนต้องอนุญาตให้เอาขนมขบเคี้ยวเข้าไปกินในชั้นเรียนได้

ขณะที่ ด.ช.ธีรวัฒน์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ตั้งแต่จำความได้ก็รู้ว่ากินข้าวไม่ได้ หากกินเข้าไปจะอาเจียนออกมาหมด แม้จะแค่ได้กลิ่นก็ตาม มันมีความรู้สึกว่าเหม็นมาก จะกินได้แต่มาม่าที่บ้านเท่านั้น ส่วนตามร้านค้าก็จะกินไม่ได้ ไม่รู้เป็นอะไร ตนอยากหายจากอาการแบบนี้ อยากเข้าสังคมได้ อยากเรียนสูงๆ แต่ต้องกลับมากินมาม่าที่บ้านทุกวัน ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้

 

 

 

copy มาจากเวป เดลินิวส์ ครับ

 

 

อ่านแล้วถึงกับสะดุดกึกทีเดียว เมื่อมองไปที่มาม่าหนึ่งลังที่วางอยู่ในห้อง

 

และคิดว่าต้องกินมันหมดแน่ๆ

 

ว่าแล้วก็ทำมาม่า็กินอย่างมีศิลปะดีกว่า และขอตั้งชื่อเมนูนี้ว่า

มาม่าผัดเบคอน ไข่และชีสสส!!

 

วัตถุดิบสิ้นคิดสุดๆเช่นเคย ได้แก่

มาม่ารสที่ชอบ, เบคอนลดราคา, ไข่ไก่ และชีสที่เหลืออยู่(จากการทำแซนวิชเมื่อตอนที่แล้ว)

 

 

เริ่มจาก

นำเบคอนมาผัดบนกระทะให้น้ำมันออกมาพอประมาณ ระวังอย่าให้เกรียมมาก

โกยเบคอนไปด้านหนึ่ง แล้วตอกไข่ลงไปไม่ให้มันปนกัน จากนั้นก็กวนไปจนไข่เริ่มสุก

นำมาม่าที่ลวกเส้นแล้วลงไปผัดรวมกัน ปรุงรสตามใจชอบ

ตบท้ายด้วยการนำชีสมาหั่นเป็นฝอย โรยลงไปคลุกเคล้าตอนยังร้อนนี่แหละ(หนึบหนับดีนักแล)

 

 

 

ตกแต่งจานด้วยผักที่เหลือ(อีกแล้ว)

เสร็จสิ้นออกมาหอมเบคอน และชีสสส น่ากินสุดๆ

 

 

 

อร่อยมากๆ ทำเอง ชมเอง กินหมดเกลี้ยงจานเลยทีเดียว

ตบท้าย diet pepsi อีกกระป๋องเป็นอันเสร็จพิธีกรรม

 

 

ไม่ต้องห่วง ผมไม่ได้กินแต่มาม่าทุกวันหรอกน่า!

 

 

edit @ 28 Mar 2008 22:18:21 by sengkaraoke

รวมมิตรอาหารแดกด่วน

posted on 19 Apr 2008 07:10 by sengkaraoke  in food

ผมเป็นคนอยู่ง่าย แต่กินยากครับ

เลือกกิน เรื่องมาก ถ้าไม่ถูกปากก็ไม่กินซะยังงั้น นั่นคือเหตุผลที่ผมมักจะทำอาหารกินเองที่ Chicago

แต่หลายครั้งมันก็อดไม่ได้ที่จะลองชิมอาหารสามัญของคนที่นี่

นั่นคือพวก Junk food ทั้งหลายทั้งปวง ที่ฝรั่งเค้ากินกันเป็นปกติ

ส่วนคนไทยอย่างเรา ไปกินอย่างนั้นทุกมื้อก็ไม่ไหว เลี่ยนตาย

แต่ถ้านานๆกินสักที ถือว่าเปลี่ยนบรรยากาศก็พอไหว

 

เริ่มด้วย Hamburgur นี่แหละ basic มากๆ ขายแข่งกันหลายเจ้า แต่ได้ยินว่า Wendy's

ค่อนข้างขึ้นชื่อว่าอร่อย เลยขอลองสักที ของเค้าห่อมาในฟรอยด์ ดูแปลกตาดี

 

Hamburger ที่นี่ size ใหญ่โตมโหฬารเป็นเรื่องปกติครับ กินกันทีเลอะเทอะมากๆ

ของ Wendy's ก็เช่นกัน ใส้ในมีเนื้อย่างสี่เหลี่ยม 2 แผ่นใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์

กับชีสทะลักๆ รองด้วยแตงกวาดองตามสูตร อร่อยใช้ได้ แจ่มกว่า McDonald หลายขุม

 

ต่อกันด้วย Hamburger หน้าตาคล้าย Sandwich ของ Arby's ซึ่ง promote ว่าไส้ใน

ใช้ pepper beef ซึ่งจริงๆแล้วดูคล้ายเนื้อแผ่นบางๆนำมาต้มแล้วคลุกด้วยเครื่องเทศ

ก่อนนำมาพันทบไปทบมาหลายๆชั้นจนดูตู้มอย่างที่เห็น

 

ดูกันชัดๆ ชีสหนืดและทะลักมากๆ แต่รสชาตโดยรวมถือว่าเฉยๆ ขนมปังแห้งไปหน่อย

อีกอย่างคือ ผมดันทะลึ่งลองใส่ sauce แปลกๆลงไปอันนึง ซึ่งทำให้รสชาต drop ไปมาก เซ็งโคตร

 

คนอเมริกันเค้าบ้ากินโดนัทเอามากๆ ไปที่ไหนก็เจอ Dunkin Donuts แม้แต่ใน supermarket

ยังมีขายเพียบเลย ส่วนผมค่อนข้างเอียนกับของหวานๆ แบบนี้เลยเลี่ยงมาสั่ง Sandwich กินแทน

ในยามที่หันไปทางไหนก็เจอแต่ Dunkin และที่สำคัญคือ หิว!

 

Sandwich ที่สั่งมาเป็นแบบ flatbread คือแทนที่จะใช้ขนมปัง กลับใช้แป้งบางๆเหมือน pizza

ไปอบแทน กินตอนร้อนๆอร่อยดี ที่สั่งมาคือไส้ Turkey, Becon, Cheese ถึงจะบางแต่แผ่นใหญ่

อิ่มพอดีๆ

 

ไก่ทอด Popeye ก็เป็นอีกร้านนึงที่ผมเดินผ่านทุกวันก่อนลง Subway เมื่อมีโอกาส เลยขอลองสักที

ผลปรากฏว่า ไก่ทอด KFC บ้านเราชนะขาดครับ เพราะไก่ที่นี่เนื้อลีบมาก แห้ง รสชาตแป้งก็จืด

ขนาดสั่ง spicy แล้วนะ fried ก็ห่วย มีดีอย่างเดียวคือ Biscuit ก็ไอ้ขนมปังก้อนกลมๆที่เห็นนั่นแหละ

อร่อยมาก กรอบนอกนุ่มใน คล้ายๆขนมปังของ KFC ที่เคยขายในบ้านเราเมื่อนานมาแล้ว

คราวหลังไปจะสั่งแต่ Biscuit กลับมากินอย่างเดียว (มันจะเศร้าไหมนี่)

 

มากิน Fast food แบบจีนๆ กันมั่ง Oriental Express อยู่ฝั่งตรงข้าม U ผมเอง

ที่เห็นเป็นข้าวผัดอะไรสักอย่างกับไก่ทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน ร้านนี้เป็นอาหารจีนจำพวกผัด

แบบง่ายๆ ให้เยอะ ราคาประหยัด นานๆกินทีได้ กินบ่อยไม่ไหว เลี่ยน น้ำมันเยอะ

 

ตบท้ายด้วยของหวานไว้ล้างคอกัน ด้วยลูกอม Baskin Robbins รสชาตถอดแบบไอติมมาเปี๊ยบ

เอาไปแช่เย็นก่อน ค่อยอม ก็หอมๆอร่อยดี

ว่าแล้วก็เบื่อ..

ขอตัวไปทำกับข้าวกินก่อนนะครับ!

edit @ 19 Apr 2008 08:17:09 by sengkaraoke

Tag : My lunch ข้าวเที่ยงของข้า

posted on 02 May 2008 05:50 by sengkaraoke  in food

เพิ่งเคยได้รับ Tag ครั้งแรก

ส่งมาจาก http://whitemaples.exteen.com แอบตื่นเต้นเล็กน้อย

พอตั้งสติจึงนึกขึ้นได้ว่า ตั้งใจจะเขียนอยู่แล้วว่าบางวันผมเองก็ทำ Lunch box ไปกิน

ซึ่งจะทำบ้างไม่ทำบ้าง ก็ตามแต่ความขี้เกียจบงการ

 

หน้าตา Cafeteria หรือโรงอาหารของ U เป็นยังงี้

 

ที่ให้ดูไม่ใช่อะไรหรอก คือจะบอกว่าแต่ละโต๊ะมันใกล้กัน เตาไมโครเวฟที่เอาไว้อุ่นอาหาร

ก็ต้องแบ่งกันใช้ ดังนั้นผมจึงออกอาการประสาทเล็กน้อย กลัวว่าถ้าอาหารที่ทำเกิดไม่อร่อย

หรือหน้าตาไม่โสภา จะทำให้ประเทศไทยขายหน้าเอา

เวลาคิดจะทำ lunch box สักทีก็ต้องปราณีตกันนิดนึง เริ่มด้วย..

 

-ข้าวหน้าเนื้อเกาหลี

ไม่ยากมากแต่เสียเวลานิดนึง คือหมักเนื้อ slice กับ sauce เกาหลีที่ซื้อมากับ kikoman, น้ำมันหอย,

น้ำมันงา, หัวหอม ทิ้งไว้สักคืน ก็เอามาผัดพอ medium กะว่าเนื้อกำลังนุ่ม

หยิบมาวางเคียงกับข้าวญี่ปุ่นที่หุงไว้ หั่นผักประกอบเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหาร

โรยผงโรยข้าวอีกนิดนึงก็เป็นอันเสร็จพิธี

 

วัตถุดิบก็ประมาณนี้ หยิบจับอะไรในตู้เย็นได้มาเอามาทำ

 

ตอนรออุ่นอาหารหน้าเตาไมโครเวฟ ดันไปโม้กับสาวเกาหลีที่รออยู่ข้างหน้าว่า

ถึงไอจะเป็นคนไทยแต่ก็ทำอาหารเกาหลีเป็นนะ

เค้าก็งงๆถามว่า มันเกาหลียังไง ผมก็บอกว่าใช้ซอสเกาหลี มันก็ต้องเกาหลีสิ!

สุดท้ายก็ตัดสินด้วยการชิม สาวเกาหลียอมรับว่าอร่อย

แต่ยังไม่ยอมรับว่าเป็นอาหารเกาหลี(งงไหม)

ช่างมันเถอะ มาดูอีกเมนูนึงดีกว่า

 

บะหมี่ราดกระเพรากุ้ง และเนื้อสับ

ลวกบะหมี่ไข่ ราดด้วยผัดกระเพรากุ้ง(แช่แข็ง) กับเนื้อสับที่หมักไว้ ง่ายโคตร

กระแดะไปบอกเพื่อนบราซิลเสียด้วยว่าทำ Fusion food ไทย-จีน

แต่ยังไม่กล้าให้ชิม กลัวเผ็ดเกิน เดี๋ยวมันบ่นเอา

 

ตบท้ายด้วยของหวานเช่นเคย(ไม่ได้พกไปกินที่ U นะ)

Haagen-Dazs รสใหม่ที่ขอตั้งชื่อภาษาไทยว่า "รสทับทิมช้อคชิบ!"

คือมันช้อคจริงๆ ช้อคชิบ ไม่รู้ว่าคิดมาได้ยังไง แรกเห็นนี่จินตนาการถึงรสชาตไม่ออกจริงๆ

 

อืมมม รสหวานอมเปรี้ยวแบบ sherbet นำตามด้วยรสขมของช้อคโกแลตชิป

รู้สึกอร่อยอยู่สองคำก็วางช้อน เริ่มชัดเจนแล้วว่ามันไม่เข้ากัน ช้อคชิบ

แถมงงด้วยว่ามันมีรสทับทิมตรงไหนวะ แย่แล้ว เหลือบานเลย

ใครอยากลองชิมเชิญมาเอาไปได้เลยนะครับ!

edit @ 2 May 2008 08:02:05 by sengkaraoke

อุด้งราดแกงกะหรี่หมูทอด

posted on 07 Jun 2008 12:53 by sengkaraoke  in food

 

อย่างที่ทราบกันดีว่าผมชอบทำอาหาร..

 

ซึ่งสิ่งที่ตั้งใจไว้นั้นมีอยู่ 2 ประการ นอกเหนือจากความอร่อยแล้ว นั่นก็คือ

1. บริหารวัตถุดิบทุกอย่างในตู้เย็นให้ดี - อย่าให้มีอะไรที่เก็บไว้นาน หรือเน่าเสีย

2. ทำให้เมนูวันนี้แตกต่างจากเมื่อวาน - พยายามคิดค้นสิ่งใหม่ๆทุกวัน

แม้บางครั้งจะเป็นเมนูเดียวกัน แต่มีการปรับสูตร หรือส่วนประกอบ เพื่อหาความแปลกใหม่ ไม่ให้ชีวิตเซ็ง

(เคยเห็นบางคนทำเป็นแต่ข้าวผัด แล้วก็กินแต่ข้าวผัดทุกวันจริงๆ ผมละกล้วชีวิตแบบนั้่นมากๆเลย)

 

ถ้าจะว่าไปแล้ว..

เมนูแกงกะหรี่นี่ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากหลายๆท่านใน exteen นี่แหละ

พออ่านแล้วก็เลยอยากลองทำดูบ้าง

แต่เปลี่ยนจากข้าวสวย เป็นเส้นอุด้งแทน

กลายเป็น "อุด้งราดแกงกะหรี่หมูทอด"

 

 

เริ่มด้วยวัตถุดิบพื้นฐานที่หั่นเตรียมไว้คือ แครอท, มันฝรั่ง และหัวหอม

อ้อ หั่นมันฝรั่งชิ้นใหญ่หน่อยนะ เพราะมันเละง่าย

 

จากนั้นก็ผัดหัวหอมกับเนื้อก่อนในกระทะให้เหลืองหอม

จากนั้นก็เติมน้ำซุปลงไป แล้วก็ใส่แครอท กับมันฝรั่งลงไปต้ม

 

 

พอน้ำเดือด ก็หักเจ้าแกงกะหรี่ก้อน ยี่ห้อ Vermont ลงไปครึ่งนึง

ที่ใช้เพราะเค้าว่าอร่อย มีส่วนผสมของแอบเปิ้ลกับน้ำผึ้งด้วย

คนๆให้ละลาย หรี่ไฟอ่อนตั้งทิ้งไว้สัก 20 นาที

 

 

ระหว่างนั้นก็มาเตรียมของทำหมูทอดกัน

เริ่มจาก หมักเนื้อหมูด้วย น้ำสับปะรด(ให้เนื้อนิ่ม), ซีอิ๊วขาว, พริกไทย, น้ำมันหอย, น้ำมันงา

หรืออะไรก็ได้แล้วแต่ชอบ กะๆปริมาณเอา หมักเตรียมไว้ล่วงหน้าคืนนึง

 

 

จากนั้นนำเนื้อหมูมา คลุกกับแป้ง(ผมใช้แป้ง pancake เพราะมีอยู่พอดี), ชุบไข่

และสุดท้ายคือ เกล็ดขนมปัง(ของบริจาคจากพี่ผิงอีกแล้ว) นำมาผึ่งไว้แปบนึงก่อน

แล้วค่อยลงทอดในน้ำมันท่วมๆที่กำลังเดือด ยอมเปลืองน้ำมันหน่อยนึง

 

 

ระหว่างที่รอโน่นรอนี่อยู่ ก็ปอกกระเทียมเตรียมไว้สำหรับทำอาหารในมื้อถัดไป

อย่าปอกไว้เยอะเกิน เพราะมันจะเก็บได้ไม่นาน

 

 

เมื่อถึงเวลา ก็กลับมาดูที่หม้อแกงกะหรี่อีกทีนึง

ลองชิมดู ถ้ารสชาตยังไม่ได้ใจ ก็ปรุงเพิ่มด้วย ซอส Kikoman หรือพริกไทยก็ได้

 

และเป็นเรื่องแปลกอีกอย่างนึง ที่ของพวกนี้ยิ่งเก็บทิ้งไว้ เวลาเอามาอุ่นกินอีกที่ยิ่งอร่อย

เหมือนมันจะเข้มข้นขึ้นยังไงบอกไม่ถูก ถ้ามีเวลาก็ลองทำทิ้งไว้สักคืนนึงอย่างผม

แล้วรุ่งขึ้นมาลองอุ่นกินดู จะพบว่ารสชาตต่างกันมากๆ

 

จากนั้นต้มเส้นอุด้ง จัดใส่จาน โปะด้วยหมูทอด ราดด้วยแกงกะหรี่ เป็นอันเสร็จพิธี

 

 

สวยงาม น่ากินมากๆ

 

ลองหลับตานึกภาพดู.. กลิ่นหอมๆของเครื่องเทศ และรสชาตเผ็ดร้อนของแกงกะหรี่ข้นๆ

คลุกเคล้ากับเส้นอุด้งที่เหนียวนุ่ม ผสมผสานกับความกรอบนอกนุ่มในของหมูทอดทงคัทสึ อย่างลงตัว

มันช่างสุดยอดอะไรอย่างนี้! (พยายามนึกถึงเสียงพากษ์ของ TV Champion นะ อิอิ)

 

ซูมกันเต็มๆ

 

ปล. ลืมโรยชีส บนแกงกะหรี่อะ บ้าเอ๊ย! ทำไมเพิ่งมานึกได้เนี่ย

 

-------------------------------------------------------------------------------------- 

 

ตบท้ายด้วยเครื่องดื่มกันบ้าง กับ Coke รุ่น Limited Edition ที่ออกมาได้สัพักหนึ่งแล้ว

ความพิเศษคือ ขวด, ฉลากที่ผลิตใหม่แต่เลียนแบบรูปทรงของขวดรุ่น Classic ในปี 1899

โดยยังคงรสชาตเหมือนในตอนนั้นไว้ด้วย!

 

หลังจากชิมแล้วผมว่า รสชาตเหมือน Coke ปัจจุบันมากๆ รู้สึกเหมือนโดนหลอกนิดๆ

หรือว่าลิ้นเราผิดปกติเนี่ย!

ภาพต่อไปนี้คือ อาหารมื้อดึกที่เกิดขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นงาน Waitor ที่ร้านอาหารตอนสี่ทุ่ม

แล้วยังต้องกลับมาปั่นงานออกแบบเมนูให้ร้านอาหารต่อ..

 

ข้าวผัดผงกะหรี่ที่หิ้วมาจากที่ร้าน แกล้มด้วย fish stick ที่เพิ่งทอดจิ้มกับน้ำจิ้มไก่

ตบท้ายด้วยเบียร์ Sapporo เย็นเฉียบกระป๋องโต!

 

วางอาหารทั้งหมดไว้ข้างคอมฯ บนโต๊ะที่รกมากๆ

ทำงานไปกินไป รีบอัพ blog ไป

 

นี่ไง.. เมนูแห่งความสุนทรีย์ ในนาทีเร่งด่วน

edit @ 17 Jun 2008 09:51:23 by sengkaraoke