พาชม Chicago แบบรวบรัด(ไม่ตัดตอน)
posted on 07 May 2008 10:29 by sengkaraoke in onGoingสืบเนื่องจาก E-mail ที่เพิ่งได้รับฉบับนี้
จั๊วะ เปนไงบ้างวะเนี่ย เป็นหนุ่มนักเรียนนอกไปซะแล้ว
ก็ review ใน blog ของแกแต่ละอย่าง รู้สึกเหมือนว่าไปเรียนทำกับข้าวนะ ฝืมือใช้ได้ ในการผสม กับสรรหาวัตถุดิบ เยียม จิง ๆ
เลยเพิ่งรู้ว่าแก จิงๆ แล้วมี skill ทำอาหารใช้ได้เลย เมื่อมันจำเป็น 55...
แล้วนี่เปิดเทอมยัง ทำงานที่ร้านเป็นไงบ้าง ไว้เล่าไว้ใน blog นั่นแหละ แวะไปอ่านเรื่อย ๆ
อาทิตย์ก่อน
ไปทำงานที่ budapest, Hungary อยู่สองอาทิตย์ อากาศดี ตึกสวยนะเมืองนี้
พอดีไม่ได้ถ่ายอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ มากเหมือนกับนาย จริง ๆ แล้ว
อย่างที่บอก
กล้องมือถือมันมีประโยชน์ในการถ่ายพวกเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจริง ๆ
ประกอบกับประเทศนี้มันไม่ใช้ภาษาอังกฤษนะผู้คนข้างนอก ใช้ภาษา hungarian
เซ็งคับ graphic sign ก็ไม่มี
กับ services สุดห่วยแต่ก็ฮาดี ไม่ว่าจะเป็น
-
อย่างเช่นกูสงสัยว่าประตูนี้ออกไปได้หรือเปล่ามันมีภาษาของมันเขียนไว้
กูไม่แน่ใจ ถามมันไป สงสัยมันของตอบเป็นภาษาอังกฤษไม่ได้ มันชี้ที่ตา
ประมาณจะด่ากูว่า อ่านไม่ออกหรือไง เ้ค้าเขียนว่าห้ามเปิด กูจะรู้มั้ยวะ
-
คนประเทศนี้แม่งขอบกินน้ำใส่ gas ประมาณว่าโซดาเปล่า ถ้าจะกินน้ำจืด
ต้องฝาสีชมพู ถ้าน้ำโซดาฝาสีน้ำเงิน กูจะรู้มั้ย
มันบ้าจัดขนาดในที่ทำงานน้ำกด มันยังใส่ gas ....^^"
อีกหลายเรื่องเลย :)
ลุงหนวดค๊าบบ
http://jackvisa.hi5.com
หลังจากเข้าไปดูรูปใน Hi5 ของมัน ทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่า ยังไม่เคยนำรูปบรรยากาศโดยรวม
ของเมืองมาให้ชมสักที ประกอบกับอยากจะอวดไอ้ลุงหนวดมันด้วย
วันนี้จึงขอพาทุกท่านไปชม Chicago แบบรวบรัดครับ
Chicago ขึ้นชื่อมากในเรื่องบรรยากาศที่น่าอยู่ (ถ้าไม่นับอากาศที่เลวร้ายในฤดูหนาว
กับลมที่พัดแรงตลอดปี) โดยเฉพาะสถาปัตยกรรมที่นี่ดังมากๆ คุณจะเห็นเลยว่าบ้านช่อง
และตึกทุกหลังถูกคุมโทนไว้ให้เป็น theme เดียวกันทั้งหมด แม้แต่ตึกที่เพิ่งสร้างใหม่
มันจึงยังดูสวยงาม และ classic แม้จะผ่านเวลามานับร้อยปีแล้วก็ตาม
ถนนหนทางก็สะอาดสะอ้าน ไม่มีแผงลอย
แม้แต่ป้าย Advertising Board หรือ ป้ายหน้าร้าน จะติดกันทีก็ต้องขออนุญาตกันวุ่นวาย
ดังนั้นป้ายที่นี่จึงไม่รกเหมือน..
โดยรวมบ้านเรือนเค้าจึงดูสวยงาม เจริญหูเจริญตา
เนื่องด้วยความเป็นเมืองใหญ่ และี่มีระบบ Public transition ที่เพียบพร้อม Chicago จึงเสนอตัว
เป็น Candidate city สำหรับ Olympic games ปี 2016
ดังนั้นเราจะเห็น Ad แบบนี้ กระจายอยู่ทั่วเมือง
(ออกแบบมาได้สวยงามทีเดียว แต่คาดว่าเมื่อใช้จริงคงเปลี่ยนกันอีกรอบนึง)
เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองใหญ่ ก็ย่อมมีชุมชนย่อยๆของชนชาติอื่นที่มาตั้งรกรากอยู่เป็นธรรมดา
ทั้ง Argyle(Vietnam town ภาพบนนี้แหละ)- ที่มีข้าวของจาก Asian ขายเยอะ และของสดราคาถูก,
China Town, Korean Town, Mexican Town, South Side(โซนคนดำ)
แต่ไม่มี Thai town
เพราะเค้าว่าคนไทยอยู่ด้วยกันเยอะๆแล้วทะเลาะกันจึงอยู่ไม่ได้ ฟังแล้วเศร้าแฮะ
ส่วนแหล่งชอปปิ้งก็ต้องยกให้ Michigan St.ที่อยู่ใน Downtown นี่เอง มี Store ชั้นนำ
มาปักธงที่นี่มากมายทั้ง Prada, Burberry, Coach, Guess, Gap, H&M, Nike, Apple etc.
อีกทั้งยังมีห้างและ outlet อีกจำนวนนึง แต่ถ้าจะไปที่ๆมี outlet เยอะจริงๆ
ต้องเป็นแถบนอกเมืองครับ
อ้อเส้น S State(ใกล้ U ผมเอง) ก็มี store ให้ shopping เยอะเหมือนกัน
แต่ต้องบอกก่อนว่าเมืองนี้ Tax แพงจริงๆ
ซื้อของทั่วไป +tax 9.25% ถ้าร้านอาหาร +tax 10.25% บ้าไปแล้ว!
งาน Fine Art สวยๆ ดังๆ นี่มีตั้งกระจายอยู่ทั่วไปใน Downtown
แต่ที่เด่นที่สุด ต้องยกให้นี่
งาน Sculpture ขนาดมหึมาที่ตั้งอยู่ใจกลาง Millenium Park
เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อไม่กี่ปีนี้เอง เพื่อเป็น Landmark ใหม่ของเมือง(เข้าใจคิดเนอะ)
จริงๆแล้ว มันชื่อ Cloundgate ซึ่งนักออกแบบเอง คงตั้งใจให้มันดูคล้ายก้อนเมฆ
ที่โค้งลงมาเหมือนซุ้มประตู แต่ชาวเมืองคงเห็นว่ามันเหมือนถั่วมากกว่า
เลยตั้งชื่อเล่นใหม่ให้ว่า "the Bean"
ความพิเศษของงานชิ้นนี้คือ Finishing ที่มันวาวสุดๆ สะท้อนวิวได้รอบทิศ ดังนั้นมุมมอง
ความงามก็จะเปลี่ยนแปลงไปได้ตามสภาพแวดล้อม โอ้้!! และที่สำคัญคือ
มันมี Interactiveกับผู้คนมากๆ ใครมานี่จะชอบมาเล่นเงาสะท้อนที่ใต้ท้องของ The Bean ทั้งนั้น
พร้อมกับถ่ายรูปเงาสะท้อนไว้เป็นที่ระลึก
ถือว่าเป็นช้อตบังคับที่ว่าใครมาก็ต้องถ่ายเก็บไว้เลยทีเดียว
สุดท้ายนี้เป็นป้ายของ Chicago Theatre ซึ่งเป็นภาพที่ผมมักนึกถึงเป็นอันดับแรก
เมื่อนึกถึงเมืองนี้ เพราะอารมณ์มันได้จริงๆ(บอกไม่ถูกว่าเพราะอะไร)
นี่ถือว่าเป็นการตอบ Email ข้างต้นไปแล้วนะครับ มาถึงเรื่องส่วนตัวกันบ้าง
Ben&Jerry รส Cherry Garcia หลายๆคนคงเคยชิมกันแล้ว ไอศครีม cherry ที่แทรกด้วย
chocolate chip รสชาตหอมหวานสุดจะบรรยาย กัดเจอเนื้อ cherry เต็มๆทุกคำ
อยู่เมืองไทยขายแพงแสนแพง อยู่ที่นี่ต้องกินให้หนำใจ
นี่กลายเป็นประเพณีไปแล้วหรือ ว่าเรามักจะจบ Entry ด้วยของกิน!!
edit @ 9 May 2008 09:00:45 by sengkaraoke