cool

 

เมื่อประมาณสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ไปเดินเที่ยวงาน NY International Auto Show'09

ซึ่งงานนี้ได้ชื่อว่าเป็นงานแสดงรถยนต์ที่ใหญ่ เป็นอันดับสามของอเมริกา

(รองจาก Detroit และ Chicago)

 

โดยส่วนตัวผมเป็นคนที่ไม่ได้ชอบรถในแบบที่ว่า อยากได้ หรือชอบขับ

แต่ชอบเพราะว่ามันดูสวยแค่นั้นเอง ดังนั้นการมาเที่ยวงานครั้งนี้จึงเหมือนกับการมาดูบรรยากาศ

และเก็บข้อมูลหลายๆอย่างเพื่อใช้ในการทำงานในอนาคต (นักออกแบบด้วยกันคงเข้าใจ)

เลยหยิบยกบางส่วนมาให้ดูกันเล่นๆ

 

 

BMW

บูธ BMW ขนเจ้า Roadster Z4 ตัวใหม่มาโชว์ ซึ่งความพิเศษอยู่ที่ เค้าเชิญ Artist มาใช้ Z4

สร้างงานศิลปะให้ โดยการละเลงสีไปบนล้อรถ แล้วขับซิ่งใน Studio พื้นสีขาว

จนเกิดงาน Abstarct ที่เกิดจากรถ BMW ขึ้นครั้งแรกในโลก!

เข้ากับ concept ของรถ คือ Expression of Joy

 

 

Volkswagen

VW นับเป็นหนึ่งในบูธที่ผมชอบมาก เพราะอารมณ์รวมๆทำออกมาคล้าย Apple ยังไงชอบกล

คือออก Modern, Clean และ Friendly ทีเดียว ดูได้จาก Activity สนุกๆในงาน เช่น

Caraoke คือ เค้า promote feature ใหม่ของ new beatle ว่าสามารถร้อง karaoke ในรถได้

ด้วยการให้คนเข้าไปร้อง karaoke ในรถ แล้วโชว์ออกขอข้างนอกจริงๆ

เรียกความสนใจจากผู้คนได้มากพอสมควร

 

ที่น่ารักอีกอย่าง คือหน้างาน มีรถ Beatle รุ่น classic ตั้งไว้เป็นพิธีกรในงาน!

พูดได้จริงๆนะครับ แต่เสียงมาจากคนอื่นในบูธนั่นแหละ idea น่ารักมากๆ

 

 

Scion

ชื่อนี้อาจไม่คุ้นหูในบ้านเรา เพราะ Scion เป็นอีก brand หนึ่งของ Toyota ที่แยกมาเพื่อใช้

ทำตลาดกับกลุ่มวัยรุ่นใน US ด้วย concept คือ รถราคาถูก และมีชุดแต่งเพียบ

แถมแต่งออกมาแล้วสวยด้วย ซึ่งก็สอดคล้องกับบรรยากาศบูธที่เหมือนอยู่ใน club

คือ มืดๆหน่อย ประกอบกับเพลง dance ดีๆที่มี dj มาคอยเปิดแผ่น

เรียกว่าดึงดูดวัยรุ่นกันสุดฤทธิ์เลยทีเดียว

 

ยังไม่พอ ของแจกเค้ายังดีด้วยนะครับ บูธอื่นเค้าแจกแค่ถุง แต่ Scion ถุงก็มี แถมออกมาสวย

เหมือนถุง fashion เลย (ไม่ hard sale) นอกจากนี้ยังมีแผ่น cd เพลง exclusive ที่ djmix เอง

ถุงเท้าใส่ ipod และ magazine ของ scion เอง แจกด้วย!!

 

 

บูธ Mini เอง เล่นปูพื้นหญ้า เพื่อสื่อถึงแนวคิดว่า ขับ Mini สนุกเหมือนวิ่งเล่นอยู่บนพื้นหญ้า

 

 

ยลโฉม concept car สำหรับคนรักหมา โดย Honda feature ข้างในเรียกว่าบริการหมา

ให้นั่งสบายกว่าคนเสียอีก

 

 

รถ Alfa Romeo รุ่น Bat 21 เข้าใจว่าได้แรงบันดาลใจจากรถ Batman ชัวร์ๆ

 

 

อย่างที่บอกว่าไม่ชอบขับรถ แต่เห็นคันนี้แล้วอยากขับเป็นบ้า รถ Nissan รุ่น Cube

น่ารักสุดๆ ยังกับหลุดมาจากการ์ตูนอาราเร่! 


และรถคันสุดท้าย

.

.

.

 

 

Transformer ขนาด 1:1 !!!

.

.

 

ใหญ่โตอลังการ เท่ห์โคตรๆ เจ้า Bumblebee ยืนคู่กับรถ Chevy ตอนยังไม่แปลงร่าง

สุดยอด marketing ด้วย คือเค้าจะกันบริเวณไว้ส่วนหนึ่ง ซึ่งก็คือพื้นที่ที่ถ่ายรูปเรา

คู่กับ Bumblebee แล้วสวยที่สุดนั่นเอง โดย Chevy จะจัด staff คอยถ่ายรูปให้ฟรี

จากนั้นเค้าจะให้เราไป download รูปได้ที่ web ของ Chevy

ซึ่งเราต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว และแบบสอบถามนิดนึงก่อนถึงจะโหลดได้

 

Win Win จริงๆ

 

 

ปล. งานมอเตอร์โชว์ของฝรั่งเค้าไม่ได้มี pretty เยอะเหมือนบ้านเราครับ

       เรียกว่าไม่มีเลยก็ว่าได้.. (ไม่ใช่ว่าเก็บไว้ดูคนเดียว)

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

แถม

รถเข็นของน้องคนนี้จี๊ดมากๆ เข้ากับงานโชว์รถจริงๆ

เท่าที่ถามดู พ่อเด็กบอกว่าเป็นงาน custom ซื้อมาจาก LA..

edit @ 28 Apr 2009 08:05:04 by sengkaraoke

 

จากที่เคยบอกไว้ว่าคอมพังไปอาทิตย์นึง กว่าจะจัดการลง Windows ลง Driver ใหม่

เล่นเอาหอบได้อีก เลยระบายความเก็บกดด้วยการดูหนังติดๆกันหลายเรื่อง

กับออกไปเที่ยวมาหลายที่

สุดท้ายไปเจอของที่ชอบมาหลายอย่าง ขอคัดมาสักสาม มาให้ดูกันเล่นๆ

 

1. Designer Toy จาก Disney's!!

เดินผ่านร้าน Disney's World แถว Fifth Avenue เกิดสะดุดกับ Window display ข้างหน้า

นึกว่าตาฝาด เห็น Qee ตัวยักษ์อยู่ในร้าน Disney's แต่ที่ไหนได้..

นี่มัน Mickey Mouse ต่างหากละ!!

 

ด้วยกระแสความแรงของ Designer Toy กับความตันในการออกสินค้าของ Disney's เอง

(พักหลังข้าวของออกซ้ำไปซ้ำมาเหลือเกิน) เลยเกิดเป็น project ชื่อ Vinylmation ขึ้น

ด้วย concept ที่เหมือนกับ Vinyl toy ของ Bearbrick, Qee, Dunny

คือ การสร้าง Figure เปล่าๆขึ้นมา แล้วเชิญ Artist มาออกแบบ Graphic ให้

 

collection แรก ออกมา 9 แบบ ใน blind box ตามสูตร คือเราไม่รู้ว่าเปิดมาจะได้ตัวอะไรนั่นเอง

ส่วนตัว DIY มีขาวเปล่าๆก็มีทั้งขนาด 2.5" ราคา $9.95 และ 6" ราคา $40

 

ขาย exclusive เฉพาะร้าน Disney's World และ Disney Land เท่านั้นนะ

 

 

2. iPod พูดได้

เดินผ่าน Apple store แถว SOHO เลยเข้าไปลองเล่น iPod shuffle ที่ออกใหม่ซะหน่อย

พอลองจับเล่นดู พบว่ามันเล็ก และเบามาก ถ้าใช้งานจริงๆแบบไม่หนีบกับเสื้อไว้

รับรองว่า หลุดหายแน่นอน! 

 

clip ด้านหลังทำออกมาแข็งแรงมาก แทบจะหนักกว่าตัว body ด้วยซ้ำ

แต่จุดเด่นจริงๆ คือ ตัว remote ตรงหูฟังที่เมื่อกดแล้ว จะมีเสียงบอกว่า 

กำลังเล่นเพลงอะไร ของใครอยู่..

 

แน่นอนว่า อ่าน และพูดชื่อเพลงภาษาไทยให้ฟังไม่ได้!!

 

 

3. Pepsi จากธรรมชาติแท้ๆ

ระหว่างซื้อของกินอยู่ใน Target เหลือบไปเห็นขวดหน้าตาแปลกๆ พอดูชัดๆ

เฮ่ย! นี่มัน Pepsi รุ่นใหม่(หลังจากที่เปลี่ยน logo) มาเป็น Pepsi Natural!!

 

เท่าที่อ่านดู รุ่นนี้ผลิตออกมาด้วย concept คือ การกลับคืนสู่รสชาตของ Cola แท้ๆ

ประกอบด้วย สารที่สกัดจากเมล็ด Kola, น้ำตาลจริงๆ(ไม่ใช่สารเลียนแบบความหวา่น),

แม้แต่สีที่ใช้ ยังเป็นสีที่สกัดจาก Apple Caramel(ไม่ใช่สีผสมอาหาร)

เข้ากับกระแส Healthy จริงๆ

 

ตัวขวดออกแบบมาดูค่อนข้าง classic แต่ตัวกล่องกับฉลากดันออกแนว modern

รวมๆแล้ว ดูสวยดี พอลองชิมดูพบว่า..

 

รสค่อนข้างหวานกว่า pepsi ทั่วไปพอควร ความซ่าก็น้อยกว่า แต่กลิ่นหอมกว่าจริงๆ

หอมแบบบอกไม่ถูกว่ามันหอมยังไง รวมๆก็ถือว่าโอเค แปลกดี แต่คงไม่ซื้ออีก

 

เพราะแพง pack นึง 4 ขวด ราคา $4.25 !! 

edit @ 26 Mar 2009 09:57:55 by sengkaraoke

 

เมื่อเช้าผมตื่นมาทำกับเข้าไปใส่บาตร ทำบุญปีใหม่ที่วัด นิวยอร์ค วราราม

อธิษฐานขอให้่ปีนี้ มีโอกาสดีๆเข้ามาในชีวิต กลับมาที่ห้องด้วยจิตใจที่สบายขึ้น

นั่งอยู่หน้าคอมจัดการธุระต่างๆไปได้หลายเรื่อง..

 

หนึ่งในนั้นคือ card ปีใหม่แบบเต็มๆ นี่แหละครับ(คาใจมาหลายวัน)

 

 

ยังคง concept เดิมครับ คือ เรื่องของการเดินทาง เพียงแต่เปลี่ยน theme จากรถ RC

ที่อาจจะดูหม่นๆและทำยากไปนิด (อันนี้สำคัญ) มาเป็น theme ของรถ subway ใน NY แทน

โดยนำ symbol คือ element ต่างๆที่ปรากฎอยู่บน map ของ subway นี่แหละ

มาออกแบบให้ simplified ขึ้น แล้วก็ขดไปขดมาเป็นคำว่า Happy new year (ดูยากหน่อยนะ)

รวมๆก็ดูแปลกตา, สดใสดี

 

 

ปีใหม่นี้อธิษฐานสิ่งใด ขอให้สมหวังกันทุกคนนะครับ..

 

-----------------------------------------------------------------------------------------

 

แถมท้ายกับชากระป๋องสุดคุ้ม Arizona ราคาเพียง 99c กับขนาด 680 ml

ถือว่าถูกมากๆแถมรสชาตดีด้วย ผมเองเพิ่งได้ลองสองรสที่ออกมาใหม่ เริ่มจากอันซ้าย

Black & White iced tea รสหวานปะแล่มๆ บอกไม่ถูก ส่วนทางขวา รส Georgia Peach

อร่อยใช้ได้ โดยเฉพาะกลิ่นนี่ บ๊วยดีๆนี่เอง ถ้าจะต้องลองอีกสักที

 

 

สวัสดีปีใหม่ครับ!

สคส.ที่เคยว่าไว้ว่าจะทำยังไม่เสร็จ เลยเอางานเก่าๆมาให้ดูไปก่อน(เพื่ออะไร)

จริงๆงานนี้เคยแอบลงให้ดูไปทีนึง เมื่อนานมาแล้ว วันนี้ถือว่ามาลงให้ดูกันเต็มๆแล้วกัน

 

ที่มา

Cassetter เป็นหนึ่งใน series ของ Retronology (ถ้าจำไม่ได้ลองกลับไปดูที่ recommend เก่าๆนะ)

ที่ผมเอง sketch เล่นไว้นานแล้ว พอว่างๆเลยนั่งลงมือทำให้เป็นรูปเป็นร่างเสียที

ประกอบกับทำ Paper model มาเยอะแล้วด้วย ครั้งนี้เลยคิดการใหญ่ถึง production

ฉีด plastic กันเลยทีเดียว

 

Concept

จะเกิดอะไรขึ้นหาก Tape Cassette เก่าๆ ที่เราทิ้งๆขว้างๆ กลับมีชีวิตขึ้นมา!

การออกแบบจึงใช้ตัว Cassette นี่แหละเป็นพื้นฐาน โดยมีส่วนเนื้อเทปที่ย้วยๆออกมา

เป็นส่วนของ body ดูรวมๆอยากให้เหมือนตัวประหลาดน่ารักๆ ปนลึกลับตัวนึงนั่นแหละ

Production

ผมเข้าใจว่างานฉีด mold plastic เป็นการผลิตที่ลงทุนค่อนข้างสูง

ดังนั้นการออกแบบครั้งนี้จึงค่อนข้างคำนึงถึงเรื่องนี้เป็นพิเศษ ว่าทำอย่างไรให้งานออกมาดูดี

โดยใช้ part ที่ต้องผลิตใหม่ให้น้อยที่สุด จนลงตัวกับแบบ assembly ที่เห็น

 

คือฉีด plastic แค่ส่วน body ข้างล่างก็พอ ส่วนหัว cassette ข้างบน สามารถเอา cassette จริงๆ

มาพ่นสีใหม่ recycle ใช้ได้ นัยว่านอกจาก save cost แล้ว ยัง unique อีกด้วย

ส่วนที่เหลือก็แค่พิมพ์ Graphic ดีๆมาแปะเท่านั้นเอง!

 

Marketing

Cassetter สามารถออกเป็น series มาได้เรื่อยๆ โดยประเดิมด้วย Series แรก The Classic series

คือการนำเอกลักษณ์ของ Cassette แบบดั้งเดิมในยุค 80 มาใช้

ส่วน series ถัดๆมาอาจมีการต่อยอดโดยมี Artist รับเชิญมาร่วมแจม

หรือไม่ก็เป็นตัวขาวโพลนแบบ DIY หรือตัว secret อะไรก็ว่าไป

(ประมาณ Bearbrick, Dunny หรือ Broku นั่นแล)

 

 

ไม่นานมานี้เพิ่งทราบจาก blog คุณ nokhook69 (http://nokhook69.exteen.com)

ว่ามีเวปรับสมัครแบบ designer toy เพื่อนำไปผลิตจริงๆด้วย

ไหนๆก็ทำมาแล้ว เลยลองส่งไปเมื่อวันก่อน ถ้าชอบก็เข้าไป vote กันได้นะครับที่

http://www.patchtogether.com/

(ไม่แน่ใจว่าต้องสมัครสมาชิกก่อนหรือเปล่า)

 

อ้อ! Cassetter ยังได้ร่วมเป็นหนึ่งใน charactor ของ trading card

ในงาน Charactor ไทยตามใจฉัน ครั้งที่ 2 เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมาของ Lenarai ด้วยนะ

 

พล่ามมาเสียยาว.. ขอย้ำอีกทีว่า

สวัสดีปีใหม่ครับ! 

edit @ 31 Dec 2008 23:24:27 by sengkaraoke

ทายสิว่าอะไร

posted on 29 Dec 2008 23:41 by sengkaraoke  in cool

 

วันนี้มาแปลกกันสักหน่อย

 

ลองทายกันดูนะครับ ค่อยๆดูทีละภาพ

.

.

เริ่มจาก

เส้นทางที่ดูวกวน, วุ่นวาย

.

.

 

 

ดูไปคล้ายรางอะไรสักอย่าง

.

.

 

 

ที่แท้.. มันขดเป็นคำว่า "SENG" นี่เอง!!

(ต้องรีบเฉลย กลัวดูไม่ออกกัน 55)

 

 

เรื่องของเรื่องก็คือ กำลังตั้งใจออกแบบ postcard สำหรับปีใหม่อยู่ครับ

โดย concept ที่วางไว้คือ "Journey" หรือ การเดินทางจากปีเก่าไปสู่ปีใหม่

สื่อสารผ่าน symbol คือ รางรถ RC (แบบที่เคยเห็นกันตอนเด็กๆ)

เพราะอยากให้อารมณ์ดูของเล่นนิดๆ ปน retro หน่อยๆ ขดเป็นคำว่า Happy new year

แต่พอลองเริ่ม sketch ดู พบว่ายากมาก และไม่แน่ใจด้วยว่า ภาพที่ออกมานั้นจะได้ดั่งใจหรือไม่

 

สุดท้าย.. เลยตัดสินใจทำ prototype ก่อน! ด้วย 3D max

เริ่มด้วยคำสั้นๆง่ายๆ คือ SENG เพื่อทดลองทางด้านเทคนิค และพบว่าค่อนข้างยากอย่างที่คิดจริงๆ

กับเวลากว่า 5 ชม.ที่ใช้ไป แต่สุดท้ายก็พอใจกับผลลัพธ์ที่ Render ออกมา

เลยเอามาให้ดูกันเล่นๆไปก่อน

เรียกว่าเป็น Experimental project ก็ว่าได้

 

ส่วนของจริงนั้น

.

.

เร็วๆนี้ครับ(ถ้าไม่ขี้เกียจทำนะ 55)

Nike รุ่น นกกระเรียน

posted on 22 Sep 2008 12:16 by sengkaraoke  in cool

 

ห่างหายจากการอัพไปพักหนึ่ง กลับมาอีกครั้ง พร้อมเรื่องเล่าที่เตรียมมาเยอะมาก..

 แต่ก่อนอื่นของแทรกคิวด้วยของที่เพิ่งได้มาสดๆร้อนก่อน

 

รองเท้า Nike รุ่น นกกระเรียน

 

 

ผมเพิ่งค้นพบแหล่ง shopping ใหม่ของ New York นอกจาก Time Square และ Fifth avenue แล้ว

ยังมีแถว Brooklyn อีก 2 ร้านอยู่ใกล้ๆกัน ชื่อ Buffalo Exchange กับ Beacon

ซึ่งรับซื้อ-ขายเสื้อผ้า, รองเท้า, กระเป๋า มือสอง หรือมือหนึ่ง(แล้วแต่ดวง)

ในราคาพอจับต้องได้ และที่สำคัญคือคัดมาแล้วทั้งนั้น ว่าแบบโดนใจเด็กแนว

 

 

ล่าสุดที่สอยมาคือ รองเท้า  Nike โดนใจตั้งแต่แวบแรกที่เห็น ด้วยความเป็นหนังแท้

มีลวดลายต้นไม้ และนกกระเรียน ใน style ญี่ปุ่น ปั๊มโดยรอบ งดงามสุดๆ และสภาพดีใช้ได้

แล้วดัน size พอดีอีก จึงคว้ามาโดยไม่รีรอ หมดไป $42 ถ้วน(ราคาเต็มน่าจะร้อยกว่าๆนะ)

 

 

รองเท้าคู่นี้เก็บ detail ได้กิ๊กมากๆ ชอบข้างหลังที่มีภาษาญี่ปุ่นคำว่า นกกระเรียน(มั้ง)

ติดอยู่ พอเปิดออกมา เจอนกกระเรียนอยู่อีก ถ้าอีกข้างทำเป็นรูปมังกรจะเข้ากันเป็นที่สุด

 

 

ยังไม่พอ พื้นรองเท้าข้างในยังปั๊มลายซามูไรกำลังเงื้อมดาบอีก!!

 

 

มาพร้อม Tag ซึ่งจนบัดนี้ก็ยังไม่รู้ข้อมูลอะไรของรองเท้ารุ่นนี้เลย ใครรู้ช่วยที..

 

นอกจากรองเท้าแล้ว ยังได้ของอื่นๆมาจากร้านนี้อีก ในราคาชวนตะลึง เช่น

- jeans G-Star Raw $30 จากเกือบ $180

- jacket G-Star Raw $25 จาก $125

- เสื้อยืด Tiple Five Soul (มือหนึ่ง with Tag ด้วย) $6.5 จาก $60!!

 

ผมขอยกที่นี่ให้เป็นแหล่ง shopping ที่ถูกที่สุดในโลกอีกแห่งนึงครับ!

 

 

-------------------------------------------------------------------------------------

 

 

ในครัวของร้านที่ทำงานอยู่เค้าทำอาหารเลี้ยง ซึ่งปกติเป็นอาหารง่ายๆ

แต่มื้อนี้พิเศษหน่อย เป็นข้าวคลุกกะปิ ซึ่งในรูปถ่ายมาไม่หมด จริงๆเครื่องครบกว่านี้

อร่อยมากๆน้ำตาแทบไหล ซัดไปสองจาน

นับเป็นข้าวคลุกกะปิจานแรกที่ได้กินในรอบครึ่งปีทีเดียว

 

 

ส่วนมะม่วงดิบนั้น ในครัวหากันไม่ได้ ผมเองถึงกับตะลึงกับภูมิปัญญาไทย

ที่เห็นอยู่นี้คือ apple เขียวครับ ความเปรี้ยว ความกรอบ แทนกันได้ดีทีเดียว

ข้าวคลุกกะปิ+apple เขียว อร่อยไปอีกแบบ

สิงห์คาราโอเกะ

posted on 07 Sep 2008 07:37 by sengkaraoke  in cool

 

Nokhook X SengKaraoke  

เปิดตัว Project ที่ร่วมสนุกกับคุณ Nokhook

หลังจากเบี้ยวเอาดื้อๆกับหลาย Project ที่ผ่านมากับหลายๆท่าน

เพราะว่าไม่ว่างจริงๆ (แก้ตัวด้วยเหตุผลสุด classic)

มาวันนี้ หลังจากจัดการงานออกแบบประจำเสร็จ ก็ได้เวลามาทำ Project ที่คาใจเสียที..

 

โจทก์ของงานนี้ พูดง่ายๆคือ การออกแบบ Graphic ลงบน Pattern ของ Paper Model ที่ให้มา

ติดตามรายละเอียดเต็มๆได้ที่ 

http://nokhook69.exteen.com/20080819/nokhook-paper-toy-project-hip-art-fest

 

 

แนวคิดในการออกแบบคือ การสร้าง Graphic ที่สื่อถึง Charactor ของตัวนักออกแบบเอง

เรียกว่าทำงาน style ไหน ก็งัดของดีออกมาโชว์กัน

 

แล้วงานของผมมันเป็น style ไหนกันล่ะ?

 

 

ด้วยความเป็นนักออกแบบที่ค่อนข้างจับฉ่าย และตามใจลูกค้าจนเคยตัว

พอย้อนกลับมาดูงานเก่าๆจึงพบว่า งานส่วนใหญ่ทีีทำนั้น follow ตาม brand identity ลูกค้ามาก

จนหาไม่ค่อยเจอว่า identity ของตัวเองนั้นอยู่ตรงไหน? สุดท้ายเมื่อเจอ project สมัยเรียน

และ project ส่วนตัวหลายๆชิ้นจึงพบว่า ผมมันเป็นพวกประเภท

"ผสม element ที่ดูไม่เข้ากัน จนเป็นงานที่ดูน่ารัก(มั้ง) ปนอารมณ์เสียดสีอยู่เล็กๆ"

 

เมื่อพอรู้แนวของอารมณ์แล้ว จึงกลับมาที่รูปแบบบ้าง

บ่อยครั้งที่ผมพบคำถามว่า ชื่อ SengKaraoke นั้น หมายถึงอะไร(ถ้าตอบตรงนี้คงยาว)

บางคนกลับเรียกเพี้ยนเป็น"สิงห์คาราโอเกะ"ด้วยซ้ำ

และนั่นคือที่มาของงานหน้าตาประหลาดที่ท่านเห็นอยู่นี้

 

 

ผมใช้รูปแบบของสิงห์คาบดาบที่พบตามยันต์แปดทิศ แต่เปลี่ยนเป็นคาบไมโครโฟนแทน!

เพื่อให้เป็น สิงห์คาราโอเกะ ในแบบของ SengKaraoke

และเพิ่มความตอแหลนิดๆ ด้วยการนำเสนอด้วยลาย Monogram อันลือชื่อของ Louis Vuitton

แต่เปลี่ยน detail ของพวกลายดอกทั้งหลายนิดหน่อย ล้อกับลายเส้นของสิงห์ตัวหลัก

และเปลี่ยน logo LV มาเป็น สค (ก็ เส็งคาราโอเกะ ไง)

 

งานนี้ไม่ได้ต้องการสื่อความหมายใดๆทั้งสิ้นครับ ผมเพียงอยากลองออกแบบงาน

ให้ได้อารมณ์ที่สะท้อนความเป็นตัวเองออกมาให้ได้มากที่สุดเท่านั้นเอง

ส่วนเหตุที่เอา Monogram มาล้อนั้น เพราะโดยส่วนตัวค่อนข้างชอบ

ที่มันสื่อถึงความเป็น"วัตถุนิยม"ได้ดี (ส่วนจะมองว่าสวยหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องนึง)

 

 

ไหนๆครั้งนี้ก็ทำมาถึงขั้นนี้แล้ว จึงถือโอกาสเปลี่ยน theme ไปด้วยเลยแล้วกัน

 

 

Project ที่คาใจอื่นๆกำลังจะตามมาครับ!

 

ปล.ขออภัยที่งานนี้ไม่ได้พับประกอบขึ้นมาจริง เพราะค่า print ตามร้านที่นี่ค่อนข้างแพง

       จึงใช้วิธีแถ maps graphic แล้ว render ด้วย 3ds max เอา

edit @ 7 Sep 2008 22:00:34 by sengkaraoke