Shopping

ถูกหวยสองงวดติด!

posted on 28 Dec 2007 15:34 by sengkaraoke  in Shopping

งวดแรก ณ ร้านแอเรีย 51 เมื่อวานนี้

 

 หลังจากถอยเจ้า Broku series 9 ชุดสมานฉันทน์มาไว้ในครอบครอง

ก็ถึงครา จับฉลากโปรโมชั่นชิงรางวัลสุดพิเศษจาก Lenarai 

เจ้าฉลากที่ว่าคือที่คั่นหนังสือของร้านนั่นเองมี 20 ใบ

แต่มีเพียงใบเดียวที่พิมพ์เบลอๆ และนั่นหมายถึงการได้สิทธิ์ในรางวัลครั้งนี้

โอกาสถูก 5 %

หลังจากพี่ธวัชสับ(ฉลาก)หลอกจนพอใจแล้ว ก็ถึงคราวผมเลือกฉลากขึ้นมา 1 ใบ

ก่อนจับพี่ธวัชบอกว่าจับมา 30 กว่าคนไม่มีใครได้เลยนะ

เอาวะ จับแบบขำๆไม่ได้คิดอะไรใบที่สามจากซ้ายมือ พอหงายขึ้นมาปั๊บ

เจอแจ๊กพอทเข้าจังเบอร์ !!

 หลังจากลังเลเลือกของรางวัลสักพัก ก็ตัดสินใจเลือกตัวนี้ เพราะมัน exclusive จริงๆ

 ขอต้อนรับสมาชิกใหม่ เจ้าซานต้าหัวกลม วีไอพี่ เอ้า เฮ้้!!!!

 

งวดที่่ 2 ณ ร้านหัวหิน เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว 

เป็นงานเลี้ยงปีใหม่ประจำปีของออฟฟิสผม

โดยความพิเศษของงานอยู่ที่การฉลากของทุกคน ซึ่งของที่นำำมานั้น

ต้องมีมูลค่าไม่ค่ำกว่า 1 พันบาท ถ้าเป็นระดับผู้บริหารหรือพี่ที่อาวุโสหน่อย

มูลค่าจะเพิ่มตามขึ้นมา ซึ่งที่ผมนำมาคือน้ำหอม Clinique happy 70 cc

 

จากของรางวัล กว่า 30 ชิ้น

ผมจับได้สิ่งนี้ครับ..

 เบียร์สดไฮเนเก้น 5 ลิตร พร้อมเงินสดอีก 2 พันบาท!!

เมื่อสองสิ่งนี้ตกอยู่ที่ผม ก็คาดได้เลยว่าจะหมดในเร็ววัน..

 

ปล. งวดที่ 3 คือของรางวัลจากพี่ Weseng ชวดไปครับ แอบเศร้าเล็กน้อย

Outlet ไหนที่ว่าถูก ต้องผงะแน่เมื่อเจอกับแหล่งชอปปิ้งที่ผมจะพาไปชมในวันนี้

 

ก่อนอื่น ขอปูพรมทำความเข้าใจบางอย่างกันก่อนนะครับ

ร้านนี้เรียกว่าร้านประเภท Thrift Store หรือร้านขายของมือสองนั่นเอง ที่นี่ชื่อว่า Salvation Army

ความพิเศษของร้านนี้มี 3 ประการ

1. ของที่นำมาจำหน่ายนั้นได้รับการบริจาคมา ส่วนเงินที่ได้จากการนำของเหล่านั้นมาขาย

เค้าจะนำไปทำสาธารณกุศลคืนสู่สังคม เรียกง่ายๆว่า ซื้อของแล้วได้บุญ

2. มั่นใจได้มากกว่า 90% ว่าของที่ขายนั้นไม่มีของปลอม เพราะในอเมริกา ของปลอมหายากครับ

3. เหตุผลสำคัญที่สุดในการถ่อมาถึงนี้คือ

การชอปปิ้งของ Brandname มือสองในราคาที่เรียกว่าถูกโคตรๆ

 

บรรยากาศด้านนอก ดูเผินๆเหมือน superstore ทั่วไป แต่จะดูซอมซ่อกว่าหน่อย

บริเวณลานจอดรถ เต็มไปด้วยรถบรรทุกของทางร้านที่ใช้ในการขนของบริจาคมาจากที่ต่างๆ

 

ด้านในโทรมกว่าที่เห็นภายนอกมาก ข้าวของวางระเกะระกะ ที่เห็นนี่คือเฟอร์นิเจอร์

ซึ่งยังไม่ใช่ของที่เราต้องการ

 

เดินมาอีกหน่อย ก็เจอพวกอะไหล่ กับคอมเก่าๆ โดยเฉพาะ Printer นี่เห็นเยอะมากๆ

ถึงตอนนี้เริ่มรู้สึกว่าเหมือนตัวเองกำลังเดินอยู่ในตลาดมืด คลองถม ยังไงชอบกล

 

ข้าวของเบ็ดเตล็ด, ของเล่นเด็ก, ซีดี มีทุกอย่าง แต่สภาพก็อย่างที่เห็น

วางกันรกแบบสุดๆ คุ้ยกันดีๆ ตาดีได้ตาร้ายเสีย

 

อ้า! นี่แหละที่ต้องการ มุมกระเป๋า วางสุมกันจนเหมือนของไร้ค่า แต่พอลองคุ้ยไปสักพัก

กลับเจอของดีมากกว่าที่คิด ทั้งเป้ Nike, Jansport, Victorinox, Eddie Bauer etc.

สภาพดีๆในราคาตั้งแต่ 2-5 เหรียญ ถูกโคตรๆ

 

รองเท้าครับ วางกันแบบเน่าๆเช่นเคย แต่ถ้าดูดีๆจะพบทั้งของ Polo, Diesel, Puma, Nike

แล้วแต่ดวงนะครับว่าเราจะเจอยี่ห้อไหน ชอบแบบหรือเปล่า แล้วขนาดมันพอดีกับเราไหม

ราคาตั้งแต่ 2-9 ถูกบรรลัย ถ้าไปซื้อที่ outlet ถูกสุดก็ 30-40 

ส่วนจตุจักรบ้านเรานะหรือยิ่งแล้วใหญ่ รองเท้ามือสองขายกันคู่ละเป็นพัน เฮ้ออ

 

สุดท้ายนี่ hightlight ครับ โซนเสื้อผ้า แขวนกันยังกะประตูน้ำ แต่ขอโทษ พอไปดูใกล้ๆ

มีแต่ของเจ๋งๆ ในราคาทรมานใจ ยีนส์ CK, Levi's, GAP, Old navy ราคา 3-5 ในขณะที่

outlet ถูกสุดก็ปาเข้าไป 40 ยิ่งพวก Jacket ดีๆ อุ่นๆที่ขายกันตัวละ 100 กว่าๆ ผมเจอ

ของ Eddie Bauer สวยๆตัวละ 12 ถึงกับต้องข่มใจอยู่พักใหญ่ ก่อนจะบอกตัวเองว่า

จะหมดหน้าหนาวอยู่แล้ว ไม่ซื้อดีกว่าโว้ย!!

 

สุดท้ายกลับบ้านมาพร้อมด้วยข้าวของนิดหน่อย

- เป้ใส่ Laptop กะข้าวของอื่นๆของ Jansport สภาพแจ่ม ราคา 3.5!!! หรือ 112 บาท

- Jacket แบบบาง เอาไว้ใส่ช่วง Spring ของ GAP ราคา 3!! หรือ 96 บาท

- รองเท้าหนังกลับของ New Balance สภาพปานกลาง แต่ใส่สบายมากๆ ราคา 3.50! หรือ 112 บาท

 

นี่แหละครับ ที่เรียกว่าชอปปิ้งตามฐานะ

 

ปล. 1. ไม่ได้ซื้อยีนส์เลย เพราะที่ร้านเค้าวางปนกันระหว่างของผู้หญิงกับผู้ชาย ผมเองก็เลือก

ไม่ค่อยเป็นด้วย เลยไม่ได้คุ้ยดูเท่าไหร่

2. โซนเสื้อผ้า, รองเท้า ของผู้หญิงมีเยอะกว่าผู้ชายมากๆ อิจฉาวุ้ย!!

3. ความซวยอย่างนึงของการอยู่ในเมืองนี้คือ Tax แพง จะซื้ออะไรทีค้องคูณ 9.25% เพิ่มจากราคาป้าย

4. ถ้าสนใจลอง search ใน google คำว่า Thrift Store usa ดูก็ได้คับ ไม่แน่ใจว่ามีที่เมืองไหนบ้าง

edit @ 12 Apr 2008 10:44:28 by sengkaraoke

Outlet Outlet Outlet เร่เข้ามาขาช้อป

posted on 20 Jun 2008 04:35 by sengkaraoke  in Shopping

และแล้วก็มาถึงเรื่องที่เป็น Hightlight ของการ shopping นั่นก็คือ

 

Outlet  Outlet  Outlet!

 

Outlet เนี่ย ใน Chicago เองก็มีหลายแบบทั้ง Outlet แบบทั่วไปที่หาได้ในเมือง เช่น

Nordstrom Rack, Marshall, Filiene Basement ซึ่งบรรยากาศคล้ายๆ Makro บ้านเรา

คือข้าวของ, เสื้อผ้า เนี่ยจะกองพะเินินกันมากๆ ของจะดูเก่าๆนิดนึง และต้องใช้พลังพอสมควร

ถึงจะเจอของที่ต้องการ ส่วนราคานั้นยอมรับว่าถูก แต่ก็ไม่ได้ถึงกับถูกเว่อร์

ยกเว้นแต่คุณจะดวงดีจริงๆ!

 

 

ส่วน Outlet อีกประเภทนึงที่หลายๆคนอยากไปมากกก นั่นก็คือ Premium Outlet

หรือ Outlet ที่เป็นลักษณะร้านค้า brand ต่างๆมาตั้งอยู่ใน area เดียวกัน ของส่วนใหญ่

แม้จะเป็นรุ่นใหม่ๆ แต่ก็ยังลดราคา ข้อเสียคือมักตั้งอยู่ห่างจากในเมืองพอสมควร

 

วันนี้ขอถ่อสังขารพาไปชม Premium Outlet ที่ดังมากๆของ Chicago นั่นคือ Aurora นั่นเอง!

 

วันที่ได้รับการเชิญชวนไปนั้น ค่อนข้างกะทันหันมากๆ ประมาณว่าสะกิดปั๊ปก็ไปตรงนั้นเลย

ซึ่งการเดินทางสำหรับกะเหรี่ยงไม่มีรถอย่างพวกผม กับเส้นทางไกลๆแบบนี้

ก็ต้องพึ่งรถ Metra สถานเดียวอธิบายง่ายๆ คือรถไฟหัวลำโพงดีๆ นี่เอง

วิ่งไปนอกเมืองใช้เวลา 1 ชม.20 นาที แถมนั่ง Taxi ไปต่ออีก 15 นาที

ถือว่าไกลทีเดียว

 

สภาพทั่วไปของ Aurora ก็อย่างที่เห็น คือมีร้านหลายๆ brand ตั้งติดๆใน area ที่จัดไว้

ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น brand ที่ค่อนข้างไฮโซ (ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า Premium Outlet)

เช่น Coach, Lacoste, Polo, Tommy, CK, Armani, Oakley, Diesel etc.

รวมไปถึง brand ที่ผมไม่รู้ว่ามีในโลกอีกมากมาย โดยทั่วไปก็ลดอยู่ที่ 30%-70%

 

แต่ต้องเข้าใจก่อน พวกที่ว่าลดๆอยู่นี่ก็ใช่ว่าจะซื้อได้ทุกอย่างนะครับ

อย่าง Armani ลด 70% เนี่ยก็ซื้อไม่ได้อยู่ดี เสื้อ Shirt ลดแล้ว ยังตัวละ $100 กว่าๆ

หรือ เสื้อ Polo Lacoste ลดแล้วเหลือ $60 ยังงี้ ซื้อไม่ลง ใส่แล้วเหมือนของปลอมที่เมืองไทย!

 

 

บรรยากาศเป็นแบบ Semi-outdoor คล้ายๆ Outlet บ้านเราแถวเพชรบุรี สงสัยฝรั่งลอกไทย

 

มีทุกอย่างที่เกี่ยวกับ Fashion ครับที่นี่ ถ้ามาตอน Weekend คนจะเยอะมาก 

เลยเลี่ยงมาวันธรรมดากัน ซึ่งคนก็เยอะอยู่ดี โดยเฉพาะร้านในรูปข้างล่างนี่

คนมากระจุกกันเยอะมากๆ คนแน่นตลอดเวลา โดยเฉพาะคิวจ่ายเงินที่ Cashier นี่ยาวเหยียด

Coach นั่นเอง

 

และนี่คือร้านซึ่งเปรียบประดุจ Destination Store ของเหล่าสาวก หรือเรียกให้ถูกคือ

สาวๆที่มาเรียนที่นี่ รวมถึงเด็ก work ด้วย

Coach Outlet ที่ขายกระเป๋าราคาถูกกว่าเมืองไทยราวฟ้ากับเหว แม้จะไม่ใช่ใน Outlet ก็ตาม

วันนั้นเดินไปทางไหนก็เห็นฝรั่งหิ้วถุง Coach กันคนละถุงสองถุง

เพราะมัน sale อยู่

 

 

มาดูความบ้าของชาวคณะที่ไปด้วยกัน เหมา Coach มา 3 ถุงควายๆ ในราคา(ที่เค้าว่า)ถูกโคตร

ซึ่งมันก็ลดเยอะจริงๆ  เพราะถ้าฝรั่งเค้า sale แปลว่า sale จริงๆ ลดเยอะจนตกใจ

ที่เห็นนี่ยังไม่รวมกระเป๋าถือ Guess อีก 3 ใบที่เหมากันมา

ไม่รู้จะเอาไปทำไรกันเยอะแยะ

 

 

อีกมุมหนึ่งที่น่าระทึกใจของที่นี่ คือร้าน Fossil

เค้าจะมีทั้ง zone ที่ขายนาฬิกาในตู้ที่ลดราคาอยู่แล้ว ทั้ง Fossil, DKNY, Adidas, Diesel(บางรุ่น)

กับกองที่สุมๆกันอย่างไร้ค่า เช่นที่เห็นในรูป มีหลายๆรุ่นเหมือนในตู้ทุกประการ

แต่บางเรือนอาจมีตำหนิบ้างนิดๆ

ลดราคากันสุดๆ ราคาเริ่มที่ $19-$39 จาก $100-300 กว่าๆ

หากต้องการกล่องใส่ที่ดูดีกว่านี้ ต้องซื้อแยก

ตัวอย่างแจ่มๆ ก็เช่น

 

นาฬิกา DKNY ที่ชาวคณะไปคุ้ยได้มา ราคา $19.99 จาก $115! บ้าไปแล้ว

 

-------------------------------------------------------------------------------------

 

สุดท้ายอยู่จนร้านเค้าใกล้จะปิดถึงได้ฤกษ์กลับกัน

มาดูซิว่าได้อะไรกลับมาบ้าง

 

กระเป๋าถือ Coach ที่ซื้อฝากแม่ ซึ่งตอนที่เลือกนั้น ผมจนปัญญาจริงๆ มองไม่เป็นว่ากระเป๋าแบบนี้

ยังไงที่เรียกว่าสวย เลยให้น้องๆที่ไปด้วยกันช่วยเลือกให้ เน้น logo ลายๆไว้ก่อน

เลยได้มาในราคาสะท้านใจ จากราคาเต็ม $260 ช่วง sale ลด 50% เหลือ 130

แถมต้อนนั้น Clearance อีก เลยลดจากราคาป้าย อีกครึ่ง

สุดท้ายเหลือ $65!

ถือว่าถูกหรือเปล่า ผมยังไม่รู้เลย เพิ่งมารู้จักยี่ห้อนี้ตอนอยู่ที่นี่จริงๆ

 

 

อันนี้ Coach เหมือนกันใบเล็กหน่อย ลดสูตรเดียวกันเลย ราคาเต็ม $80 เหลือ $20

คนแย่งกันซื้อเพียบ พนักงานต้องคอยเอาของมาเติมตลอด ยังกะแจกฟรี

 

 

สุดท้าย นาฬิกา DKNY ที่ได้มาจากคุ้ยไอ้กองที่ว่า จากราคาเต็ม $135 เหลือ $29

 

หมดไปทั้งสิ้นร้อยกว่าๆ ได้แต่ของฝากคนอื่นเค้า

ต้องทำงาน waitor ทั้งวันเลยกว่าจะได้เงินเท่านี้..

 

ส่วนที่ไม่ได้ซื้ออะไรให้ตัวเอง เพราะผมหาของที่ต้องการไม่ได้  เป็นคนมีกรรมครับ ตัวเล็ก!

เสื้อ size ที่ใส่ก็หายาก ขนาดใส่ size s ยังหลวม ใส่ได้แต่ size ของบางยี่ห้อ(สำหรับ Brand ที่นี่นะ)

เช่น Abercrombie รุ่นเด็ก(XL), Hollister กะ H&M ซึ่งดันไม่มี shop ที่นี

ส่วนกางเกง size30x30 นะหรือ หายิ่งหายากกว่าเสื้ออีก กรรม..

 

-----------------------------------------------------------------------------------------------

 

ของกิน.. อีกเช่นเคย

 

ก่อนขึ้น รถ Metra ได้ผ่านร้าน Krispy Kreme ซึ่งขึ้นชื่อเรื่อง Donut ที่อร่อยมากๆ

ถึงขนาดว่าคนไทยมาซื้อเหมาจากอเมริกา, ฮ่องกง กลับไปกินกันบ่อยๆ

 

เหมามา 2 โหล แชร์กับชาวคณะ

โหลแรกเป็นรส original คือเคลือบน้ำตาลบางๆ กินกันตอนร้อนๆนี่แหละ สุดยอด!

แป้งอร่อยมาก กรอบนอก นุ่มใน รสชาตคนละเรื่องกับ Dunkin Donut เลย ติดแต่..

ผมว่ามันหวานไปนิดนึงนะ

 

 

ปล. 1.งดรับฝากซื้อของที่ Aurora เพราะอยู่ไกลโคตรเลยครับ เดินทางเหนื่อยมาก

           ผมไม่คิดจะไปที่นั่นอีกแล้ว!

       2.อยากไปงาน 4B..

edit @ 20 Jun 2008 22:21:27 by sengkaraoke