สืบเนื่องจาก E-mail ที่เพิ่งได้รับฉบับนี้

 

จั๊วะ เปนไงบ้างวะเนี่ย เป็นหนุ่มนักเรียนนอกไปซะแล้ว
ก็ review ใน blog ของแกแต่ละอย่าง รู้สึกเหมือนว่าไปเรียนทำกับข้าวนะ ฝืมือใช้ได้ ในการผสม กับสรรหาวัตถุดิบ เยียม จิง ๆ
เลยเพิ่งรู้ว่าแก จิงๆ แล้วมี skill ทำอาหารใช้ได้เลย เมื่อมันจำเป็น 55...

แล้วนี่เปิดเทอมยัง ทำงานที่ร้านเป็นไงบ้าง ไว้เล่าไว้ใน blog นั่นแหละ แวะไปอ่านเรื่อย ๆ
อาทิตย์ก่อน ไปทำงานที่ budapest, Hungary อยู่สองอาทิตย์ อากาศดี ตึกสวยนะเมืองนี้ พอดีไม่ได้ถ่ายอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ มากเหมือนกับนาย จริง ๆ แล้ว
อย่างที่บอก กล้องมือถือมันมีประโยชน์ในการถ่ายพวกเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจริง ๆ ประกอบกับประเทศนี้มันไม่ใช้ภาษาอังกฤษนะผู้คนข้างนอก ใช้ภาษา hungarian เซ็งคับ graphic sign ก็ไม่มี
กับ services สุดห่วยแต่ก็ฮาดี ไม่ว่าจะเป็น
- อย่างเช่นกูสงสัยว่าประตูนี้ออกไปได้หรือเปล่ามันมีภาษาของมันเขียนไว้ กูไม่แน่ใจ ถามมันไป สงสัยมันของตอบเป็นภาษาอังกฤษไม่ได้ มันชี้ที่ตา ประมาณจะด่ากูว่า อ่านไม่ออกหรือไง เ้ค้าเขียนว่าห้ามเปิด กูจะรู้มั้ยวะ
- คนประเทศนี้แม่งขอบกินน้ำใส่ gas ประมาณว่าโซดาเปล่า ถ้าจะกินน้ำจืด ต้องฝาสีชมพู ถ้าน้ำโซดาฝาสีน้ำเงิน กูจะรู้มั้ย มันบ้าจัดขนาดในที่ทำงานน้ำกด มันยังใส่ gas ....^^"
อีกหลายเรื่องเลย :)

ลุงหนวดค๊าบบ
http://jackvisa.hi5.com

 

หลังจากเข้าไปดูรูปใน Hi5 ของมัน ทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่า ยังไม่เคยนำรูปบรรยากาศโดยรวม

ของเมืองมาให้ชมสักที ประกอบกับอยากจะอวดไอ้ลุงหนวดมันด้วย

 

วันนี้จึงขอพาทุกท่านไปชม Chicago แบบรวบรัดครับ

 

Chicago ขึ้นชื่อมากในเรื่องบรรยากาศที่น่าอยู่ (ถ้าไม่นับอากาศที่เลวร้ายในฤดูหนาว

กับลมที่พัดแรงตลอดปี) โดยเฉพาะสถาปัตยกรรมที่นี่ดังมากๆ คุณจะเห็นเลยว่าบ้านช่อง

และตึกทุกหลังถูกคุมโทนไว้ให้เป็น theme เดียวกันทั้งหมด แม้แต่ตึกที่เพิ่งสร้างใหม่

มันจึงยังดูสวยงาม และ classic แม้จะผ่านเวลามานับร้อยปีแล้วก็ตาม

 

ถนนหนทางก็สะอาดสะอ้าน ไม่มีแผงลอย

แม้แต่ป้าย Advertising Board หรือ ป้ายหน้าร้าน จะติดกันทีก็ต้องขออนุญาตกันวุ่นวาย

ดังนั้นป้ายที่นี่จึงไม่รกเหมือน..

โดยรวมบ้านเรือนเค้าจึงดูสวยงาม เจริญหูเจริญตา

 

เนื่องด้วยความเป็นเมืองใหญ่ และี่มีระบบ Public transition ที่เพียบพร้อม Chicago จึงเสนอตัว

เป็น Candidate city สำหรับ Olympic games ปี 2016

ดังนั้นเราจะเห็น Ad แบบนี้ กระจายอยู่ทั่วเมือง

(ออกแบบมาได้สวยงามทีเดียว แต่คาดว่าเมื่อใช้จริงคงเปลี่ยนกันอีกรอบนึง)

 

เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองใหญ่ ก็ย่อมมีชุมชนย่อยๆของชนชาติอื่นที่มาตั้งรกรากอยู่เป็นธรรมดา

ทั้ง Argyle(Vietnam town ภาพบนนี้แหละ)- ที่มีข้าวของจาก Asian ขายเยอะ และของสดราคาถูก,

China Town, Korean Town, Mexican Town, South Side(โซนคนดำ)

แต่ไม่มี Thai town

เพราะเค้าว่าคนไทยอยู่ด้วยกันเยอะๆแล้วทะเลาะกันจึงอยู่ไม่ได้ ฟังแล้วเศร้าแฮะ

 

ส่วนแหล่งชอปปิ้งก็ต้องยกให้ Michigan St.ที่อยู่ใน Downtown นี่เอง มี Store ชั้นนำ

มาปักธงที่นี่มากมายทั้ง Prada, Burberry, Coach, Guess, Gap, H&M, Nike, Apple etc.

อีกทั้งยังมีห้างและ outlet อีกจำนวนนึง แต่ถ้าจะไปที่ๆมี outlet เยอะจริงๆ

ต้องเป็นแถบนอกเมืองครับ

อ้อเส้น S State(ใกล้ U ผมเอง) ก็มี store ให้ shopping เยอะเหมือนกัน

แต่ต้องบอกก่อนว่าเมืองนี้ Tax แพงจริงๆ

ซื้อของทั่วไป +tax 9.25% ถ้าร้านอาหาร +tax 10.25% บ้าไปแล้ว!

 

งาน Fine Art สวยๆ ดังๆ นี่มีตั้งกระจายอยู่ทั่วไปใน Downtown

แต่ที่เด่นที่สุด ต้องยกให้นี่

งาน Sculpture ขนาดมหึมาที่ตั้งอยู่ใจกลาง Millenium Park

เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อไม่กี่ปีนี้เอง เพื่อเป็น Landmark ใหม่ของเมือง(เข้าใจคิดเนอะ)

จริงๆแล้ว มันชื่อ Cloundgate ซึ่งนักออกแบบเอง คงตั้งใจให้มันดูคล้ายก้อนเมฆ

ที่โค้งลงมาเหมือนซุ้มประตู แต่ชาวเมืองคงเห็นว่ามันเหมือนถั่วมากกว่า

เลยตั้งชื่อเล่นใหม่ให้ว่า "the Bean"

 

ความพิเศษของงานชิ้นนี้คือ Finishing ที่มันวาวสุดๆ สะท้อนวิวได้รอบทิศ ดังนั้นมุมมอง

ความงามก็จะเปลี่ยนแปลงไปได้ตามสภาพแวดล้อม โอ้้!! และที่สำคัญคือ

มันมี Interactiveกับผู้คนมากๆ ใครมานี่จะชอบมาเล่นเงาสะท้อนที่ใต้ท้องของ The Bean ทั้งนั้น

พร้อมกับถ่ายรูปเงาสะท้อนไว้เป็นที่ระลึก

ถือว่าเป็นช้อตบังคับที่ว่าใครมาก็ต้องถ่ายเก็บไว้เลยทีเดียว

 

สุดท้ายนี้เป็นป้ายของ Chicago Theatre ซึ่งเป็นภาพที่ผมมักนึกถึงเป็นอันดับแรก

เมื่อนึกถึงเมืองนี้ เพราะอารมณ์มันได้จริงๆ(บอกไม่ถูกว่าเพราะอะไร)

 

 

นี่ถือว่าเป็นการตอบ Email ข้างต้นไปแล้วนะครับ มาถึงเรื่องส่วนตัวกันบ้าง

 

Ben&Jerry รส Cherry Garcia หลายๆคนคงเคยชิมกันแล้ว ไอศครีม cherry ที่แทรกด้วย

chocolate chip รสชาตหอมหวานสุดจะบรรยาย กัดเจอเนื้อ cherry เต็มๆทุกคำ

อยู่เมืองไทยขายแพงแสนแพง อยู่ที่นี่ต้องกินให้หนำใจ

 

นี่กลายเป็นประเพณีไปแล้วหรือ ว่าเรามักจะจบ Entry ด้วยของกิน!!

edit @ 9 May 2008 09:00:45 by sengkaraoke

ม้อปสนามหลวง version mexican

posted on 05 May 2008 02:29 by sengkaraoke  in onGoing

May Day ที่ผ่านมาเป็นวันแรงงานสากล ยกเว้นอเมริกา(ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม)

แน่นอนว่าต้องมีม้อปเกิดขึ้นแน่ๆ โดยเฉพาะพวก Immigration Labor หรือแรงงานต่างด้าว

จาก Mexicoที่มาเรียกร้องสิทธิโน่นนี่

ผมเองไม่ใช่แรงงานต่างด้าว(แบบเต็มตัว แค่หลบๆทำ)

ก็ดันจับพลัดจับผลูหลงเข้าไปร่วมขบวนกับเค้าซะยังงั้น!

 

 

เดินสังเกตการณ์อยู่สักพักหนึ่ง จึงเริ่มรู้สีกว่าบรรยากาศหลายๆอย่างในการชุมนุมที่นี่

มันแทบไม่ต่างอะไรกับม้อปสนามหลวงบ้านเราเลยนี่หว่า

แค่ต่างกรรม ต่างวาระ ต่างรายละเอียดเท่านั้นเอง


สถานที่เกิดเหตุคือ บริเวณลานโล่งกว้างหน้า subway blue line เวลาบ่าย 3

คนหน้าตาแบบ Mexican หรือ Latin American มาชุมนุมกันเพียบ(ในข่าวว่าหลักพันคน)

ต่างคนก็ชูป้ายเรียกร้องสิทธิแรงงานต่างด้าว ทั้งภาษา English, Spanish หรือการ์ตูน มีหมด

สลับกับการแจกใบปลิว, ลงรายชื่อ(เริ่มคุ้นๆแล้วใช่ไหม)บรรยากาศชุลมุนวุ่นวายมาก

 

แผงหนังสือการเมืองก็มี ลุงคนขายที่ใส่หมวกนี่คุยเก่งเชียว

 

ของกินพวกแผงลอยนี่ก็ขาดไม่ได้อีกเช่นกัน ตั้งแต่ Hotdog แบบง่ายๆ, น้ำขวด

ไปจนถึงอาหาร Mexican หน้าตาแปลกๆ ที่แอบเนียนมาขาย(ปกติเค้าห้ามพวกแผงลอยครับ)

 

ไอติมแผงลอยที่ดูไม่น่ากินเอามากๆ(ก็เค้าขายพวก Laborนิ)

 

มีกลุ่มต่างๆ มาแจมด้วย บางพวกก็ใส่เสื้อเหมือนกันเป็นทีม ส่วนทีมนี้แต่งตัวแบบว่า

เพื่อมาเต้นระบำพื้นเมืองอะไรสักอย่าง แปลกดี

 

นักข่าว กับตำรวจมากันเพียบ ส่วน Highlight คือเวทีปราศัย ที่มีการพูดคุย

สลับกับการร้องเพลง Rap!!

น่าจะ rap เนื้อหาเกี่ยวกับอะไรสักอย่าง ฟังไม่ออก..

พอตกเย็นคนเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ เลยเผ่นกลับมาก่อนเพราะหิวข้าวแล้ว

 

ส่วนสาเหตุที่ผมมาอยู่แถวนั้นก็เพราะ..

Atrium mall คือ mall แถวนั้น มันมีร้านนึงที่ sale อยู่ เลยไปสอย Armani Code ชุดนี้มาซะ

ในราคาโดนใจ 35 เหรียญ!! จากปกติ 65(เฉพาะน้ำหอมอย่างเดียว 75 ml ก็ปาเข้าไป 55 เหรียญแล้ว)

แต่นี่ได้ Shower Gel กับ After shave มาด้วย แจ่มสุดๆ

 

ตั้งต้นว่าจะพาไปดูม้อป แต่วนมาเรื่องชอปปิ้งได้ไงเนี่ย!!

edit @ 5 May 2008 10:47:25 by sengkaraoke

Tag : My lunch ข้าวเที่ยงของข้า

posted on 02 May 2008 05:50 by sengkaraoke  in food

เพิ่งเคยได้รับ Tag ครั้งแรก

ส่งมาจาก http://whitemaples.exteen.com แอบตื่นเต้นเล็กน้อย

พอตั้งสติจึงนึกขึ้นได้ว่า ตั้งใจจะเขียนอยู่แล้วว่าบางวันผมเองก็ทำ Lunch box ไปกิน

ซึ่งจะทำบ้างไม่ทำบ้าง ก็ตามแต่ความขี้เกียจบงการ

 

หน้าตา Cafeteria หรือโรงอาหารของ U เป็นยังงี้

 

ที่ให้ดูไม่ใช่อะไรหรอก คือจะบอกว่าแต่ละโต๊ะมันใกล้กัน เตาไมโครเวฟที่เอาไว้อุ่นอาหาร

ก็ต้องแบ่งกันใช้ ดังนั้นผมจึงออกอาการประสาทเล็กน้อย กลัวว่าถ้าอาหารที่ทำเกิดไม่อร่อย

หรือหน้าตาไม่โสภา จะทำให้ประเทศไทยขายหน้าเอา

เวลาคิดจะทำ lunch box สักทีก็ต้องปราณีตกันนิดนึง เริ่มด้วย..

 

-ข้าวหน้าเนื้อเกาหลี

ไม่ยากมากแต่เสียเวลานิดนึง คือหมักเนื้อ slice กับ sauce เกาหลีที่ซื้อมากับ kikoman, น้ำมันหอย,

น้ำมันงา, หัวหอม ทิ้งไว้สักคืน ก็เอามาผัดพอ medium กะว่าเนื้อกำลังนุ่ม

หยิบมาวางเคียงกับข้าวญี่ปุ่นที่หุงไว้ หั่นผักประกอบเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหาร

โรยผงโรยข้าวอีกนิดนึงก็เป็นอันเสร็จพิธี

 

วัตถุดิบก็ประมาณนี้ หยิบจับอะไรในตู้เย็นได้มาเอามาทำ

 

ตอนรออุ่นอาหารหน้าเตาไมโครเวฟ ดันไปโม้กับสาวเกาหลีที่รออยู่ข้างหน้าว่า

ถึงไอจะเป็นคนไทยแต่ก็ทำอาหารเกาหลีเป็นนะ

เค้าก็งงๆถามว่า มันเกาหลียังไง ผมก็บอกว่าใช้ซอสเกาหลี มันก็ต้องเกาหลีสิ!

สุดท้ายก็ตัดสินด้วยการชิม สาวเกาหลียอมรับว่าอร่อย

แต่ยังไม่ยอมรับว่าเป็นอาหารเกาหลี(งงไหม)

ช่างมันเถอะ มาดูอีกเมนูนึงดีกว่า

 

บะหมี่ราดกระเพรากุ้ง และเนื้อสับ

ลวกบะหมี่ไข่ ราดด้วยผัดกระเพรากุ้ง(แช่แข็ง) กับเนื้อสับที่หมักไว้ ง่ายโคตร

กระแดะไปบอกเพื่อนบราซิลเสียด้วยว่าทำ Fusion food ไทย-จีน

แต่ยังไม่กล้าให้ชิม กลัวเผ็ดเกิน เดี๋ยวมันบ่นเอา

 

ตบท้ายด้วยของหวานเช่นเคย(ไม่ได้พกไปกินที่ U นะ)

Haagen-Dazs รสใหม่ที่ขอตั้งชื่อภาษาไทยว่า "รสทับทิมช้อคชิบ!"

คือมันช้อคจริงๆ ช้อคชิบ ไม่รู้ว่าคิดมาได้ยังไง แรกเห็นนี่จินตนาการถึงรสชาตไม่ออกจริงๆ

 

อืมมม รสหวานอมเปรี้ยวแบบ sherbet นำตามด้วยรสขมของช้อคโกแลตชิป

รู้สึกอร่อยอยู่สองคำก็วางช้อน เริ่มชัดเจนแล้วว่ามันไม่เข้ากัน ช้อคชิบ

แถมงงด้วยว่ามันมีรสทับทิมตรงไหนวะ แย่แล้ว เหลือบานเลย

ใครอยากลองชิมเชิญมาเอาไปได้เลยนะครับ!

edit @ 2 May 2008 08:02:05 by sengkaraoke

สายตามันอยู่ไม่สุกจริงๆ(2)

posted on 29 Apr 2008 05:49 by sengkaraoke  in oops

2)

อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่าเช้าๆผมชอบกิน Cereal

ไม่ใช่ว่าอร่อยอะไรนักหนา แต่เพราะมันง่าย แล้วก็อิ่มดี เลยกินซะอาทิตย์ละห้าวัน

ก็มีการแก้เลี่ยนบ้าง โดยการสลับยี่ห้อกินไปเรื่อยๆ(ทำได้แค่นั้นแหละ)

 

ส่วนนมที่ผมเทลงไปกินกับ Cereal นั้น ต้องเป็น Soy milk เท่านั้นครับ

เพราะตั้งแต่มาอยู่นี่ไม่รู้ดัดจริตอะไรขึ้นมา กินนมวัวแล้วท้องเสีย

ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าสนใจ ขนาดที่ต้องนำมาเล่าให้ฟังหรอก

เพราะความจริงแล้วอยากให้ดูนี่

 

ดูตัวอักษรบนแถบเขียวนะ "Shake Well and Buy Often"

หรือ "เขย่าก่อนดื่ม แล้วอย่าลืมซื้อบ่อยๆนะ"

ชอบอะ น่ารักดี อยากรู้ว่า ถ้าเอามาใช้บ้านเรา อย.จะให้ผ่านหรือเปล่า!

 

 

3)

CVS pharmacy เป็น discount store คล้ายๆ Watson บ้านเรา แต่ใหญ่กว่ามาก

มีสาขาเยอะ เด่นเรื่องยา และพวกสบู่ แชมพู

และเมื่อ CVS ออกสินค้า Housebrand ของตัวเอง ก็อารมณ์ประมาณ TESCO Lotus นั่นแหละครับ

คือทำยังไงก็ได้ให้หน้าตาคล้ายของชาวบ้านให้ได้มากที่สุด แต่ราคาถูกกว่า(น่าจะพอนึกออกแล้วนะ)


แชมพู CVS ที่ตั้งใจมากๆให้ดูเหมือน Head& Shoulder

แต่ที่เด็ดสุดคือนี่

 

เขียนไว้บนฉลากโต้งๆเลยว่า

"Compare to the active ingredients of Head & Shoulder Classic Clean"

บอกกันชัดๆบนฉลากเลยว่าส่วนผสมเดียวกับ Head & Shoulder สูตร Classic Clean

และที่สำคัญคือ มันวางอยู่ติดกันบน Shelf แถมราคาถูกกว่าตั้ง 2 เหรียญ!!

ท้าชนกันแบบตรงโคตรๆ

edit @ 29 Apr 2008 08:36:27 by sengkaraoke

สายตามันอยู่ไม่สุกจริงๆ(1)

posted on 25 Apr 2008 09:07 by sengkaraoke  in oops

มันเป็นโรคจิตชนิดหนึ่งจริงๆนะครับ กับอาการชอบอ่านโน่นอ่านนี่ไปเรื่อยของผมเนี่ย

อดไม่ได้ เห็นตัวอักษรเล็กๆน้อยๆนี่เป็นอ่านหมด

บางทีก็เจออะไรแปลกๆที่คาดไม่ถึงเหมือนกัน

เช่น...

 

 1)

ได้ยินมานานแล้วว่าเด็กอเมริกันชอบกิน Poptarts ซึ่งผมว่า มันไม่ใช่ของกินที่พิเศษอะไรนัก

ก็แค่ Cracker สอดไส้แยมผลไม้ แล้วก็มี Frosted หวานๆโรยด้านบน

แต่วิธีกินที่แปลกมานิดนึงคือ เมื่อแกะจากซองแล้วยังกินทันทีไม่ได้

ต้องเอาเข้าไปอบในเตาไมโครเวฟ หรือเครื่องปิ้งขนมปัง แป๊บนึงก่อน

เพราะถ้าไม่อบ รสชาตแป้งมันจะแปร่งๆ เหมือนไม่สุกอะ (เค้าว่ามายังงั้น ยังไม่เคยลอง)

 

หน้าตาออกมาก็อย่างที่เห็นนี่ กินตอนร้อนๆ อร่อยดีแต่ไส้หวานไปนิด

เป็นเมนูมื้อเช้าอีกอย่างนึงของผม แก้เลี่ยนจากการกินแต่ Cereal (ลองมาหลายแล้วตอนนี้)

ใครอยากชิมไปหาซื้อได้ตาม Supermarket ครับ ที่ไทยก็มี

 

เรื่องของเรื่องคือ ตอนแรกผมก็ไม่ค่อยเชื่อว่าเจ้าขนมแบบนี้มันจะฮิต

แต่พอไปดูบน shelf เห็นรสชาตที่ออกมาเยอะมากๆ ก็เริ่มลังเล และปักใจเชื่อว่ามันฮิตจริงๆ

ก็เมื่อ...

 

ดูเอาแล้วกันว่า

ขนาดเครื่องปิ้งขนมปังมันยังพิมพ์ Logo Poptarts ไว้เลย!!!

เพื่อบอกว่าถ้าจะ warm Poptarts ให้ตั้ง Temperature มาตรงนี้นะ

ไม่เคยเห็นปรากฎการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับขนมยี่ห้อไหนมาก่อน

ถึงได้เชื่อแล้วว่าฮิตจริงๆ!

 

ปล. ผมใช้เครื่องปิ้งขนมปังยี่ห้อ chefmate นะ เลยไม่แน่ใจว่ายี่ห้ออื่นมียังงี้หรือเปล่างะ

edit @ 25 Apr 2008 20:24:01 by sengkaraoke

ช่วงนี้ผมอาจไม่ได้อัพ blog ถี่เหมือนแต่ก่อน เพราะตั้งแต่เปิดเทอมมาภาระก็เยอะขึ้นมาก

ไหนจะการบ้านที่สั่งอย่างไม่ลืมหูลืมตา, งานที่ร้านอาหารที่ต้องทำทุก weekend, อาหารเย็น

ที่ทำกินเองทุกวัน(และอาหารกลางวันในบางวัน) และสุดท้ายคืองานออกแบบที่รับปากหลายๆคน

ว่าจะทำให้แต่ยังไม่มีเวลาสักที..

สรุปสั้นๆว่ายุ่งโคตร!

 

บ่นมาพอสมควร ขอวกเข้าเรื่องเลยแล้วกัน

ด้วยความมือซน เห็นอะไรผิดหูผิดตาเป็นต้องถ่ายรูปเก็บไว้ โดยเฉพาะอะไรแปลกๆนี่ชอบมาก

ตอนนี้กลายเป็นว่าแทบจะใช้กล้องมือถือ แทนกล้อง digital จริงๆไปแล้ว เพราะเจ้า K750i นี่

มันหยิบขึ้นมาถ่ายสะดวกจริงๆ คุณภาพก็โอ

เริ่มด้วย..

- ปั๊มน้ำมันเซเว่น อีเลเว่น

ถึงกับหายง่วง รีบหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายในทันที สถานที่เกิดเหตุคือชานเมืองระหว่างทางไป Westfield


- เครื่องหั่นกล้วย

กดลงไปตรงๆที่กล้วยของคุณ เพียงเท่านี้กล้วยจะถูกหั่นเป็นแว่นอย่างสวยงาม

 

- Pampers หมา

เป็นถาดพลาสติกอย่างดีรองด้วย แผ่น Pampers ขนาดยักษ์ ซึมซับได้มั่นใจสุดๆ

สำหรับสุนัขแสนรักของคุณ

 

-.... ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรอะ

เป็นบูธนวดหลัง ตั้งอยู่กลางห้างเลย หน้าตาที่นั่งนี่แบบว่า เหมือนเครื่องออกกำลังกายมากๆ

ดูท่าทางนั่งแล้วมันจะปวดหลังกว่าเดิมยังไงไม่รู้

 

- Steak Mickey Mouse

Steak แช่แข็งรูป Mickey Mouse ไม่ใช่เนื้อ Mickey Mouse!!!

รวมมิตรอาหารแดกด่วน

posted on 19 Apr 2008 07:10 by sengkaraoke  in food

ผมเป็นคนอยู่ง่าย แต่กินยากครับ

เลือกกิน เรื่องมาก ถ้าไม่ถูกปากก็ไม่กินซะยังงั้น นั่นคือเหตุผลที่ผมมักจะทำอาหารกินเองที่ Chicago

แต่หลายครั้งมันก็อดไม่ได้ที่จะลองชิมอาหารสามัญของคนที่นี่

นั่นคือพวก Junk food ทั้งหลายทั้งปวง ที่ฝรั่งเค้ากินกันเป็นปกติ

ส่วนคนไทยอย่างเรา ไปกินอย่างนั้นทุกมื้อก็ไม่ไหว เลี่ยนตาย

แต่ถ้านานๆกินสักที ถือว่าเปลี่ยนบรรยากาศก็พอไหว

 

เริ่มด้วย Hamburgur นี่แหละ basic มากๆ ขายแข่งกันหลายเจ้า แต่ได้ยินว่า Wendy's

ค่อนข้างขึ้นชื่อว่าอร่อย เลยขอลองสักที ของเค้าห่อมาในฟรอยด์ ดูแปลกตาดี

 

Hamburger ที่นี่ size ใหญ่โตมโหฬารเป็นเรื่องปกติครับ กินกันทีเลอะเทอะมากๆ

ของ Wendy's ก็เช่นกัน ใส้ในมีเนื้อย่างสี่เหลี่ยม 2 แผ่นใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์

กับชีสทะลักๆ รองด้วยแตงกวาดองตามสูตร อร่อยใช้ได้ แจ่มกว่า McDonald หลายขุม

 

ต่อกันด้วย Hamburger หน้าตาคล้าย Sandwich ของ Arby's ซึ่ง promote ว่าไส้ใน

ใช้ pepper beef ซึ่งจริงๆแล้วดูคล้ายเนื้อแผ่นบางๆนำมาต้มแล้วคลุกด้วยเครื่องเทศ

ก่อนนำมาพันทบไปทบมาหลายๆชั้นจนดูตู้มอย่างที่เห็น

 

ดูกันชัดๆ ชีสหนืดและทะลักมากๆ แต่รสชาตโดยรวมถือว่าเฉยๆ ขนมปังแห้งไปหน่อย

อีกอย่างคือ ผมดันทะลึ่งลองใส่ sauce แปลกๆลงไปอันนึง ซึ่งทำให้รสชาต drop ไปมาก เซ็งโคตร

 

คนอเมริกันเค้าบ้ากินโดนัทเอามากๆ ไปที่ไหนก็เจอ Dunkin Donuts แม้แต่ใน supermarket

ยังมีขายเพียบเลย ส่วนผมค่อนข้างเอียนกับของหวานๆ แบบนี้เลยเลี่ยงมาสั่ง Sandwich กินแทน

ในยามที่หันไปทางไหนก็เจอแต่ Dunkin และที่สำคัญคือ หิว!

 

Sandwich ที่สั่งมาเป็นแบบ flatbread คือแทนที่จะใช้ขนมปัง กลับใช้แป้งบางๆเหมือน pizza

ไปอบแทน กินตอนร้อนๆอร่อยดี ที่สั่งมาคือไส้ Turkey, Becon, Cheese ถึงจะบางแต่แผ่นใหญ่

อิ่มพอดีๆ

 

ไก่ทอด Popeye ก็เป็นอีกร้านนึงที่ผมเดินผ่านทุกวันก่อนลง Subway เมื่อมีโอกาส เลยขอลองสักที

ผลปรากฏว่า ไก่ทอด KFC บ้านเราชนะขาดครับ เพราะไก่ที่นี่เนื้อลีบมาก แห้ง รสชาตแป้งก็จืด

ขนาดสั่ง spicy แล้วนะ fried ก็ห่วย มีดีอย่างเดียวคือ Biscuit ก็ไอ้ขนมปังก้อนกลมๆที่เห็นนั่นแหละ

อร่อยมาก กรอบนอกนุ่มใน คล้ายๆขนมปังของ KFC ที่เคยขายในบ้านเราเมื่อนานมาแล้ว

คราวหลังไปจะสั่งแต่ Biscuit กลับมากินอย่างเดียว (มันจะเศร้าไหมนี่)

 

มากิน Fast food แบบจีนๆ กันมั่ง Oriental Express อยู่ฝั่งตรงข้าม U ผมเอง

ที่เห็นเป็นข้าวผัดอะไรสักอย่างกับไก่ทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน ร้านนี้เป็นอาหารจีนจำพวกผัด

แบบง่ายๆ ให้เยอะ ราคาประหยัด นานๆกินทีได้ กินบ่อยไม่ไหว เลี่ยน น้ำมันเยอะ

 

ตบท้ายด้วยของหวานไว้ล้างคอกัน ด้วยลูกอม Baskin Robbins รสชาตถอดแบบไอติมมาเปี๊ยบ

เอาไปแช่เย็นก่อน ค่อยอม ก็หอมๆอร่อยดี

ว่าแล้วก็เบื่อ..

ขอตัวไปทำกับข้าวกินก่อนนะครับ!

edit @ 19 Apr 2008 08:17:09 by sengkaraoke