cool

5 อันดับ logo ในดวงใจ

posted on 30 Jan 2008 15:37 by sengkaraoke  in cool

เมื่อหลายวันมานี้ผมได้มีโอกาสออกแบบ logo สำหรับงานๆหนึ่ง

หลังจากที่ไม่ได้ทำงานประเภทนี้มาพักใหญ่ ทำให้ต้องมีการ research logo ต่างๆ

ว่าเค้าทำกันไปถึงไหน ทีนี้พอดูเข้ามากๆ

เลยเกิดอยากจัดอันดับขึ้นมาซะยังงั้น

 

หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกนั้นง่ายมากๆ คือ เห็นแล้วชอบ ชอบถึงขั้น

อยากหยิบมา screen ลงเสื้อยืดใส่ประมาณนั้น คือดกันูเฉพาะ logo เพียวๆนะครับ

ไม่เกี่ยวกับ brand, iidentity หรือ advertising ใดๆทั้งสิ้น

1. I love NY

ใครเห็นก็คงรู้จัก เพราะผ่านหูผ่านตากันบ่อยเหลือเกิน

จัดเป็นหนึ่งใน logo ที่ถูกนำไปดัดแปลงเป็น i love xx ต่างๆอย่างมากมาย

ด้วยรูปแบบที่สวยงามลงตัว, classic และเป็น icon ไปแล้ว จึงขอยกอันดับ 1 ให้โดยดุษฎีครับ

2. Sun microsystems

แรกเห็นผมไม่รู้ด้วยซ้ำไป ว่าบริษัทอะไรวะใช้ symbol อันเดียววาง 4 มุมดูคล้ายๆแผงวงจร

หรือ chip อะไรสักอย่าง แต่พอเพ่งดีๆกลับพบว่า

เฮ้ย!ไม่ว่าอ่านจากมุมไหนก็อ่านได้ว่า Sun นี่หว่า

เป็นการเล่นกับการจัดวาง typography ที่ฉลาดมากๆ (แม้ว่าโดยภาพรวมจะดูไม่ลงตัวนักก็ตาม)

3. Ronald McDonald Children's Charities

รูปมือของพี่ Ronald ที่กำลังกุมมือเด็ก เป็นอะไรที่เรียบง่าย แต่สื่อสารได้อย่างคมคาย

มีอารมณ์ซึ้งนิดๆ ถือเป็น goal หนึ่งของผมในการออกแบบ logo เลยทีเดียว

4. Bank of Ayudhya

ถ้าใครเคยออกแบบอะไรก็ตามที่ต้องแสดงออกถึงความเป็นไทย จะรู้ว่ายากมากที่จะสื่อถึง

ความเป็นไทยออกมาได้อย่าง"พอดี" ซึ่งความพอดีที่ว่านั้น ผมว่ามันปรากฏอยู่ใน logo นี้ครับ

5. xxxxx

อาจดูลำเอียงไปนิดที่จัด logo อันนี้มาอยู่ใน list ด้วย เพราะผมออกแบบมันเอง!

เป็น logo ที่ต้องการสื่อถึงคุณภาพที่มาพร้อมความใส่ใจ เป็นรูปสัญลักษณ์มือ Ok

บวกด้วยรูปหัวใจที่แทรกอยู่ด้านใน

สำหรับรายละเอียดอื่นๆยังเปิดเผยไม่ได้ครับ จริงๆเป็นแบบเต็มที่มีตัวอักษรด้านข้างอีกนิด

แต่ crop มาให้ดูได้แค่นี้ ให้ดูมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว

เดี๋ยวซวย!

แถมอีกนิด!

มีใครเคยสังเกตบ้างไหมว่า logo Fedex ที่เราเห็นกันอยู่บ่อยครั้งนั้น

มันมีลูกศรแทรกอยู่ระหว่างตัว E กับ x

คุณคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือความตั้งใจครับ

 

แล้ว logo ในใจของทุกๆคน มีอะไรบ้างลองบอกให้ฟังบ้างสิครับ!

edit @ 30 Jan 2008 17:41:44 by sengkaraoke

3 คำถามที่ไม่มีคำตอบ

posted on 22 Feb 2008 14:51 by sengkaraoke  in cool

เคยไหม เวลาที่เรามองไปรอบๆตัวแล้วเกิดคำถามบางอย่างขึ้นในใจ

พยามยามค้นหาคำตอบเท่าไหร่ก็ไม่เจอสักที

 

เท่าที่นึกออกตอนนี้.. ผมมีอยู่ 3 ข้อครับ

 

1. เรากำลังดมอะไร ในยาดมพม่า

ยาดมพม่าหอมฉุนที่ขายกันทั่วบ้านทั่วเมือง ข้างในมีสิ่งที่ดูคล้ายสมุนไพรตากแห้ง

ผสมกับน้ำมันบางอย่าง แท้จริงแล้วคืออะไร ใครอ่านภาษาพม่าออกช่วยบอกที

(กลัวว่าจะเป็นอุนจิของตัวอะไรสักอย่างนี่แหละ ถึงได้สงสัย อิ อิ)

 

2.ทำไมไม่มีใครทำไม้ช้อตยุงแบบดีๆออกมาสักที

ได้รับความนิยมจนแทบจะมีกันทุกครัวเรือน พิสูจน์แล้วถึงความ work ของเจ้าไม้ช้อตยุงจากจีนอันนี้

แต่ติดว่า มันเจ๊งง่าย และที่สำคัญคือหน้าตาขี้เหร่มากๆ

(ลองนึกภาพ เจ้าไม้นี้ไปวางในบ้านแบบที่ลงใน room หรือ wallpaper สิ)

อยากเห็น Philips หรือ LG ทำแบบโดนๆออกมาสักอัน!

 

3.ข้อนี้ยาวอ่านที่เนื้อเรื่องแล้วกัน

ลองพิจารณาดูนะครับ ว่าเหตุการณ์ไหนที่เรียกว่าผิดหรือถูก และคุณเลือกที่จะทำอย่างไหนกัน

- รับใบปลิว(เงินด่วน,ลดน้ำหนัก, download ringtone ฯลฯ) เพราะเห็นใจคนแจก แต่พออยู่

ในมือปั๊บก็แทบไม่แล ทิ้งเกลื่อนพื้นไปหมด เรียกว่า ถ้าเจ้าของมาเห็นเข้าคงเศร้าน่าดู

- ทำเชิดๆ, เดินหลบไม่รับใบปลิว เพราะไม่ได้สนใจ และคิดว่าถ้ารับมาก็คงทิ้งแน่ๆ

แต่ก็ต้องทนกับสีหน้าจ๋อยๆของคนแจกอยู่แวบนึง

 

ผมเองทำมาแล้วทั้งสองแบบครับ และไม่สบายใจทุกครั้งที่เลือกทำอย่างใดอย่างนึง

 

ข้อสุดท้ายนี่หาคำตอบยากหน่อยนะครับ!

พระนามบัตรของในหลวง

posted on 25 Feb 2008 11:18 by sengkaraoke  in cool
ในหลวงมีพระนามบัตรหรือไม่?
หากมี พระนามบัตรของพระองค์มีหน้าตาอย่างไร?
วันนี้ผมได้คำตอบจาก 
 
http://bso-taki.exteen.com/20071204/entry 
และ http://www.thethaiprinter.com/magazine_news.asp?newsID=204
 
บทความข้างใต้นี่ copy paste มาล้วนๆครับ
เชิญชมเป็นบุญตากัน
 
 

 

ี้

 

 
 
ภายใต้เนื้อหางานนิทรรศการ “Power of Symbolization, Power of Colors” แม้จะปรากฎให้เห็นถึงนวัตกรรมการใช้สัญลักษณ์และสีในการออกแบบอย่างหลากหลาย แต่ผลงานที่สะกดให้ทุกคนต้องหยุดเพ่งพินิจ,มองด้วยความพิเคราะห์ ด้วยพลังของสัญลักษณ์และอำนาจของสีอย่างแท้จริงคือ “พระนามบัตร”ในหลวง!!

งานนิทรรศการที่มีชื่อเต็ม ๆ แบบยาวเฟื้อยว่า Power of Symbolization, Power of Colors The World of Hiromi Inayoshi, Socail Design Innovator เป็นการจัดแสดงผลงานการออกแบบของคุณฮิโรมิ อินาโยชิ ซึ่งเป็นนักออกแบบสัญลักษณ์และการใช้สีที่มีชื่อเสียง, เป็นที่รู้จักกันดีของผู้คนค่อนโลกโดยเฉพาะในญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา

โดยนิทรรศการจัดขึ้นตลอดทั้งเดือนกันยายน ณ ชั้น 6 อาคารพิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีภาพถ่าย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อให้นิสิตคณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรม รวมทั้งผู้สนใจทั่วไปได้ศึกษาถึงวิธีคิดและการออกแบบผลงานของนักสร้างสรรค์ระดับโลก โดยมี ศ.ดร.เปี่ยมภัคดิ์ เมนะเศวต คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ เป็นประธานในพิธีเปิด เมื่อบ่ายวันที่ 1 กันยายน 2549

พลังของสัญลักษณ์และอำนาจของสีในผลงานการออกแบบ“พระนามบัตร”ของในหลวง ทำให้วารสารข่าวสาร “ในวงการพิมพ์” ต้องขอสัมภาษณ์พิเศษคุณฮิโรมิ อินาโยชิ เพื่อค้นหาแนวคิดการออกแบบและล้วงลึกถึงกระบวนการพิมพ์มานำเสนอ โดยมี ดร.เสรี เจริญกิจมงคล อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้ช่วยแปล

คุณฮิโรมิ กล่าวว่า การมีโอกาสได้เป็นผู้ออกแบบ “พระนามบัตร” ในหลวงนั้น มีที่มาจากเมื่อครั้งได้ไปจัดนิทรรศการแสดงผลงานการออกแบบสัญลักษณ์และสี ในงานของสหประชาชาติ ณ โรงแรมพลาซ่าแอทธินี เมื่อปี 2545 และมีบุคคลในสำนักพระราชวังไปเห็นฝีมือ จึงให้ความสนใจและหารือถึงการสร้างผลงานเพื่อถวายในหลวง เนื่องในวโรกาสครบรอบ 75 พรรษา

ด้วยความที่ชำนาญเรื่องการออกแบบสัญลักษณ์บุคคลและการให้สี การหารือทั้ง 2 ฝ่ายจึงมุ่งไปที่เรื่องของการผลิตสิ่งพิมพ์ และในที่สุดจึงลงเอยที่การเลือกทำนามบัตร ดั้งนั้น จึงปรากฎเป็นผลงานการออกแบบนามบัตรจำนวน 4 แบบ ดังที่ปรากฎให้เห็น “พลังของสัญลักษณ์และอำนาจของสี” ที่สะกดให้ผู้ที่ได้พบเห็นต้องจ้องมองด้วยความสนใจ นั่นคือ

แบบที่ 1 มีคอนเซ็ปต์มาจากตัว “A” ซึ่งเป็นพระนามของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯคือ “อดุลยเดช” และส่วนของจุดสีที่อยู่ภายในแทนสีของแก้วนพรัตน์หรืออัญมณี 9 ประการ อันเป็นสัญลักษณ์ของพระมหากษัตริย์

แบบที่ 2 มีคอนเซ็ปต์มาจากการพนมมือไหว้ของคนไทย อันเป็นเอกลักษณ์ที่สื่อได้ถึงความเป็นคนไทย ขณะเดียวกัน ก็มีจุดสีของแก้วนพรัตน์รายล้อมอยู่ภายใน สื่อถึงความเป็นพระมหากษัตริย์ของไทย

แบบที่ 3 มีคอนเซ็ปต์มาจากเครื่องดนตรีคือแซกโซโฟน ซึ่งในหลวงทรงโปรดเป็นพิเศษและมีจุดสีของแก้วนพรัตน์แสดงเอกลักษณ์ของพระมหากษัตริย์อีกเช่นกัน

แบบที่ 4 มีคอนเซ็ปต์มาจากพระนาม “ภูมิพล” ซึ่งเมื่อเขียนเป็นภาษาอังกฤษจะขึ้นต้นด้วยตัว “B” แล้วออกแบบรูปร่างทำเป็นปีกพญาครุฑ ภายในบรรจุจุดสีของแก้วนพรัตน์แสดงเอกลักษณ์พระมหากษัตริย์ เพื่อให้เป็นในแนวทางเดียวกันหมด

อย่างไรก็ตาม ในแบบที่ 4 นับว่ามีเอกลักษณ์จากการมองให้ตีความได้หลากหลาย โดยนอกจากคอนเซ็ปต์ที่มาจากพระนามของในหลวงแล้ว บางคนอาจจะมองเห็นเป็นหัวเรือสุพรรณหงส์ หรือช่อฟ้าของวัดไทยก็ได้

“ช่วงที่กำลังคิดเพื่อออกแบบนั้น ส่วนใหญ่จะไม่เคร่งเครียดมากนักกับรูปแบบที่จะออกมา แต่จะใช้จิตนาการไปตามธรรมชาติ มองไปที่การสื่อสัญลักษณ์เพื่อแสดงเอกลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ แต่พอได้รูปแบบอะไรออกมาแล้ว ก็มานั่งคิดและไตร่ตรองดูว่า ใช่หรือไม่ เท่านั้น”

เป็นที่น่าสังเกตุว่า การออกแบบ “พระนามบัตร” จะเน้นภาพสัญลักษณ์มากกว่าการสื่อความหมายด้วยภาษาของตัวอักษร ดังที่ปรากฎในนามบัตรทั่วไป โดยที่คุณฮิโรมิ อธิบายว่า จริง ๆ แล้วการออกแบบนามบัตรทั่วไปส่วนใหญ่ไม่ถูกต้อง ถ้าพูดถึงระดับนานานาชาติ จะนิยมทำสัญลักษณ์มากกว่าใช้ภาษาของตัวอักษร

“นามบัตรที่ดีจะไม่นิยมพิมพ์ชื่อตัวเองหรือชื่อบุคคลขนาดใหญ่ ตัวหนังสือจะออกแบบเพียงให้ดูเป็นมันขึ้นมาและสื่อภาษาเล็กน้อยเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนามบัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ก็คงไม่จำเป็นต้องเน้นชื่อ และไม่จำเป็นต้องใส่ที่อยู่หรือเบอร์โทรศัพท์ สื่อเพียงแค่เป็นพระมหากษัตริย์ของไทยก็เพียงพอ”

คุณฮิโรมิ กล่าวว่า จริง ๆ แล้วการออกแบบสัญลักษณ์ไม่เหมือนกับภาพวาดทั่วไป ที่มองเห็นของจริงแล้ววาดภาพเหมือนออกมา แต่งานออกแบบของตนเองไม่ได้มองภาพจริงวาดภาพเหมือน แต่เป็นการใช้จิตนาการนึกภาพออกมาเป็นสัญญลักษณ์แทนตัวบุคคล

เมื่อถามว่า ความคิดขณะออกแบบตั้งใจเพื่อให้ในหลวงใช้พระราชทานแก่บุคคลอื่นด้วยหรือไม่ คุณฮิโรมิหัวเราะก่อนตอบว่า ก็เห็นพระองค์ท่านมีการพระราชทานเช่นกัน ดังจะเห็นได้จากการมีรับสั่งให้พิมพ์เพิ่มด้วย โดยใช้โรงพิมพ์ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้ดำเนินการ
แต่พระนามบัตร ซึ่งเป็นการออกแบบสัญลักษณ์นี้เป็นการใช้ส่วนพระองค์มากและไม่เป็นทางการ เพราะส่วนที่เป็นทางการในหลวงท่านก็มีตราประจำรัชกาล หรือตราสัญลักษณ์เนื่องในวโรกาสต่าง ๆ อยู่แล้ว ความคิดขณะออกแบบจึงไม่ได้มุ่งให้เป็นงานเป็นการมากนัก

อย่างไรก็ตาม ความคิดขณะออกแบบนั้น สิ่งที่คำนึงถึงอย่างมากคือเรื่องระบบการพิมพ์ ซึ่งจะต้องมีลูกเล่นให้แปลกตา, มีความหมายและลูกเล่นที่ไม่ซ้ำแบบใคร หรือทำการพิมพ์ลอกเลียนแบบไม่ได้ง่าย ๆ

“ระบบการพิมพ์จะค่อนข้างพิถีพิถัน อย่างเช่น การใช้สีพิเศษ กระดาษก็จะต้องเป็นของ Arjo Wiggins Fine ซึ่งเป็นกระดาษของฝรั่งเศส เครื่องพิมพ์ก็จะกำหนดให้ต้องใช้เครื่องพิมพ์โรแลนด์และไฮเดลเบิร์กเท่านั้น รวมทั้งอื่น ๆ ซึ่งจะมีการกำหนดรายละเอียดปลีกย่อยให้โรงพิมพ์ดำเนินการทั้งหมดเลย รวมทั้งจะเข้าไปดูแลและควบคุมการพิมพ์งานด้วยตัวเองด้วย”

ขั้นตอนการพิมพ์ “พระนามบัตร” จะทำการพิมพ์สีพื้นก่อนแล้วทำการพิมพ์ฟอยล์ตบท้าย โดยในส่วนจุดสีของนพรัตน์หรือสีอัญมณีทั้ง 9 เม็ด จะต้องพิมพ์ทั้งหมด 18 สี กล่าวคือ พิมพ์ครั้งแรกจำนวน 9 สีหรือ 1 รอบ และพิมพ์ 9 สีอีก 1 รอบทับอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเท่ากับว่า แต่ละสีจะมีการพิมพ์ 2 ครั้ง โดยกว่าจะได้งานออกมาดังที่ตั้งใจ ต้องทำการปรู๊ฟถึง 12 ครั้ง

พลังสัญลักษณ์และอำนาจของสี “พระนามบัตร” จึงปรากฏออกมาอย่างมีเสน่ห์และเสมือนมีเวทย์เมนต์สะกดให้ทุกคนที่ได้พบเห็นต้องเพ่งมอง!!
 
 

แจก!แจก!แจก!ส่งท้ายแล้ว

posted on 07 Mar 2008 09:36 by sengkaraoke  in cool

ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงกันมากมาย

เพราะวันนี้มาเพื่อแจก! เจ้าหมาน้อยหัว printer "DogMatrix" ที่หลายๆคนถามถึง

ไปรำลึกความหลังได้ที่

http://sengkaraoke.exteen.com/20071026/retronology-dogmatrix (ทำ link ไม่เป็นอะ)

 

อธิบายโดยสรุป เจ้านี่คือ Paper model ตัวเล็กๆ ที่ผมออกแบบไว้นาน(จนลืมไปแล้ว)

มาพร้อม package กิ๊บเก๋ ขนาดประมาณกล่อง film

 

เพื่อนๆสามารถ download และ print ออกมาตัด+พับเล่นกันได้ขำๆ บนกระดาษ A4

ถ้าคิดว่าตัวเล็กไปก็ขยายขนาดเอาเองแล้วกันนะ(file .pdf) เปลี่ยนสี หรือลวดลายกันได้ตามใจชอบ

ขอแต่ว่าอย่านำไปใช้เพื่อการค้าขายใดๆก็แล้วกัน

มาพร้อมวิธีการประกอบแบบพอประมาณ

เคล็ดลับในการประกอบให้เนี้ยบคือ อย่าใช้กระดาษที่หนาเกินไป(เพราะผมไม่ได้เผื่อไว้)

และที่สำคัญคือ ใช้ปากกาลูกลื่นที่หมึกหมดแล้ว(หายากหน่อยนะ)

กรีดที่รอยพับแทนการใช้สัน cutter จะช่วยให้รอยพับเนียนขึ้นมาก

 

อ้อ และส่วนปลอกคอต้องใส่ก่อนติดหัวเข้าไปนะ

ส่วนกระดาษที่แลบออกมาก็ต้องสอดเข้าไปในหัว ก่อนพับหัวเสร็จ

งงแล้วใช่ไหม ไปลองพับดูก็จะรู้เอง

 

และเช่นเคย เป็นแบบ limited คือ download ได้ภายใน 7 วันนี้เท่านั้น ที่นี่เลย

http://files.uploadsave.net/DOWNLOAD/931962050/Retro S03.rar 

 

สุดท้ายนี้ ขอบ๊าย บายทุกคนที่เมืองไทย ไป chicago แล้ว ยังไม่รู้จะกลับเมื่อไหร่

คาดว่าเมื่อใช้เงิน และกรรมหมด คงกลับ

มีเวลาเมื่อไหร่จะกลับมาอัพต่อว่าที่โน่นเป็นยังไง มีอะไรเจ๋งๆบ้าง

ประโยคสุดท้ายที่ขอฝากไว้คือ

"หากเธอคิดถึงฉัน.. จงแผ่เมตตา" (ไม่ต้องกรวดน้ำมาล่ะ)

ไอติมแปลกๆของฝรั่ง

posted on 16 Mar 2008 20:27 by sengkaraoke  in cool

เชื่อว่าคนทั่วๆไป โดยเฉพาะที่ร่ำเรียน หรือทำงานด้านการออกแบบ

คงเคยผ่านหูผ่านตากับของกินหน้าตาแปลกๆจากต่างประเทศกันมาบ้าง

ไม่ทาง Internet ก็หนังสือ Design

ดูไปก็น้ำลายไหลไป ว่าทำไมของเจ๋งๆอย่างนี้บ้านเราถึงไม่มีขายบ้าง(วะ)

ผมเองก็เช่นกัน..

 

ความสุขอย่างนึงเมื่ออยู่ที่นี่ คือการเดิน Supermarket ครับ

เหมือนได้เดินเข้าไปอยู่ใน หนังสือ Design ยังไงยังงั้น คือไม่ใช่ดูแต่ตา

เพราะเราสามารถจับต้องสิ่งของเหล่านั้นได้ แถมซื้อกลับไปชิมก็ได้อีกแน่ะ(ถ้าไม่กลัวจนนะ)

ถ้าเล่าเรื่อง Supermarket คงต้องใช้หลายตอน เอาเป็นว่า เริ่มจากเรื่อง "ไอติม" แล้วกัน

 

Chicago ช่วงนี้อากาศหนาวมาก(0 องศา) ลมก็พัดแรง แถมหิมะตกในบางวัน

แต่ฝรั่งมันก็ยังกินไอติมกันอยู่เลยอะ ไอติมที่นี่ก็มีให้เลือกเยอะมาก

 

ไอติมแท่ง m&m น่ารักดี

 

แบบโคนหรือแบบ sandwich ก็มีนะ

 


OREO ยังมีเลยอะ

 

Dove ยี่ห้อที่ดังมาจาก chocolate(ไม่ใช่ครีมอาบน้ำ!)

 

มาใน size ถังสีเลยทีเดียว ใหญ่มากๆ เหมือนเค้าจะซื้อไปเป็นส่วนผสมของอะไรสักอย่าง

 

พวกหวานเย็นก็มีเยอะ ที่เห็นนี่เป็นแท่งแบบสีเทียน น่ารักดี

 


ของกินที่มีเจ้า Shrek ไป jam ด้วยนี่มีเยอะมากๆ สงสัยเด็กๆที่นี่คงชอบกัน

 

อันนี้ฮาเลย ดูไม่ค่อยเกี่ยวกับ spiderman เท่าไหร่ แค่จับคู่สีมาใส่เอง

แล้วรสชาติของ Green Goblin กับ Venom มันจะอร่อยไหมนั่น

 

ส่วนยี่ห้ออื่นๆก็แน่นอน Haagen-Dazs, Ben&Jerry นี่มีรสชาติให้เลือกเพียบ

แถมราคาถูกกว่าเมืองไทยมากกกก ไพน์นึง 4.5 US บ้านเราขายสี่ห้าร้อย จะบ้าตาย

ไอติม Starbucks ก็มีนะ น่ากินดี แต่แพงกว่าเจ้าอื่นพอสมควร(ก็ Starbucks นี่นะ)

 

สุดท้ายก็ีลงเอยด้วยการซื้อ Ben&Jerry รส Cherry Garcia(ยอดนิยม) มากิน กะ Haagen-Dazs

รสชาเขียว(อันนี้เอ๊ะ, roommate)ซื้อมา

 

เปิด Haagen-Dazs ก่อนละกัน เป็นฝาดำคือรุ่น Limited มีขายเฉพาะ Season

เป็นที่ร่ำลือในหมู่คนไทยที่นี่ว่า อร่อยเหลือหลาย

 

อืม ใช้ได้ ใช้ได้เลย หวาน มันกำลังดี หอมชาเขียว.. อืม อร่อยอะ

 

ท่าทางจะได้ลองอีกหลายรสแน่ๆ!

ไอติม Starbucks และอื่นๆ

posted on 21 Mar 2008 21:47 by sengkaraoke  in cool

จริงๆการมาอยู่ที่ Chicago นี่มีเรื่องมาเล่าให้ฟังอีกเยอะเลย ทั้ง

 

- โชว์เปิดหมวกเจ๋งๆใน subway

- เทศกาลแปลกๆอย่างการย้อมแม่น้ำเป็นสีเขียวสะท้อนแสง

- แหล่งชอปปิ้ง outlet ที่ว่าลดสุดๆหน้าตาเป็นอย่างไร และลดจริงหรือเปล่า

- อาการโชว์เกรียนของกะเหรี่ยง(อย่างผม)

- บรรยากาศการไปขนข้าวของที่เค้าทิ้งมาใช้

- ว่าด้วย Chocolate, Chocolate และ Chocolate

- พวกฝรั่ง่นารำคาญ เช่น gangster, homeless และพวกขี้เมา!

ฯลฯ

 

เท่าที่ list ไว้ก็มีเท่านี้ก่อน ยังขี้เกียจเขียน

เห็น entry ก่อนเอาไอติมมาให้ดูเห็นว่ามีคนให้ความสนใจพอสมควร

วันนี้เลยเก็บเอารูปที่คั่งค้างอยู่อีกนิดมาให้ดูกันต่อ เป็นการจบ entry เกี่ยวกับไอติม

เริ่มด้วย

 

Kisses ไอติม chocolate เคลือบด้วย chocolate อีกที โอ้

 

ไอติม Starbucks รสชาติเดียวกับกาแฟที่ร้านแต่มาในรูปของไอติม

ราคา 6 กว่าๆ ขณะที่เจ้าอื่นเค้าขายกัน 4! แพงแต่น่ากินอ่าา

 

และนี่คือหน้าตาของ Haagen Dazs ที่ชิมไป

จริงๆผมซื้อ Green Tea มาอันเดียว ที่เหลือมันมีในตู้เย็นอยู่แล้ว เลยหยิบมาจัดการซะ

 

Yogurt - รสชาติของคาราเมลผสม yogurt ออกเปรี้ยวๆ กลิ่นคาราเมล ไม่ค่อยปลื้มแฮะ

Sorbet Mango - ไม่เหมือน Swensen มะม่วงบ้านเรานะ

นั่นมันมะม่วงมัน นี่มันรสมะม่วงอีกแบบนึง(แบบที่เปลือกมันสีแดง) หอมๆ อร่อยดี

Green Tea - เคยโม้ให้ฟังไปแล้ว

Chocolate - รสชาติพื้นฐานที่ต้องลอง อืม หอม chocolate เข้มข้นดี ชอบๆ

 

และลงท้ายด้วยอีก 2 งานดีๆที่เมืองไทยที่อยากให้ทุกคนได้ไปดูกัน

FIGURERROR (ฟิก-เกอ-เออ-เร่อ)*โดย : ชัยวัฒน์ เสริมสุธีอนุวัฒน์

เริ่มวันจันทร์ที่ 17 มีนาคม 2008 พิธีเปิดเวลา 16.30 จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 17-29 มีนาคม 2008

 

งานแสดงผลงานของเล่นเจ๋งๆ ทำเองของพี่ต้น ที่ผมติดตามผลงานมานาน และเสียดายมากๆที่ไม่ได้ไป

ใครที่มีโอกาสก็อย่าพลาดกันนะครับ

http://tabunstudio.exteen.com/

 

งานโชว์ thesis ของเด็กนิเทศศิลป์ ม.กรุงเทพ ที่ Central World ชั้น 1 มีถึงวันที่ 23 นี้นะ

 

ประทับใจตั้งแต่งานในปีที่แล้ว ที่มีความหลากหลายและไอเดียดีๆเยอะมาก ไม่ต้องเรียน art ก็สามารถดู

อย่างสนุกสนานได้ ปีนี้ผมพลาดไปแล้ว ไม่อยากให้คนอื่นพลาดด้วยคับ

 

ใครไปมาแล้ว ช่วยดูเผื่อด้วยแล้วกันมาเป็นยังไง

edit @ 21 Mar 2008 22:43:29 by sengkaraoke