Shopping

Jimmy Choo บุก H&M

posted on 16 Nov 2009 10:22 by sengkaraoke  in Shopping

 

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมามีเหตุการณ์สำคัญ 2 อย่างเกิดขึ้นใน New York ที่เล่นเอาผมเหนื่อยฉิบ

.

.

 

1. Apple Store @ Upper West Side

วันนี้เป็นวันเปิดตัว Apple Store สาขาใหม่ ที่ Upper West side ใน Manhattan

ความพิเศษอยู่ที่สาขานี้เค้าออกแบบมาสวย ทำหลังคาเปิดโล่งเท่าตึกสูง 3 ชั้น

ภายใต้โครงสร้างกระจกใสครอบ แถมมีชั้นใต้ดินอีก(คล้ายๆสาขาที่ Fifth Avenue)

 

ที่สำคัญคือ.. ผมอยากได้เสื้อยืดที่ระลึกซึ่งออกแบบมาเป็นพิเศษ และแจกฟรี 

สำหรับ 2,500 คนแรกเท่านั้น!!  สิ่งนี้กลายเป็นเหมือนประเพณีของ Apple ไปแล้ว

เวลาเปิดตัว flagship store สาขาใหม่ๆ หากพลาดไป และอยากได้จริงๆ คุณสามารถ

หาได้ใน e-bay ในราคา $20++(ราคาของแจกหรือวะเนี่ย)

 

ผมเองตื่นเช้าไม่ไหว เพราะเมื่อคืนนอนดึกมาก เลยไปถึงเอาเกือบบ่ายสอง

แต่เค้าเริ่มแจกกันตั้งแต่สิบโมง.. ของก็หมดสิครับท่าน!!

 

สุดท้ายเลยได้แค่เยี่ยมชม และถ่ายรูปร้าน แต่.. trip ของวันนี้ยังไม่หมด

เพราะเราต้องรีบไปต่อกันที่

.

.

 

2. Jimmy Choo for H&M

เป็นธรรมเนียมไปแล้วที่ H&M มักเชิญ Designer ดังๆมาออก collection พิเศษให้ในแต่ละปี

ที่ผ่านมาก็มีทั้ง Stella McCarthy, Comme Des Gardons ฯลฯ และครั้งนี้ก็ถึงคราของ

Jimmy Choo เจ้าของ brand รองเท้า และกระเป๋าสุดหรูจากฝั่งอังกฤษ

 

ยี่ห้อนี้ดังหรือไม่ดังไม่ทราบ ทราบแต่ว่าบรรดาดารา และเซเลปตัวแม่ทั้งหลายแหล่ใน

Hollywood ใส่รองเท้าของ Jimmy Choo ออกงานกันประจำ!!

 

มาครั้งนี้ดาวเด่นที่สุดใน collection เห็นจะเป็นรองเท้าที่ใครๆหมายปองกัน ก็แน่ละ่เพราะ

ปกติรองเท้าของ brand เค้าเองคู่ละเป็นพันเหรียญ แต่พอมาทำให้ H&M เหลือคู่ละแค่ร้อยกว่าๆ

 

และที่สร้างความแปลกใหม่อย่างนึงคือ คราวนี้แกทำ line สินค้าสำหรับผู้ชายด้วยเป็นครั้งแรก!!

 

 

ร้าน H&M ที่ขาย collection นี้มีเพียง 4-5 แห่งเท่านั้นใน New York ซึ่งแต่ละแห่งก็อยู่ใน

ทำเลไฮโซทั้งนั้น ผมจึงเลือกไปสาขา Upper East Side (คนละซีกกับ Apple Store ข้างต้น)

เพราะคิดว่าคนจะน้อยหน่อย เลยชะล่าใจไปถึงเกือบบ่ายสาม.. ของก็เลยเหลืออยู่

อย่างละนิดละหน่อยอย่างที่เห็น (บางชิ้นที่เห็นมาก่อนหน้านี้ในเวป หมดไปแล้ว)

 

คุยกับคนขาย เค้าบอกว่าคนมารอคิวยาวเหยียดตังแต่ร้านยังไม่เปิด ถึงกับต้องจำกัด

จำนวนคนเข้า ทั้งๆที่วันนั้นอากาศค่อนข้างเลวร้าย คือฝนตกหนัก และหนาวโคตร!

 

ด้วยความโลภ ผมเลยสอยมาหนึ่งถุงใหญ่อย่างที่เห็น สีม่วงแปร๋นมาเลย

ด้วยคิดว่า ถ้าไม่ชอบชิ้นไหนเดี๋ยวค่อยเอาไปคืนก็ได้ภายใน 30 วัน ไม่ก็เอาไปขาย e-bay ได้

 

ประเดิมด้วยรองเท้าก่อนเลย นอนในกล่องสีม่วงเหมือนถุง มาพร้อมถุงผ้าตามสูตรรองเท้าแพงทั่วไป

 

แบบรองเท้าใน collection นี้จะคล้ายๆกันเกือบหมดคือ เป็น Boot หนังกลับทรงหัวแหลม

ที่เลือกมาเป็นสีน้ำตาลเข้ม แบบหุ้มข้อขึ้นมาไม่สูงมาก เพราะไอ้แบบที่สูงขึ้นมาอีกหน่อย

มันแพงกว่าเกือบ $70! และเวลาใส่ยีนส์ทับ ก็แทบจะไม่เห็นอยู่แล้ว ยกเว้นแต่จะใส่ทรง skinny

ซึ่งผมเองไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะมันอึดอัด

 

คุณภาพงานนี่เนี้ยบอยู่แล้ว made in Italy ใส่สบาย แต่แอบหลวมไปหน่อย

ไม่รู้เพราะทรงรองเท้าหรือเปล่า

 

ตามมาด้วยเสื้อยืดคอกลม สีควันบุหรี่แบบเรียบๆ แต่ที่ชอบมากคือ เนื้อผ้าเบาๆบางๆ

คอกว้างหน่อย และที่สำคัญคือย้วยๆ(หายากนักแลแบบนี้) ติดที่ size s ยังเหมือนหลวมนิดๆ

ถ้าหา xs ได้คงพอดี ส่วนกางเกงยีนส์เป็นทรง slim straight สีดำ กับเข็มขัดหนังกลับเส้นเล็กๆ

สีเทาเข้าชุดกัน

 

เรียกว่าที่เห็นนี่แทบหมดเนื้อหมดตัวกันเลยทีเดียว เพราะถึง JC จะทำให้ H&M

แต่ราคาก็ยังแพงกว่า collection ปกติเยอะเหมือนกัน

เป็นครั้งแรกในรอบปีที่ผมยอมซื้อของเต็มราคา เพราะปกติซื้อแต่ของ sale ไม่ก็มือสอง

.

.

จบจากการเยือนสองแห่งนี้ ผมเองยังต้องทุลักทุเลรีบไปทำงานต่อ แถมคืนนั้นร้านยัง

busy กว่าปกติอีก กลับบ้านมาเกือบตีสอง รีบอาบน้ำกินข้าวนอน เหนื่อยบรมเลยวุ้ยวันนี้

 

 

ปล. 1. วันรุ่งขึ้นหยุดงาน เข้าไปทำธุระในเมือง ผ่าน H&M สาขา Fifth Avenue เห็นมันเอา

ของอีกล้อตมาลง ร้านแทบแตก แต่ยังฟลุคไปได้ bracelet หนังเส้นที่อยากได้เส้นสุดท้ายพอดี

และของหลายๆชิ้นมันก็ยังหมดอย่างรวดเร็วเหมือนเดิม

     2. ราคาของใน collection นี้ใน e-bay พุ่งขึ้นไปสองเท่าแล้วจากราคาขายในร้าน โดยเฉพาะ

ชิ้นที่มันขายดี และคนอยากได้กันมากๆ

     3. พวกกระเป๋าแพงมากๆ ตั้ง $250 แม้จะทำจากหนังแท้ แต่ว่าดูหยาบและ cheap ไม่ค่อยสมราคา

     4. อยากดูเต็มๆเข้าไปดูในเวป H&M เองนะครับ บอกรายละเอียดและราคาเสร็จสรรพ

edit @ 16 Nov 2009 11:41:38 by sengkaraoke

edit @ 16 Nov 2009 11:48:44 by sengkaraoke

Review: รองเท้าเชือก เชือก(1)

posted on 09 Oct 2009 22:25 by sengkaraoke  in Shopping

 

รองเท้า Camper รุ่น PEU

ผมจำได้ว่า shop ของรองเท้า Camper ในเมืองไทยอยู่ตรงชั้น 1 Siam Dicorvery

เคยเข้าไปดูแล้วชอบ เพราะรองเท้าสวย แต่แพงมากๆ

ส่วนที่ NY นั้น Camper เองก็แพงเหมือนกัน และก็ไม่ได้เป็น brand ที่ pop เท่าไหร่

(ตามร้านมือสองเลยหาไม่ค่อยได้) ก็เลยยังหา Camper สวยๆ ราคาโดนๆมาใส่ไม่ได้สักที

 

พอดีว่า เมื่อหลายเดือนก่อนร้าน Camper แถว SOHO จัด sale ประจำปี

แต่เจ้ารุ่นที่ผมชอบยังลดราคาไม่จุใจ คือแค่ประมาณ 35% ก็ตกคู่ละเกือบร้อย

ซึ่งนับว่าแพงอยู่ แต่พอเดินผ่านไปอีกไม่กี่ block กลับเจอร้านรองเท้าประเภทซำเหมา

เอาคู่นี้มา sale 50% เหลือ $44 ราคาถูกกว่า shop Camper ซะยังงั้น

.

.

 

Camper เป็น brand รองเท้าสัญชาติ Spain ที่ก่อตั้งมาร่วม 35 ปี โดยมีจุดเด่นคือ

รองเท้าหนังลำลองที่ใส่สบาย และมี style ที่เป็นเอกลักษณ์

 

ส่วนที่โดดเด่นของรุ่น PEU ที่เห็นนี้คือ เชือกรองเท้าที่พันออกมาเก๋ไก๋อย่างที่เห็น

กับทรงตรงส่วนปลายรองเท้าที่ออกจะบานๆหน่อย ใส่สบายรับกับรูปเท้าพอดี

 

คู่ที่เห็นนี้เป็นรุ่น PEU แต่อยู่ใน Collection "Mediterranean Sneakers" อีกที

ซึ่ง collection นี้ออกมาในช่วง spring-summer ที่ผ่านมา โดยออกแบบภายใต้แนวคิด

รองเท้าที่ดูสบายๆ สำหรับใส่ในช่วงอากาศดีๆ อารมณ์ว่า ใส่แล้วเหมือนเดินเล่น

อยู่ริมทะเล Mediterranean ประมาณนั้น

 

รายละเอียดที่รุ่นนี้ถูกปรับจากรุ่น PEU ที่เป็นหนังแบบเดิมคือ วัสดุทีใช้เปลี่ยนมาเป็น

ผ้า Cotton และพื้นยาง Organic (ไม่รู้ว่ามันต่างจากไม่ organic ยังไง) 

และรูปแบบรองเท้าที่ดูแล้วออกแนว Converse!

แต่ถูกใส่รายละเอียดที่ดูเป็น Camper ลงไป

 

รวมๆแล้วคู่นี้ก็ดูแล้วสวยดี ออกแนวน่ารักๆเหมือนตัวการ์ตูนอะไรสักอย่าง

ใส่แล้วเข้ากับกางเกงขาสั้นมากๆ แต่ไม่ค่อยเข้ากับกางเกงยีนส์เท่ห์ๆเท่าไหร่

 

แม้เชือกจะปรับไม่ได้ แต่ก็กระชับเท้าอย่างไม่น่าเชื่อ และสิ่งที่ทำให้ผมชอบมากๆก็คือ

คู่นี้ใส่เดินสบายจริงๆครับ ซึ่ง Camper เองเค้าก็ขึ้นชื่อเรื่องนี้อยู่แล้ว

 

ป้าย tag ที่ให้มา เป็นไปใน theme เดียวกัน คือรูปแว่นกันแดด น่ารักดี

 

สรุป : สวย ใส่สบาย เหมาะกับขาสั้น ไม่เหมาะกับยีนส์เซอร์ๆ

และวันฝนตกน้ำนอง (เพราะเน่า และเหม็นง่ายตามสูตรรองเท้าผ้า)

 

ปล. 1.ลืมถ่ายรูปใต้พื้นรองเท้า!

      2.ครั้งหน้ามีรองเท้าประเภทเชือกแรงๆมาให้ชมกันอีกคู่นึง

อันตรายจาก e-bay(2)

posted on 29 Sep 2009 23:04 by sengkaraoke  in Shopping

 

หูฟัง Bluetooth ของ Jawbone

Jawbone ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดของหูฟัง Bluetooth ก็ว่าได้ ด้วยคุณสมบัติการตัดเสียงรบกวน

ได้อย่างยอดเยี่ยม, วัสดุคุณภาพดีระดับ Militay grade แถมการออกแบบยังทำออกมาได้ดีมากๆด้วย

คือดูสวยงาม หรูหรา แต่ว่าไม่"มาก"เกินไป คือใส่แล้วดูไม่เป็นส่วนเกินของใบหน้า.. ว่ายังงั้น

 

ราคาเต็มมันอยู่ที่ $128 แพงบรมพอๆกับมือถือเครื่องนึงเลย

แต่พอ Jawbone รุ่นใหม่ออกมา รุ่นเก่าเลยราคาลงวูบ ถูกสุดใน e-bay ผมหาได้ $40 เอง

เลยสอยของใหม่มา แต่กลับพบว่า..

 

ปุ่มเจ๊งครับ!

 

เลยส่งคืนไป เพื่อให้เค้าส่งอันใหม่มาให้ ที่ไหนได้ พอได้อีกอันมา..

 

เจ๊งอีกแล้ว!!!

 

คราวนี้มัน charge ไฟไม่เข้า อะไรมันจะห่วยแตกปานนั้น

คราวนี้ขอเงินคืนเลยครับ ไม่เอาแล้ว พอกันที seller เจ้านี้โดน negative feedback จากผมไปเต็มๆ

 

--------------------------------------------------------------------------------------------

 

case iPhone รุ่น Protective ของ Incase

หลังจากช้ำใจจากเจ้า incase ในครั้งที่แล้ว แต่ผมยังไม่ยอมแพ้ครับ บังเอิญมาเจอรุ่นนี้เข้า

เป็น Silicone เนื้อดีรุ่น Protective ปกติราคา $30 แต่นี่รวมๆแล้ว $8.99 เอง

เค้าบอกว่าเป็นของใหม่ แต่ open box คือเป็นของที่ลูกค้าเอามาคืนที่ร้าน

 

พอได้ของมาปั๊บ เช็คดูทุกอย่าง ok ใหม่จริงๆ ยกเว้นแต่ว่า..

 

ด้านบนตรงช่องเสียบ headphone มันขาดซะงั้น!!

 

ครั้งนี้เซ็งอย่างรุนแรง เพราะเพื่อนที่ซื้อด้วยกันกับ seller คนนี้ได้ของมาไม่มีปัญหาอะไร

พอผมโวยกลับไป seller คืนเงินให้เลย นั่นหมายความว่า ผมไม่ต้องส่งของคืนกลับไป

 

iPhone ผมเลยอยู่คู่กับเจ้า case นี้มาจนถึงปัจจุบัน..

(ถ้าของฟรี แต่ขาดนิดหน่อย ผมไม่ซีเรียสหรอกครับ )

 

------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

นาฬิกาข้อมือ Mini Cooper

เจ้าเรือนนี้ผมจำได้ว่ามันออกมานานพอสมควรแล้วนะ ตั้งแต่เมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว

จำได้ว่าตอนนั้นชอบมากๆ แต่ไม่มีปัญญาซื้อ เพราะศูนย์ Mini บ้านเราเอาเข้ามาขายราคาเป็นหมื่น

พอมาที่อเมริกา ผมก็ลองค้นหาตามเวปต่างๆ ก็พบว่าไม่มีใครขาย เพราะมันหมด stock ไปนานแล้ว..

 

วันดีคืนดีเกิดบังเอิญหาเจอใน e-bay เลย bid มาได้ในราคา $80 จากราคาเต็ม $200

ในสภาพใหม่ แต่ไม่มีกล่อง และใบรับประกันให้ 

 

พอได้ของ พบว่าทุกอย่างตรงตามที่ seller บอกไว้ ยกเว้นแต่ว่า..

 

นาฬิกาเรือนนี้.. มันไม่เดินครับ!!!

 

ผมไปซื้อ battery ใหม่มาลองเปลี่ยนมันก็ไม่เดิน เข้าใจว่ากลไกข้างในมันเจ๊งแน่ๆ

ทีแรก ตั้งใจว่าจะเอาไปให้ช่างซ่อมเอง แต่ดูไปดูมาแล้ว นาฬิกาสวยก็จริง แต่มันไม่เข้ากับ

ข้อมือเราเท่าไหร่ แถมสายยังรัดแบบกำไล เวลาใส่รู้สึกอึดอัดนิดๆ สรุปว่าส่งคืนดีกว่า

 

ทีแรก seller กวนตีนมากๆ ไม่คืนเงินให้ แล้วยังมาอ้างว่าผมเป้นคนทำเจ๊งเอง

สุดท้ายผมต้อง dispute เรื่องผ่าน Paypal จนเค้าตัดสินว่าให้ส่งของกลับ

แล้ว seller ค่อยคืนเงินให้..

 

เฮ้อออ.. ซื้อของผ่าน e-bay บางทีมันก็เหนื่อยยังงี้แหละครับ

 

ปล.สุดท้ายก็ได้ Jawbone มาใช้สมใจ(จาก seller คนอื่นนะ)

อันตรายจาก e-bay(1)

posted on 25 Sep 2009 12:20 by sengkaraoke  in Shopping

ผมเองได้รับคำถามค่อนข้างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยในการซื้อของผ่าน e-bay

ครั้นจะเขียนอธีบายกันแบบหมดเปลือก เกรงว่าจะสามารถออก pocket bookได้เล่มนึง

ครั้งนี้เลยขอยก case เด่นๆที่โดนเข้ากับตัวเต็มๆมาเล่าสู่กันฟัง พอเป็นอุทาหรณ์

.

 

การซื้อของ online โดยเฉพาะการซื้อขายโดยตรงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายอย่าง e-bay นั้น

แม้ว่าจะมีข้อได้เปรียบคือ ราคาที่ถูกกว่ามาก เมื่อเปรียบเทียบกับการซื้อผ่าน website

ที่ขายของโดยตรง หรือเดินไปซื้อตามร้าน

 

แต่ข้อเสียร้ายแรงอย่างหนึ่งที่ต้องแลกมาจากการซื้อของ e-bay นั่นก็คือ

มันเป็นการตัดสินใจซื้อ โดยพิจารณาจาก "รูปถ่าย" และ "ความน่าเชื่อถือ" 

ของผู้ขายเท่านั้น

 

สรุปง่ายๆคือ ซื้อของโดยไม่ได้ทดลอง หรือจับต้องของจริงนั่นเอง

ด้วยเหตุที่ว่า ทำให้การซื้อของผ่าน e-bay นั้นมีความเสี่ยงค่อนข้างมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเราพบว่าของที่ซื้อมา ไม่ตรงกับที่เราเห็นในเวป

 

ยกตัวอย่างเช่น

.

 

LEGO X-Pod

ไอ้เจ้ากระปุกสีสันสดใสที่เห็นนี้เค้าเรียก Lego รุ่น X-pod ซึ่งข้างในบรรจุด้วย Lego

ชิ้นเล็กๆ ตาม theme ต่างๆ ขนาดเหมาะมือ พกพาไปเล่นที่ไหนก็ง่าย

ที่เมืองไทยเคยมีการนำรุ่นแรกเข้ามาจำหน่าย แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรนัก

พอรุ่นใหม่ๆออกมาเลยหาซื้อที่ไทยไม่ได้แล้ว

 

ปกติเจ้า X-pod ขายกันอยู่ที่กระปุกละ $7(ไม่รวมค่าส่ง) แต่ที่ผมได้มานี้คุ้มสุดๆ

5 ชุด $15 เอง(จากปกติ $35) แถม free shipping ด้วย แต่ว่าเป็นของ used

เมื่อผมได้ของมาลองต่อเล่น กลับพบว่า..

 

มี 2 กระปุก ที่ชิ้นส่วนหายไป 3-4 ชิ้น!!

 

ผมจึงโวยกลับไปที่ seller เค้าตอบกลับมาว่า ให้เช็คดูก่อนว่าชิ้นไหนหายไปบ้าง

พอผมบอกไป seller ที่ว่าก็รีบคืนเงินให้ โดยบอกว่าไม่ต้องส่งของกลับมา

ให้เก็บไว้เลย เพราะเขาไม่ได้ต้องการมันแล้ว!!

 

สรุปว่า case นี้ ได้ Lego มาเล่นฟรีเนียนๆครับ

 

--------------------------------------------------------------------------------------------

 

iPhone case รุ่น Slider ของ Incase

หลังจากใช้ iPhone case ของ Belkin มาสักพัก ผมพบว่าไม่ work เลยครับ

เพราะขอบ case หนามากๆ กดปุ่มไม่สะดวก แถมตัว case เองก็หนาเตอะ

ทำให้ iPhone ดูเทอะทะอย่างไรไม่ทราบ ว่าแล้วก็เลยมองมาที่ Incase

เพราะ design สวย และคุณภาพดี แต่เสียอย่างเดียวคือ แพง!

 

มาเจอเข้าอันนึงเป็นของ used เค้าบอกว่าสภาพดี เห็นในรูปก็ไม่มีปัญหาอะไร ราคาเต็มมัน $35

แต่นี่ bid ได้มา $18 แต่พอได้เห็นของจริง ที่ไหนได้..

 

เยินสุดๆ case ถลอกเละไปหมด

 

(รูปที่ post บนเวปเค้า retouch มาอย่างเนียน) 

พอโวยกลับไป เจ้าตัว seller รีบโทรมาตอนนั้นเลย ทำเป็นขอโทษอย่างนั้นอย่างนี้..

 

สรุปว่าก็ต้องเสียค่าส่งกลับไปให้มัน ถ้าอยากได้เงินคืน  (ก็ต้องส่งละครับ)

 

--------------------------------------------------------------------------------------------

 

Camera case ของกล้อง Panasonic Lumix LX3

ผมเองมองหา case เล็กๆ กันกระแทกดีๆ และที่สำคัญคือ สวยงามดูเข้าชุดกันกับ LX3

มาสักพักหนึ่งแล้ว ดูไปดูมาถูกใจรุ่นนี้ เลยสั่งซื้อมาแค่ $10 เอง แถม free shipping

มาจาก Netherland ด้วย พอได้ของปั๊บ พบว่ามันส่งมาจาก Hong Kong นี่หว่า

แต่ประเด็นก็คือ..

 

case มันเล็กไป ยัดกล้องยังไม่เข้าเลยครับ!!

 

ใน description มันบอกชัดๆว่า ใช้กับ LX3 ได้ พอผมโวยกลับไปว่าขอเงินคืน

โดยไม่ส่งของกลับเพราะค่าส่งกลับจากที่นี่มันแพงมาก แพงกว่าค่า case อีก

แล้วจะส่งกลับหาพระแสงทำไม

seller เองก็ตอบตกลง แต่..

 

ขอให้ผม"ทำลาย" case ที่ว่าให้ไม่สามารถใช้งานได้อีก

แล้วส่งรูปกลับไป เค้าถึงจะคืนเงินให้..(ประมาณว่ากลัวเราได้ของไปฟรีๆ)

 

สุดท้ายก็ออกมาอย่างที่เห็นละครับ

.

 

เหมือน seller จะโรคจิตนิดๆนะว่าไหม..

 

 

ปล. จริงๆที่แรกว่าจะ retouch รูปส่งกลับไป แต่ผมเองไม่เก่ง Photoshop เท่าไหร่ 

กลัวออกมาไม่เนียน เลยไม่เสี่ยงดีกว่า

edit @ 25 Sep 2009 13:29:56 by sengkaraoke

ขายด่วน!! กระเป๋า LV แจ่มๆ

posted on 23 Sep 2009 07:06 by sengkaraoke  in Shopping

 

ครั้งนี้อัพช้าไปนิด เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมายุ่งมากๆ ต้องทำงานแปดวันติดไม่ได้หยุดได้หย่อน

เพราะที่ร้านเค้าขาดคนทำงาน เหนื่อยบรมแต่ก็ต้องทน เรายังต้องการทรัพย์ไว้ shopping ต่อไป

เวรกรรม

.

.

เข้าประเด็น..

 

วันนี้ผมมาขายของครับ!

 

เรื่องของเรื่องคือ มีพี่ที่ร้านคนนึงเค้าเป็นแฟน LV ตัวยง มีกระเป๋า และเข็มขัด LV

อยู่ใน collection นับๆดูแล้วเกือบ 20 ชิ้น!! และหลายชิ้นเรียกว่าซื้อมาเพื่อเก็บอย่างเดียวจริงๆ

 

ตอนนี้พี่แกกำลังมีโครงการจะซื้อกระเป๋า Chanel ให้ได้ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งราคาเหยียบอยู่ $3000

ว่าแล้วแกก็เลยอยากเอากรุสมบัติที่ว่ามา clearance sale ลด 30%-75%

โดยฝากให้ผมเอาไปขายใน e-bay

 

แต่ผมว่า เอามาขายให้คนใน blog หรือคนกันเองก่อน น่าจะดูเข้าท่ากว่า

ไม่ซื้อไม่เป็นไร ถือว่าผมเอาให้ดูกันเพลินๆนะครับ

 

แว่นกันแดด Chanel

lens สีน้ำตาลกรอบทอง รุ่น logo ฝังเพชร ตัวแว่นสภาพดีมากๆ เพราะไม่ค่อยได้ใส่

ซื้อมาใช้สักพัก ถึงได้รู้ว่าใส่แล้วไม่ค่อยเข้ากับหน้าเจอาของ

มาพร้อมกล่อง, ซองของ Chanel ครบ

ตัวกล่องมีรอยถลอกตรง logo ด้านข้างนิดๆ ไม่น่าซีเรียส

 

ซื้อมาเกือบ $400 ขาย $100 เดียว!!

 

-----------------------------------------------------------------------------------------------

 

กระเป๋า LV epi สีดำ รุ่น Porchette accessories

LV ลายไม้สีดำสุด classic เอาไว้ใส่ข้าวของอะไรจุกจิกนิดหน่อย

เหมาะสำหรับถือตอนไปเที่ยวกลางคืน ไม่ก็งานราตรี ตามใจคุณผู้หญิง

 

สภาพขอบอกว่าอย่างดี ใหม่เอี่ยม เอาเป็นว่าทั้งตัวกระเป๋า และหัว zip ยังใสบิ๊ง

ไม่มีรอยถลอกเลยแล้วกัน

 

ซื้อมา $440 ขาย $200 พอ!!

 

-----------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

กระเป๋า LV monogram รุ่น Batignolles

มาแล้วกับรุ่น monogram ยอดนิยม ใบนี้อาจจะเล็กสักนิด(ดูขนาดได้ที่หน้าเวปข้างล่าง)

จึงเหมาะสำหรับสุภาพสตรีตัวเล็กๆ หรือคนที่ไม่ชอบหอบข้าวของอะไรมากมาย

 

สภาพดีมากๆอีกแล้ว ไม่มีรอยถลอกใดๆทั้งสิ้นในส่วนที่เป็นโลหะ หรือหนัง

หูหิ้วด้านใน ยังไม่มีรอย หรือรอยคล้ำอะไรเลยคิดดู

 

ซื้อมา $755 ขาย $400 จ้า!! 

 

----------------------------------------------------------------------------------------------

 

กระเป๋า LV monogram รุ่น Papillon 30

กระเป๋าทรงกระบอกน่ารักๆ รุ่น Papillon นี่คนชอบกันเยอะ

แต่ที่มีอยู่นี่ ไม่มีเจ้ากระเป๋าใบจิ๋วที่มาคู่กันให้นะครับ(เพราะตอนซื้อมามันไม่มี)

 

ใบนี้สภาพโดยรวมถือว่าดี เพราะซื้อมาเก็บ หัวซิปมีรอยถลอกนิดๆ สายไม่มีรอยคล้ำ

 

ซื้อมาเกือบ $1000 ขาย $550 เท่านั้น!! 

 

----------------------------------------------------------------------------------------------

 

กระเป๋า LV epi สีแดง รุ่น Papillon 30

ใบสุดท้ายนี่เก็บไว้เป็น highlight จริงๆ เพราะปัจจุบันใบนี้ไม่มีขายแล้ว

แถมสภาพก็เรียกได้ว่าใหม่เอี่ยม 100% ไม่เคยเอาออกมาใช้เลยจริงๆ (แล้วจะซื้อมาทำไม)

 

มาพร้อมกระเป๋าลูกเข้าชุดกัน เอาใว้ใส่เครื่องสำอางข้างใน

งามมากๆ ไม่มีริ้วรอบใดๆทั้งสิ้น พี่เขาซื้อมาเพราะอารมณ์ชั่ววูบจริงๆ

 

ซื้อมา$1100 ขาย $850 เท่านั้น!! 

 

ราคาทั้งหมดก็คูณ 35 เอานะครับ จะได้ทราบราคาเงินบาท(หรือจ่ายเป็น US dollar ก็ดี)

รับประกันว่าทุกชิ้นเป็นของแท้ 100% มาพร้อมกล่อง และถุงผ้า dust bag

(หรือถ้าอยากได้ shopping bag ด้วยก็แถมให้ได้นะ)

 

ถ้าสนใจกรุณาทิ้ง e-mail ไว้นะครับ ส่วนรายละเอียดการสั่งซื้อและจัดส่งค่อยคุยกันอีกที

ขอบอกทิ้งท้ายไว้นิดว่า deal นี้คุ้มจริงๆ เพราะนอกจากราคาที่ลดกระหน่ำแล้ว

คุณยังไม่ต้องเสีย tax ที่ปกติต้องจ่ายเพิ่มอีก 9.25% เวลาซื้อของที่ NY นี่

 

ไม่ต้องระแวงกันนะครับ ที่ช่วยเค้าขายเนี่ยไม่ได้ค่านายหน้าใดๆทั้งสิ้น การกุศลล้วนๆ

ช่วยๆกัน เพราะเห็นใจคนอยากได้ Chanel อิ อิ

(ฟังดูไม่น่าสงสารยังไงไม่รู้แฮะ)

edit @ 23 Sep 2009 07:39:58 by sengkaraoke

ยังไงก็ไม่ขาย

posted on 08 Sep 2009 22:29 by sengkaraoke  in Shopping

 

ไปๆมาๆผมเขียนเรื่อง shopping จำพวกซื้อมาขายไปแล้วชักติดลม

ครั้งนี้ขอต่อเรื่อง shopping อีกสักทีนะครับ..

 

หลายๆครั้งผมไปพวกร้าน thrift store หรือร้านขายเสื้อผ้ามือสองดีๆ แล้วบังเอิญ

เจอของแจ่มๆในราคาแสนถูก ที่คำนวณแล้วว่าขายได้กำไรแน่ๆ

แต่สุดท้ายดันชอบเก็บไว้ใช้เอง ไม่ยอมขาย

.

.

ไล่เรียงได้บางส่วนดังนี้

 

กางเกงยีนส์ Miss Sixty

ยีนส์ตัวนี้ได้มาสภาพมือหนึ่งเลยครับ ของ Miss Sixty เนื้อผ้าฟอกมาซีดๆ ขึ้นลายอย่างเจ็บ

แถมทรงยังใช้ได้อีก เป้าต่ำนิดๆ ขาลู่ลงมาออกแนว skinny หน่อยๆ

แถมตะเข็บข้าง ยัง twist แบบ Levi's Engineered อีก

 

สรุปว่าแปลก และสวยโดนใจมากๆ made in Italy ด้วย

ราคาทั่วไปของยีนส์ Miss Sixty นี่ประมาณ $120+

 

$13 = 452 บาท

 

 

กางเกงยีนส์ Levi's รุ่น Gold

ผมได้ตัวนี้มาพร้อมๆกับตัวข้างบน สะดุดตาที่ว่าเป็นของใหม่ แต่แขวนอยู่ในร้านมือสอง

เป็นรุ่น Gold หรือรุ่น premium ของ Levi's ที่แปลกคือ ทั้งป้ายและรายละเอียดต่างๆ

ข้างในกางเกงเป็นภาษาญี่ปุ่นเกือบทั้งหมด อ่านไม่ออก เลยไม่ทราบข้อมูลเพิ่มเติมมากนัก

 

ส่วนที่พิเศษของตัวนี้คือ มันดูไม่มีความเป็น Levi's แบบที่เคยเห็นเลยสักนิด

ทรงออกแนวเรียบๆ เข้ารูปพอดีขา เนื้อผ้าบางสบายๆ มีแค่แถบ logo สีแดงเล็กๆ

ที่ข้างกระเป๋าด้านหน้าข้างซ้ายแค่นั้น (ป้ายหนังที่เอวด้านหลังยังไม่มีเลย)

 

แอบเก๋ด้วยการพิมพ์ลาย collage ของยีนส์สีออกทองๆที่ด้านใน 

สภาพใหม่แบบที่เรียกว่า ป้ายราคาเดิมยังแปะอยู่เลย 18,000 yen

 

$12 = 417 บาท

 

เสื้อ jacket ของ FENDI

แรกเจอ jacket ตัวนี้เข้า เกิดถูกใจอย่างแรง เพราะลายมันดูดิบๆดี

ออกแนว vintage แต่แอบหรูนิดๆด้วยลาย pattern ตัว F ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ FENDI

ลายพร้อยบางๆไปทั้งตัว แต่เค้าฟอกให้มันขาดหายเป็นช่วงๆ เลยดูเซอร์ขึ้นเยอะเลย

 

made in Italy แต่ size XXL เข้าใจว่าเป็น size ผู้หญิง แต่ผมใส่ได้พอดี

เอาไว้ใส่กันหนาว แบบไม่หนาวมาก ประมาณช่วง spring กับ fall

ราคาเต็มที่ shop น่าจะประมาณ $300+

 

$35 = 1,218 บาท

 

 

เสื้อ shirt ของ G-Star RAW

G-Star RAW อาจเป็น brand ที่ไม่คุ้นหูคนไทยนัก เพราะ shop มันมีแค่ที่ชิดลม กับ Central world

แถมยังแพงโคตรๆ ซึ่งไม่แปลก เพราะที่นี่ก็แพงระเบิดเหมือนกัน พอๆกับ Diesel เลย

 

ถ้าจะคุยเรื่อง G-Star นี่ยาวเลย รวบมาที่เสื้อตัวนี้ดีกว่า พอได้ลองแล้วชอบมากๆ

เพราะมันพอดีตัวเป๊ะ แถมกระดุมสองแถวหน้า(แถวนึงแปะไว้หลอกๆ) กับตรงบ่า

ทำให้ใส่แล้วดูเท่ห์ เหมือนเครื่องแบบอะไรสักอย่างดี  

shirt G-star ที่ shop ราคาอยู่ที่ $100+

 

$21 = 731 บาท

 

 

กระเป๋า messenger ของ MONT BLANC

หลายท่านคงทราบกันดีว่าผมบ้ากระเป๋า มีเยอะแล้ว พยายามแล้วที่จะไม่ซื้อเพิ่ม

แต่พอเจอใบนี้เข้าไปถึงกับอดใจไม่ไหวจริงๆ เพราะกระเป๋าหนังแท้แบบนี้อยากได้มานานแล้ว

 

MONT BLANC เป็น brand สุดหรูจากเยอรมันที่โด่งดังมาจากปากการะดับ premium

จากนั้นจึงขยาย line มาสู่ product lifestyle อื่นๆ จนไปๆมาๆชักคล้าย Dunhill  

 

ส่วนกระเป๋าใบนี้ได้มาจากร้านมือสองในสภาพมือหนึ่งจริงๆ ป้ายยังแขวนอยู่เลย

ส่วนฝาปิดด้านหน้าเป็นหนังแท้ๆ เนื้อเนียนนุ่ม

ส่วน body เป็นผ้าเนื้อดีสีน้ำตาล chocolate ซึ่งดูหรูและ classic มากๆ

 

รายละเอียดการตัดเย็บในส่วนต่างๆทำออกมาได้เนี้ยบสุดๆ ขนาดก็กำลังดี

แต่ติดที่ว่าผมชอบกระเป๋าแบบนี้ในทรงแนวตั้งมากกว่าแนวยาว แต่ก็ช่างมันเถอะ

 

ส่วนที่โดดเด่นสุดๆ เห็นจะเป็นเจ้าหมุด logo ของ MONT BLANC ที่แปะไว้หน้ากระเป๋า

เป็นแบบเดียวกับที่ใช้บนด้ามปากกา อีกทั้งแถบผ้าสีน้ำตาลอ่อน ที่คาดไว้อีกข้าง ก็ทำให้

ภาพรวมดูน่าสนใจขึ้น และดูไม่แก่จนเกินไป

(แม้จะชวนให้นึกถึง style ของ Gucci หรือ Bally ไปบ้างก็ตาม)

ราคาเต็ม $370+ ไม่ทราบว่าหลงหูหลงตามาได้อย่างไรไม่ทราบ

 

$25 = 870 บาท!!!

 

 

กระเป๋า messenger ของ Gucci

ใบนี้เพิ่งได้มาสดๆร้อนๆเลยเมื่อวานนี้เองที่ร้านมือสองเจ้าประจำ 

พอเห็นแวบแรก ไม่รู้เลยว่าเป็นของ Gucci เพราะแบบมันเรียบจริงๆ

ส่องไปส่องมาเห็นว่าเป็นหนังแท้ทั้งใบ ของ Gucci ด้วย made in Italy

เป็นหนังแข็งอย่างดี ตัดเย็บมาอย่างเนี้ยบ แถมเป็น size เล็กแบบที่อยากได้ด้วย

.

เลยสอยมาอีกใบจนได้

(ส่วน dust bag ที่รองอยู่นั่น ขอของคนอื่นมานานแล้ว เลยหยิบมาวางประกอบซะงั้น)

 

ส่วนที่มองเห็นข้างนอกแล้วรู้ว่าเป็น Gucci มีแค่ logo เล็กๆตรงเนี้ย

แต่ช่างมันเถอะ ผมไม่ค่อยชอบข้างของที่มัน logo มันค่อนข้างใหญ่อยู่แล้ว

 

ทีแรกคิดว่า จะขายเพราะจริงๆอยากได้กระเป๋า messenger ใบเล็กๆ หนังแท้แบบนี้

ของ Diesel มากกว่า แต่ติดที่ว่าราคามันไม่ลงสักที ไม่เคยต่ำกว่า $100 เลย

 

สรุปว่าใบใหม่นี้ไม่ขายมันละ ใช้เองดีกว่า เพราะดูไปดูมามันก็สวยดี

แต่หนังมันออกจะแวววาวไปนิด ไม่รู้ว่าใช้แล้วจะดู gay ไปหรือเปล่า

เอาเป็นว่าถ้าใช้ๆไปแล้วไม่เหมาะ ค่อยขาย e-bay ละกัน ยังไงก็กำไร เพราะว่า..

 

$35 = 1,218 บาท

(ราคาเต็มเกิน $500 แน่ๆ

edit @ 8 Sep 2009 23:33:23 by sengkaraoke

แฟนๆ Gucci เชิญทางนี้

posted on 02 Sep 2009 09:46 by sengkaraoke  in Shopping

 

ขออนุญาตนอกเรื่องจากทริป Las Vegas

มานำเสนอ entry ที่เขียนดองไว้สักพักหนึ่งก่อน..

 

เรื่องเกิดจากสายข่าวโทรมารายงานว่า DSW (ชื่อร้านขายรองเท้า)

ในย่าน Union square เอาของ Gucci ชุดใหญ่มา sale กระหน่ำ 60% off!!!!

.

.

ผมรีบบึ่งออกจากบ้านไปยังจุดหมายภายใน 20 นาที!

 

 

เริ่มจากของ basic ก่อน คือกระเป๋าถือของผู้หญิงนี่แหละ พวกใบใหญ่ๆ

มีให้เลือกอยู่ 4-5 แบบ ลดจากพันกว่าเหรียญ เหลือ $499 ก็นับว่ายังแพงอยู่เหมือนกัน

 

เห็นเค้ากองสุมในลังสีน้ำตาล กองเรียงๆกันไป ดูไร้ค่า ไร้ราคามากๆ

นี่ถ้าไม่เห็นว่าขายที่ DSW ต้องคิดว่าเป็น Gucci ปลอมแน่ๆ  

 

ส่วนใบที่เห็นข้างบนนี่เล็กมากๆเลย ไม่รู้ว่าเอาไว้ใส่อะไร ยาวไม่ถึงศอก แต่ปาเข้าไปใบละร้อย

 

ส่วนพวกหมวกนี่จาก $200 กว่า เหลือ $50

ส่วนรุ่นที่ขายดีก็แน่นอนว่าต้องเป็นใบที่ pattern ของ Gucci มันลายพร้อยไปหมดนั่นแหละ

ซึ่งตอนผมไปถึงนั้น ลายแบบที่ว่าขายไปเกือบเกลี้ยงแล้ว เหลือแต่แบบเรียบๆอย่างที่เห็นกองไว้เต็มเลย

 

มาถึงของแปลกกันบ้าง เริ่มจากกระดาษห่อของขวัญลาย pattern Gucci สีทอง

บรรจุในกล่องกระดาษแข็งอย่างดี ราคาม้วนละ $29!! (นี่ลดราคาแล้วนะ)

 

ถาดทำน้ำแข็ง Gucci.. เอาเข้าไป

ฝรั่งแถวนั้นเดินเข้ามาเห็นยังถึงกับงง

pack 2 อันเกือบ $20 อันนี้ต้องสำหรับแฟนพันธุ์แท้ Gucci จริงๆ

 

 

ชุดไพ่บรรจุ 2 สำรับ ในกล่องหนังพิมพ์ลาย Gucci

ตอนไปถึง ผมเห็นเหลืออันสุดท้ายแล้ว สักพักมีผู้หญิงญี่ปุ่นคนนึงหยิบไป

เลยไม่ทราบว่าราคาเท่าไหร่

 

ตุ๊กตาหมี Gucci ที่ดูธรรมดามากๆ มีเพียง logo แปะไว้ที่ขานิดนึง ราคาค่าตัว $50!!

 

สำหรับคนรักหมาต้องนี่ ลูกบอลยางให้เจ้าตูบคาบเล่น.. พิมพ์ logo Gucci..

 

ตามมาด้วยจานร่อน สำหรับไว้เล่นกับเจ้าตัวโปรดพิมพ์ logo Gucci อีกเช่นกัน

 

สุดท้ายกับเสื้อผ้าหมาลาย Gucci คาดลายเขียวแดงสุด classic (แถมมี hood คลุมหัวด้วยนะ)

 

นอกจากนี้ยังมีพวกรองเท้าทั้งของผู้หญิงและผู้ชาย กับของกระจุ๊กกระจิ๊กอย่างพวกพวงกุญแจ

อะไรชิ้นเล็กๆอีกนิดหน่อย ส่วนใหญ่เห็นแต่คนดำ, latin-america, เอเชีย นี่แหละ

ที่แห่ไปเหมากันยังกะแจกฟรี ส่วนฝรั่งเองนี่เค้าเฉยๆนะ..

 

 

ใบนี้ซื้อมาใส่เอง ชอบเพราะมันดูเรียบๆ ไม่เห็นยี่ห้อชัดมาก (รึเปล่า)

 

ส่วนใบนี้ไปแย่งซื้อมาได้เกือบใบสุดท้ายเลย ได้มา $50 ขายใน e-bay ไปได้ $107!!

 

นี่ก็ซื้อมาใช้เองเส้นนึงเป็นสีขาวคาดแดง ส่วนสีขาวคาดเขียวที่เห็นนี่ซื้อสองเส้น

ขาย e-bayไปแล้วเส้นนึง ทุน $50 ขายไป $120 ส่งไปให้ buyer ที่อังกฤษ

ส่วนอีกเส้นเก็บไว้อีกสักพักค่อยปล่อยอีกที

 

ใบนี้ทีแรกผมว่ามันไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ น่าจะขายยาก แต่เห็นที่ร้านขายหมดเร็ว

ผมเลยรีบแย่งซื้อมาไว้ก่อนใบนึง รอขายต่ออีกเช่นกัน

 

ส่วนใบนี้ได้มาแบบฟลุคมากๆ เพราะไปดูทีแรกไม่เห็น(คงหมดเร็วมาก)

แต่กลับมาเจอวางอยู่ใบเดียวในสัปดาห์ถัดมา สันนิษฐานว่าคงเป็นของที่คนซื้อเอามาคืน

ผมเลยสอยมา เพราะเห็นว่ามันสวยดี แถมเป็นแบบ"พิมพ์นิยม"ของ Gucci ด้วย

น่าจะขายต่อได้หลายตังค์

edit @ 2 Sep 2009 21:53:48 by sengkaraoke