สัปดาห์หนังสือปีนี้

posted on 01 Apr 2012 19:20 by sengkaraoke
 
สัปดาห์หนังสือปีนี้ก็ไม่พลาดอีกเช่นเคย
 
การที่ต้องไปเบียดกับมวลมหาชนในวันอาทิตย์ตอนบ่ายนี่ มันแน่นยิ่งกว่าเดิน JJ อีกนะเนี่ย
 
สุดท้าย ก็ได้หนังสือมาประมาณนึง ซึ่งน้อยกว่าครั้งก่อนๆนิดหน่อย เพราะบางส่วนโหลดเป็น
 
e-book มาอ่านใน Kindle แล้ว
 
.
 
.
 
.
 
ตามนี้
 
 
 
- สังเกตว่าเด็กมัธยมมาเดินเยอะมากกกกกก
 
- บูธ a day ไม่มีวาสนาได้เข้าใกล้ เพราะสาวกมารุมล้อมเยอะมากก
 
  (ถ้าพี่โหน่งกับใบพัดไม่มาเจิมหนังสือ คนคงน้อยกว่านี้สักครึ่งนึงอะครับ)
 
- เช่นเดียวกับบูธ สยามอินเตอร์ฯ คนจะเยอะไปไหน
 
- เซเลปที่ได้เจอ ก็มี พี่โหน่ง, ใบพัด, หนุ่มเมืองจันทร์, ท่าน ว., อ.เฉลิมชัย,
 
  พระมหาสมปอง, กาละแม ฯลฯ เฮ้อ.. เยอะ!
 
 
 
- เห็นกระแส E-book เริ่มเบ่งบาน เพราะทั้ง AIS, B2S, Se-ed, Naiin ฯลฯ
 
  เกือบสิบเจ้ามาเปิดตัว แต่ส่วนใหญ่ file มันไม่ได้ support Kindle เท่าไหร่เลยอะ!
 
- แถม B2S หิ้ว Kindle Touch เข้ามาให้จองในราคา 6,000 แต่ที่เม'กา 3,000 เองนะ
 
  แล้วตลาด e-reader บ้านเรา มันจะโตได้ไง
 
- อ้อ แอบมีป้าหิ้วถุงใส่ลูกพรุนเป็นแพ๊ค มาเดิน direct sale ด้วยนะ ห่อละ 120
 
 
- ลืมซื้อ Hunter เล่ม 28! กะ Berserk เล่ม 36!

 
 
--------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
แถมอีกนิด เวปโหลดบิท ยังสมัครฟรีอยู่(ผมโหลด e-book บ่อย อิอิ)
 
 
 

edit @ 1 Apr 2012 19:48:27 by sengkaraoke

เอ่อ..
 
สวัสดีครับ
 
ยังมีใครเข้ามาอ่านอยู่ไหม 55555 Embarassed
 
.
 
.
 
.
 
ห่างหายไปนานมาก กลาย blog ร้างเลยทีเดียว เพราะไม่ค่อยมีเรื่องน่าสนใจมาอัพ
 
ประกอบกับมัวแต่เล่น FB (เหมือนจะเคยบอกไปแล้วนะ --")
 
แต่วันนี้กลับมาแล้ว เพราะอยากอวดหนังสือการ์ตูนเล่มใหม่ 555 Embarassed
 
นั่นคือ
 
.
 
.
 
 
 
Amazon Kindle Touch ตัวใหม่นั่นเองงงง! Wink
 
 
ส่วนสาเหตุที่ซื้อก็เพราะ..
 
 
 
 
อย่างที่เห็นนั่นแล เรียงกันลึกเข้าไปสามแถว และเป็นอย่างนี้ถึงสองตู้เชียว Foot in mouth
 
อยากจะอ่านเรื่องใหม่ๆกะเรื่องเก่าคลาสสิคหลายเรื่องใจจะขาด แต่ห้องอันคับแคบไม่มีที่เก็บ อนิจจา..
 
เลยจำเป็นต้องเข้าสู่ยุคดิจิตอล เก็บการ์ตูนใหม่ๆเข้า Harddisk แทน
 
 
 
 
entry นี้ไม่ได้ตั้งใจจะ review กันจริงจังนะครับ เพราะคนอื่นเค้าทำกันเยอะแล้ว
 
แค่จะอวดเฉยๆ อย่างที่บอกไป 555
 
 
เจ้า Kindle เนี่ย บ้านเราคนใช้กันน้อยเหลือเกิน เลยมีแต่เครื่องหิ้วราคาแพงหูดับ
 
ผมเลยฝากเพื่อนน้องที่อเมริกาหิ้วมาในราคา $100 บวกกับ case ของแท้อีก $30
 
ถือว่าโอเคเลย เมื่อเทียบกับราคาการ์ตูนที่โหลดมาแล้ว และกำลังจะโหลดในอนาคต
 
 
 
 
พอใส่ case ปกหนังแล้วก็จับถนัดมือขึ้น ดูไม่ต่างกะสมุดบันทึกเล่มนึงเลย
 
แม้จะทำให้หนักขึ้นพอสมควร
 
แอบนึกน้อยใจ ว่าไม่ค่อยมี case สวยๆให้เลือกเยอะเหมือน iPad Tongue out
 
 
 
 
สรุปว่าประทับใจกับขนาดที่พกพาง่าย, เบา แถมหน้าจอแบบ e-ink ยังอ่านสบายตามากๆ
 
แถมราคายังถูกกว่า iPad ถึง 6 เท่าเชียว Surprised
 
แต่ติดที่หน้าจอ 6" ดูจะเล็กไปนิด สำหรับการ์ตูน
 
บางเรื่องที่ตัวหนังสือเล็ก และเยอะ แถมดูท่าจะเล็กมากสำหรับ Pdf บางไฟล์ ซึ่งต้องหาวิธี
 
crop กันเอาเอง.. 
 
 
จะให้ขยับไปซื้อรุ่น DX ตัว top หน้าจอ 9.7"  ก็ไม่ไหวนะ เกือบ $300 แหนะ Foot in mouth
 
 
 
------------------------------------------------------------------------------------------------
 
.
 
.
 
.
 
 
 
อีกเรื่อง..
 
เร็วๆนี้บริษัทผมฟอร์มทีมฟุตบอลเฉพาะกิจ เพื่อดวลแข้งกับลูกค้าตามคำท้าทาย
 
ผลแพ้ชนะ น่ะไม่เท่าไหร่ แต่เสียใจที่ร่างกายตัวเองฟิตไม่พอ (ทั้งๆที่วิ่งเป็นประจำ)
 
ครึ่งเกมหลังก็วิ่งไม่ไหวซะแล้ว เมื่อย+น่วมไปทั้งตัว อนาจตัวเองมากๆ
 
เริ่มแก่แล้วนี่เอง 55555
 
.
 
.
 
.
 
 
ไอ้ตัวดีที่วิ่งไม่ไหว คือคนไหนลองเดากันดู  Kiss

edit @ 7 Mar 2012 21:04:11 by sengkaraoke

ยอดมนุษย์ทองแพง

posted on 18 Aug 2011 19:39 by sengkaraoke in cool
 
อาทิตย์ก่อนนู้นได้ของเล่นมาตัวนึงชื่อ CE
 
ผมมีหน้าที่เอามาโมเล่นเพื่อเอาไปโชว์ต่อในงานอะไรสักอย่าง
 
เจ้า CE ขาวโล้นก็หน้าตาประมาณนี้
 
 
 
มีเวลาจัดการประมาณ 4 วัน โดย criteria ที่วางไว้คร่าวๆคือ
 
1. โดดเด่นพอสมควร เวลาวาง display เทียบกับผลงานอื่นๆ
 
2. ใช้เวลา และฝีมือไม่นานมาก เพราะ skill ทางด้าน drawing และ painting ของผมต่ำจริงๆ
 
3. สะท้อนความเป็นตัวของตัวเองลงไปด้วย (ข้อนี้ยากสุด)
 
 
sketch ออกมาคร่าวๆหน้าตาประมาณนี้ concept คืออยากล้อกับสถานการณ์ที่
 
ราคาทองคำพุ่งพรวดเป็นประวัติการณ์ จากฝีมือของหมอนี่เอง!
 
 
 
ยอดมนุษย์ตัวนี้ชื่อว่า Gold Rush มีพลังพิเศษชื่อว่า Buy me if you can! คือสามารถ
 
ทำให้ทองคำมีราคาแพงขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ (สงสัยช่วงนี้จะเบ่งพลังมากไปหน่อย)
 
 
 
 
ออกมาก็ประมาณนี้ ทีแรกว่าจะเอาไปชุบทอง แต่ราคาค่อนข้างแพงและต้องใช้เวลา
 
หลายวันอยู่ สุดท้ายก็จับพ่นซะเลย ส่วนลายนิดๆหน่อยๆก็เขียนเอา
 
(คล้ายๆชุด Bruce Lee เลยเนอะ 555)
 
 
 
หน้าตากวน teen นิดๆเหมือนสะใจพวกที่รีบเทขายทองไปก่อนหน้านี้ และพวกที่
 
ไม่ได้ซื้อตันเอาไว้ (dark humor แบบนี้แหละ ผมชอบ)
 
 
 
วันส่งงานที่ Siam Center ลืมไปว่าต้อง paint อีกตัว ก็เลยมานั่งคิดสด paint สดที่นั่น
 
 
 
ออกมาประมาณนี้ อยากให้ดูเป็นสัตว์เลี้ยงคู่หูของ Gold Rush
 
 
สนใจรายละเอียดของ CE ก็ที่นี่เลย
 

แรงบันดาลใจ

posted on 11 Aug 2011 09:26 by sengkaraoke


คงเคยได้ข่าวกันมาบ้าง ว่าประเทศเราได้เสนอตัวเป็นผู้จัดงาน World Expo ปี 2020
 
ที่ จ.อยุธยา และมีการจัดการประกวดระดับชาติ ในการออกแบบ Logo และ Mascot
 
ของงานครั้งนี้ ชิงงานรางวัลนับแสนบาท
 
 
เมื่อประกาศผล เราจึงได้ผู้ชนะดังนี้
 
 
 
 
 
สวยดีทั้ง 2 แบบเลยใช่ไหมครับ เรื่องราวคงไม่มีอะไร ถ้าไม่มีผู้พบเห็นสิ่งผิดปกติ.. แบบนี้
 
 
 
 
.
 
.
 
.
 
 
 
 
เท่าที่ผมทราบ ผู้ชนะเลิศในครั้งนี้ เคยได้รางวัลจากการประกวดออกแบบ logo มาแล้ว
 
หลายต่อหลายครั้ง เช่นอันนี้
 
 
 
 
 
 
ณ วันนี้ ที่ post ผมไม่ทราบว่าเรื่องราวจะยุติที่ตรงไหน และที่สำคัญคือ เราได้เรียนรู้อะไร
 
จากจุดนี้บ้าง เข้าไปติดตามกันต่อได้ที่
 
 
 
 
ไม่รู้จะแสดงความคิดเห็นอะไร
นอกจากถอนหายใจยาวๆ เฮือกนึงครับ!

ซื้ออะไรดี

posted on 07 Aug 2011 18:06 by sengkaraoke
 
สวัสดีครับ
 
หายไปเกือบ 3 เดือน เพราะไปเล่น FB แต่ยังไม่ได้เลิกเขียนนะครับ!
 
.
 
.
 
.
 
 
เรื่องในวันนี้ก็สืบเนื่องจาก messege นึง ที่ผมได้รับใน FBจากพี่ที่สนิทกันและกำลังจะ
กลับจาก US มาอยู่ไทยเป็นการถาวร
 
" แชมป์มีคำถามครับ อาจจะเคยถามแล้ว แชมป์คิดว่ามีอะไรตอนนี้ที่น่าจะซื้อ
กลับไปเมืองไทยบ้าง เซ็งค่าเงินอยู่ ว่าจะซื้อเป็นของดีกว่า อะไรที่น่าซื้อไปขาย
หรือ ของอะไรที่เมืองไทยแพงน่าจะซื้อจากที่นี้ไป
  • มีเพื่อน ๆ ใครอยากได้ของอะไรจากที่นี้ไหมครับ "

 

ไหนๆจะตอบกลับทั้งที ก็เอาสิ่งที่เขียนมา post ลงใน entry นี้เลยดีกว่า 5555

 

--------------------------------------------------------------------------------------

 

น้าจะซื้ออะไรกลับมา แบ่งเป็น 2 เรื่องนะครับ คือซื้อมาขายกับซื้อมาใช้เอง

เริ่มจากซื้อมาขายก่อนดีกว่า จะซื้ออะไรมาขายดี ตอบยากครับ แต่อะไรที่ไม่น่า

ซื้อมาขายนี่เยอะ อาทิเช่น

1. พวก Gadget อย่าง ipad, iPhone เพราะเดี๋ยวนี้ราคาเมืองไทยพอๆกับที่ US แล้ว

แถมมีประกันศูนย์ให้ด้วย

2. พวกสินค้า Fashion เพราะมันมาเร็วไปเร็ว ปัญหาเรื่อง size ก็เยอะ ที่สำคัญคือ

Taste คนมันเดายาก บาง brand ที่บ้านเราฮิตๆอย่าง ZARA, Topshop, Uniqlo(ใกล้เปิดละ)

เวลา sale ส่วนใหญ่ก็ราคาพอๆกับที่ US ครับ

ฯลฯ

เพราะฉะนั้นน้ารับ Pre-order อะไรก็ได้ที่สั่งซื้อได้ทางเวปดีกว่าครับ เสี่ยงน้อยสุด

 

ผมเองเคยหิ้ว iKaraoke กลับมาหลายอัน ว่าจะลองขายดู แต่ไปๆมาๆดันแจกเพื่อนซะหมด 555

เจ๋งดีนะครับ แค่เสียบเจ้าเครื่องนี้เข้ากับ iPod, iPhone พอเปิดเพลง mp3 ขึ้นมา ก็สามารถ

ตัดเสียงร้องได้ทันที แถมเสียงที่เราร้องใส่ไมค์ ยังออกลำโพงด้วย เรียกว่าสามารถ

ร้องคาราโอเกะได้ทุกเพลง ทุกที่ ทุกเวลา ราคาไม่แพง

น้าจะลองสั่งมาขายดูก็ได้ครับ

 

 

ส่วนของที่ซื้อมาใช้เอง ก็พวกเสื้อผ้า, รองเท้า, สูท, กระเป๋า, นาฬิกา หรือยีนส์เจ๋งๆ

ของที่นั่นแหละครับ ซื้อมาตุนไว้ใช้ได้เลย เพราะ brand import ของบ้านเราบวกราคา

โอเวอร์จนซื้อไม่ไหวจริงๆ ส่วน iphone ถ้าอยากได้ ก็ซื้อถูกๆแบบมี contract แล้วชิ่ง

มา jailbreak บ้านเราก็ได้ไม่มีปัญหา

 

-------------------------------------------------------------------------------------

 

ส่วนตัวผมเองก็ฝากน้าเค้าหิ้วอะไรมาให้นิดหน่อย(ไว้ได้มาแล้วค่อยอวด)

ทั้งที่จริงๆอยากได้อีกเยอะมากกกก แต่เกรงใจ และที่สำคัญคือไม่มีตังค์ 55555

 

ใครมีไอเดียอะไร แชร์กันได้นะครับ

ขอบคุณครับ

edit @ 7 Aug 2011 19:31:13 by sengkaraoke

จอดจักรยานเหินเวหา

posted on 11 May 2011 09:13 by sengkaraoke in cool

เอางานเก่าๆมาให้ดูเล่นกันอีกแล้ว(เริ่มหมดมุขเขียน)
 
.
å
.
 
เป็นงานประกวดออกแบบที่จอดรถจักรยานของเกาหลีใต้ เมื่อปีที่ผ่านมา
 
โดยมีโจทย์คือ.. ทำอย่างไร ให้มันเข้ากับสภาพเมืองหลวงอย่างกรุงโซล
 
 
พอดีช่วงนั้นเพิ่งกลับมาจาก NY เลยว่างจัด ทำส่งไปขำๆ 2 แบบ
 
มาดูกัน
 
.
 
.
 
.
1. B Flower
 
ที่จอดจักรยานทั้ง 2 แบบ คำนึงถึงสภาพแวดล้อมที่แออัดยัดเยียดของเมืองหลวง
 
ดังนั้นจึงออกแบบด้วยแนวคิดที่ช่วยประหยัดพื้นที่ในการจอดแบบ Vertical Parking
 
หรือการจอดในแนวดิ่ง.. ซึ่งก็ไม่ใช่ไอเดียที่สดใหม่เท่าไหร่
 
 
ผมจึงเน้นไปที่รูปแบบที่ดูน่ารัก น่าใช้ และที่สำคัญคือต้อง practical
 
มีความเป็นไปได้ในการใช้งานจริง ประมาณว่าก็ไม่ได้เว่อร์อะไรมาก(จริงหรือ?)
 
 
วิธีใช้แสนง่าย เพียงจอดให้ล้อหน้าของจักรยานยึดกับตัวหนีบด้านหน้า
 
จากนั้นจึงอาศัยแรงเหวี่ยงจากน้ำหนักที่ถ่วงไว้อีกฝั่ง ช่วยยกจักรยานขึ้นอย่างเบาแรง
 
และตบท้ายด้วยการล็อคเพื่อกันขโมยไว้กับขอเกี่ยวด้านล่าง
 
 
หน้าตาชัดๆก็ประมาณนี้ คืออยากให้ดูเหมือนดอกไม้
 
เวลาวางในเมืองคงดูลั้นลา ชื่นตาชื่นใจดี
 
 
-------------------------------------------------------------------------------------
 
 
2. B Flower
 
ไอเดียนี้เกิดขึ้นหลังจากทำแบบแรกเสร็จแล้ว.. Foot in mouth และพบว่า
 
ยังมีจุดอ่อนอยู่หลายอย่าง แบบที่สองจึงยังคงแนวคิดเหมือนเดิมไว้
 
แต่ปรับเปลี่ยนรายละเอียดหลายอย่างให้ง่ายขึ้น
 
เพียงใช้ขอเกี่ยวล้อหน้าไว้ จากนั้นก็หมุนๆๆ เพื่อยกจักรยานให้จอดในแนวดิ่ง
 
โดยใช้ระบบรอกและเฟือง เป็นตัวช่วยผ่อนแรง เมื่อจอดแล้วน้ำหนักของจักรยาน
 
จะถูกถ่ายเทมายัง 2 จุดคือพื้นและตัวผนัง (ไม่ใช่แขวนไว้แบบลอยๆนะ)
 
 
รวมๆก็ยังเป็นดอกไม้น่ารักอยู่ แต่เป็นอีกพันธุ์ที่เลื้อยไปกับผนัง Cool
 
 
-----------------------------------------------------------------------------------------
 
ใช้เวลาขึ้นรูป 3D+render แบบละวัน จัดลง plate อีกวันเต็มๆ
 
สุดท้ายทำได้ดีที่สุดแค่เข้ารอบ shortlisted entries ในหมวด cycle infrastrusture
 
จากผลงานทั้งหมดกว่า 2,000 ชิ้น (รางวัลชนะเลิศมีชิ้นเดียว เขี้ยวเป็นบ้า)
 
 
หากสนใจ ท่านสามารถดูผลงานทั้งหมดได้ที่
 
http://www.designboom.com/contest/winner.php?contest_pk=33
 
.
 
.
 
.
 
 
 
ลองทายกันดูเล่นๆไหมครับว่างาน 1 ใน 2 ชิ้นข้างบน ชิ้นไหนกันที่เข้ารอบ
 
เดี๋ยวตอนหน้าจะมาเฉลยกัน..

กระดาษใบนึงจากญี่ปุ่น

posted on 25 Apr 2011 20:53 by sengkaraoke in cool
 
หายหน้าหายตาไปพักใหญ่ๆ ไม่ได้ไปไหนหรอกครับ
 
มัวแต่เล่น Facebook.. Foot in mouth
 
.
.
.
 
 
เมื่อเดือนก่อนมีกระดาษใบนึงส่งมาจากญี่ปุ่น
 
ก็ไม่ใช่อะไรพิเศษ
 
เป็นแค่ใบประกาศนียบัตรบอกว่าได้รางวัล จากงานชิ้นนึ่งที่ทำส่งไปตั้งแต่ปีที่แล้ว
 
 
 
 
งานประกวดนั้นมีชื่อว่า OPUS design award หรืองานประกวดออกแบบแว่นตาของญี่ปุ่น
 
ซึ่งจัดมาเป็นปีที่ 10 แล้วโดยแต่ละปี ก็มี theme ต่างกันออกไป แต่ปีนี้มาแปลก.. ให้คิด
 
theme เอง คือจะทำอะไรก็ทำมาเหอะ ขอให้มันโดนแล้วกัน
 
 
ต้องเข้าใจก่อนว่า OPUS เค้าเน้นงาน concept แรงๆไว้ก่อน ผมเลยสนองด้วยแนวคิดคือ
 
คนสมัยนี้มักจะขาดปฏิสัมพันธ์กับคนในสังคมจริงๆ แต่ดันไปอยู่กับสังคมเสมือน หรือ Social-
 
Network แทน นั่งข้างกันแท้ๆกลับไม่คุยกัน ดันไปนั่ง chat กับใครสักคนใน facebook ซะยังงั้น
 
 
 
 
แว่นนี้จึงช่วยลดช่องว่างดังกล่าว โดยจะแสดงข้อความที่เราเพิ่ง tweet หรืออะไรก็ตาม
 
ที่เพิ่ง post ไปบนขาแว่นจอ LED ซึ่งเจ้าแว่นนี่ก็ connect ด้วย Wi-Fi อีกที, ชาร์จไปได้ด้วย
 
(อย่าคิดมาก.. บอกแล้วว่างงาน concept)
 
 
งานนี้ไม่ได้รางวัล Award prize ซึ่งได้เงินและมี 5 รางวัล แต่ไปได้ Winner Prize แทน
 
คือไม่ได้เงิน ก็ไม่เป็นไร ทำไปขำๆ เพราะตอนนั้นว่าง 55 Embarassed
 
 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
 
 
หนังสือที่ได้มาจากงานสัปดาห์หนังสือครั้งที่ผ่านมา.. ตอนนี้อ่านไปเกินครึ่งแล้ว
 
 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
 
 
 
หลังจากหยุด shopping มาได้ 1 ปีก็สอยเรือนนี้มาทันที
 
รอเข้าพรรษานี้ก่อน ค่อยหยุดช้อปอีกรอบ อิอิ
 
.
 
.
 
 
นานๆจะอัพสักที มันก็มั่วๆยังงี้แหละครับ

edit @ 26 Apr 2011 09:34:11 by sengkaraoke