ยอดมนุษย์ทองแพง

posted on 18 Aug 2011 19:39 by sengkaraoke  in cool
 
อาทิตย์ก่อนนู้นได้ของเล่นมาตัวนึงชื่อ CE
 
ผมมีหน้าที่เอามาโมเล่นเพื่อเอาไปโชว์ต่อในงานอะไรสักอย่าง
 
เจ้า CE ขาวโล้นก็หน้าตาประมาณนี้
 
 
 
มีเวลาจัดการประมาณ 4 วัน โดย criteria ที่วางไว้คร่าวๆคือ
 
1. โดดเด่นพอสมควร เวลาวาง display เทียบกับผลงานอื่นๆ
 
2. ใช้เวลา และฝีมือไม่นานมาก เพราะ skill ทางด้าน drawing และ painting ของผมต่ำจริงๆ
 
3. สะท้อนความเป็นตัวของตัวเองลงไปด้วย (ข้อนี้ยากสุด)
 
 
sketch ออกมาคร่าวๆหน้าตาประมาณนี้ concept คืออยากล้อกับสถานการณ์ที่
 
ราคาทองคำพุ่งพรวดเป็นประวัติการณ์ จากฝีมือของหมอนี่เอง!
 
 
 
ยอดมนุษย์ตัวนี้ชื่อว่า Gold Rush มีพลังพิเศษชื่อว่า Buy me if you can! คือสามารถ
 
ทำให้ทองคำมีราคาแพงขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ (สงสัยช่วงนี้จะเบ่งพลังมากไปหน่อย)
 
 
 
 
ออกมาก็ประมาณนี้ ทีแรกว่าจะเอาไปชุบทอง แต่ราคาค่อนข้างแพงและต้องใช้เวลา
 
หลายวันอยู่ สุดท้ายก็จับพ่นซะเลย ส่วนลายนิดๆหน่อยๆก็เขียนเอา
 
(คล้ายๆชุด Bruce Lee เลยเนอะ 555)
 
 
 
หน้าตากวน teen นิดๆเหมือนสะใจพวกที่รีบเทขายทองไปก่อนหน้านี้ และพวกที่
 
ไม่ได้ซื้อตันเอาไว้ (dark humor แบบนี้แหละ ผมชอบ)
 
 
 
วันส่งงานที่ Siam Center ลืมไปว่าต้อง paint อีกตัว ก็เลยมานั่งคิดสด paint สดที่นั่น
 
 
 
ออกมาประมาณนี้ อยากให้ดูเป็นสัตว์เลี้ยงคู่หูของ Gold Rush
 
 
สนใจรายละเอียดของ CE ก็ที่นี่เลย
 

แรงบันดาลใจ

posted on 11 Aug 2011 09:26 by sengkaraoke


คงเคยได้ข่าวกันมาบ้าง ว่าประเทศเราได้เสนอตัวเป็นผู้จัดงาน World Expo ปี 2020
 
ที่ จ.อยุธยา และมีการจัดการประกวดระดับชาติ ในการออกแบบ Logo และ Mascot
 
ของงานครั้งนี้ ชิงงานรางวัลนับแสนบาท
 
 
เมื่อประกาศผล เราจึงได้ผู้ชนะดังนี้
 
 
 
 
 
สวยดีทั้ง 2 แบบเลยใช่ไหมครับ เรื่องราวคงไม่มีอะไร ถ้าไม่มีผู้พบเห็นสิ่งผิดปกติ.. แบบนี้
 
 
 
 
.
 
.
 
.
 
 
 
 
เท่าที่ผมทราบ ผู้ชนะเลิศในครั้งนี้ เคยได้รางวัลจากการประกวดออกแบบ logo มาแล้ว
 
หลายต่อหลายครั้ง เช่นอันนี้
 
 
 
 
 
 
ณ วันนี้ ที่ post ผมไม่ทราบว่าเรื่องราวจะยุติที่ตรงไหน และที่สำคัญคือ เราได้เรียนรู้อะไร
 
จากจุดนี้บ้าง เข้าไปติดตามกันต่อได้ที่
 
 
 
 
ไม่รู้จะแสดงความคิดเห็นอะไร
นอกจากถอนหายใจยาวๆ เฮือกนึงครับ!

ซื้ออะไรดี

posted on 07 Aug 2011 18:06 by sengkaraoke
 
สวัสดีครับ
 
หายไปเกือบ 3 เดือน เพราะไปเล่น FB แต่ยังไม่ได้เลิกเขียนนะครับ!
 
.
 
.
 
.
 
 
เรื่องในวันนี้ก็สืบเนื่องจาก messege นึง ที่ผมได้รับใน FBจากพี่ที่สนิทกันและกำลังจะ
กลับจาก US มาอยู่ไทยเป็นการถาวร
 
" แชมป์มีคำถามครับ อาจจะเคยถามแล้ว แชมป์คิดว่ามีอะไรตอนนี้ที่น่าจะซื้อ
กลับไปเมืองไทยบ้าง เซ็งค่าเงินอยู่ ว่าจะซื้อเป็นของดีกว่า อะไรที่น่าซื้อไปขาย
หรือ ของอะไรที่เมืองไทยแพงน่าจะซื้อจากที่นี้ไป
  • มีเพื่อน ๆ ใครอยากได้ของอะไรจากที่นี้ไหมครับ "

 

ไหนๆจะตอบกลับทั้งที ก็เอาสิ่งที่เขียนมา post ลงใน entry นี้เลยดีกว่า 5555

 

--------------------------------------------------------------------------------------

 

น้าจะซื้ออะไรกลับมา แบ่งเป็น 2 เรื่องนะครับ คือซื้อมาขายกับซื้อมาใช้เอง

เริ่มจากซื้อมาขายก่อนดีกว่า จะซื้ออะไรมาขายดี ตอบยากครับ แต่อะไรที่ไม่น่า

ซื้อมาขายนี่เยอะ อาทิเช่น

1. พวก Gadget อย่าง ipad, iPhone เพราะเดี๋ยวนี้ราคาเมืองไทยพอๆกับที่ US แล้ว

แถมมีประกันศูนย์ให้ด้วย

2. พวกสินค้า Fashion เพราะมันมาเร็วไปเร็ว ปัญหาเรื่อง size ก็เยอะ ที่สำคัญคือ

Taste คนมันเดายาก บาง brand ที่บ้านเราฮิตๆอย่าง ZARA, Topshop, Uniqlo(ใกล้เปิดละ)

เวลา sale ส่วนใหญ่ก็ราคาพอๆกับที่ US ครับ

ฯลฯ

เพราะฉะนั้นน้ารับ Pre-order อะไรก็ได้ที่สั่งซื้อได้ทางเวปดีกว่าครับ เสี่ยงน้อยสุด

 

ผมเองเคยหิ้ว iKaraoke กลับมาหลายอัน ว่าจะลองขายดู แต่ไปๆมาๆดันแจกเพื่อนซะหมด 555

เจ๋งดีนะครับ แค่เสียบเจ้าเครื่องนี้เข้ากับ iPod, iPhone พอเปิดเพลง mp3 ขึ้นมา ก็สามารถ

ตัดเสียงร้องได้ทันที แถมเสียงที่เราร้องใส่ไมค์ ยังออกลำโพงด้วย เรียกว่าสามารถ

ร้องคาราโอเกะได้ทุกเพลง ทุกที่ ทุกเวลา ราคาไม่แพง

น้าจะลองสั่งมาขายดูก็ได้ครับ

 

 

ส่วนของที่ซื้อมาใช้เอง ก็พวกเสื้อผ้า, รองเท้า, สูท, กระเป๋า, นาฬิกา หรือยีนส์เจ๋งๆ

ของที่นั่นแหละครับ ซื้อมาตุนไว้ใช้ได้เลย เพราะ brand import ของบ้านเราบวกราคา

โอเวอร์จนซื้อไม่ไหวจริงๆ ส่วน iphone ถ้าอยากได้ ก็ซื้อถูกๆแบบมี contract แล้วชิ่ง

มา jailbreak บ้านเราก็ได้ไม่มีปัญหา

 

-------------------------------------------------------------------------------------

 

ส่วนตัวผมเองก็ฝากน้าเค้าหิ้วอะไรมาให้นิดหน่อย(ไว้ได้มาแล้วค่อยอวด)

ทั้งที่จริงๆอยากได้อีกเยอะมากกกก แต่เกรงใจ และที่สำคัญคือไม่มีตังค์ 55555

 

ใครมีไอเดียอะไร แชร์กันได้นะครับ

ขอบคุณครับ

edit @ 7 Aug 2011 19:31:13 by sengkaraoke

จอดจักรยานเหินเวหา

posted on 11 May 2011 09:13 by sengkaraoke  in cool

เอางานเก่าๆมาให้ดูเล่นกันอีกแล้ว(เริ่มหมดมุขเขียน)
 
.
å
.
 
เป็นงานประกวดออกแบบที่จอดรถจักรยานของเกาหลีใต้ เมื่อปีที่ผ่านมา
 
โดยมีโจทย์คือ.. ทำอย่างไร ให้มันเข้ากับสภาพเมืองหลวงอย่างกรุงโซล
 
 
พอดีช่วงนั้นเพิ่งกลับมาจาก NY เลยว่างจัด ทำส่งไปขำๆ 2 แบบ
 
มาดูกัน
 
.
 
.
 
.
1. B Flower
 
ที่จอดจักรยานทั้ง 2 แบบ คำนึงถึงสภาพแวดล้อมที่แออัดยัดเยียดของเมืองหลวง
 
ดังนั้นจึงออกแบบด้วยแนวคิดที่ช่วยประหยัดพื้นที่ในการจอดแบบ Vertical Parking
 
หรือการจอดในแนวดิ่ง.. ซึ่งก็ไม่ใช่ไอเดียที่สดใหม่เท่าไหร่
 
 
ผมจึงเน้นไปที่รูปแบบที่ดูน่ารัก น่าใช้ และที่สำคัญคือต้อง practical
 
มีความเป็นไปได้ในการใช้งานจริง ประมาณว่าก็ไม่ได้เว่อร์อะไรมาก(จริงหรือ?)
 
 
วิธีใช้แสนง่าย เพียงจอดให้ล้อหน้าของจักรยานยึดกับตัวหนีบด้านหน้า
 
จากนั้นจึงอาศัยแรงเหวี่ยงจากน้ำหนักที่ถ่วงไว้อีกฝั่ง ช่วยยกจักรยานขึ้นอย่างเบาแรง
 
และตบท้ายด้วยการล็อคเพื่อกันขโมยไว้กับขอเกี่ยวด้านล่าง
 
 
หน้าตาชัดๆก็ประมาณนี้ คืออยากให้ดูเหมือนดอกไม้
 
เวลาวางในเมืองคงดูลั้นลา ชื่นตาชื่นใจดี
 
 
-------------------------------------------------------------------------------------
 
 
2. B Flower
 
ไอเดียนี้เกิดขึ้นหลังจากทำแบบแรกเสร็จแล้ว.. Foot in mouth และพบว่า
 
ยังมีจุดอ่อนอยู่หลายอย่าง แบบที่สองจึงยังคงแนวคิดเหมือนเดิมไว้
 
แต่ปรับเปลี่ยนรายละเอียดหลายอย่างให้ง่ายขึ้น
 
เพียงใช้ขอเกี่ยวล้อหน้าไว้ จากนั้นก็หมุนๆๆ เพื่อยกจักรยานให้จอดในแนวดิ่ง
 
โดยใช้ระบบรอกและเฟือง เป็นตัวช่วยผ่อนแรง เมื่อจอดแล้วน้ำหนักของจักรยาน
 
จะถูกถ่ายเทมายัง 2 จุดคือพื้นและตัวผนัง (ไม่ใช่แขวนไว้แบบลอยๆนะ)
 
 
รวมๆก็ยังเป็นดอกไม้น่ารักอยู่ แต่เป็นอีกพันธุ์ที่เลื้อยไปกับผนัง Cool
 
 
-----------------------------------------------------------------------------------------
 
ใช้เวลาขึ้นรูป 3D+render แบบละวัน จัดลง plate อีกวันเต็มๆ
 
สุดท้ายทำได้ดีที่สุดแค่เข้ารอบ shortlisted entries ในหมวด cycle infrastrusture
 
จากผลงานทั้งหมดกว่า 2,000 ชิ้น (รางวัลชนะเลิศมีชิ้นเดียว เขี้ยวเป็นบ้า)
 
 
หากสนใจ ท่านสามารถดูผลงานทั้งหมดได้ที่
 
http://www.designboom.com/contest/winner.php?contest_pk=33
 
.
 
.
 
.
 
 
 
ลองทายกันดูเล่นๆไหมครับว่างาน 1 ใน 2 ชิ้นข้างบน ชิ้นไหนกันที่เข้ารอบ
 
เดี๋ยวตอนหน้าจะมาเฉลยกัน..

กระดาษใบนึงจากญี่ปุ่น

posted on 25 Apr 2011 20:53 by sengkaraoke  in cool
 
หายหน้าหายตาไปพักใหญ่ๆ ไม่ได้ไปไหนหรอกครับ
 
มัวแต่เล่น Facebook.. Foot in mouth
 
.
.
.
 
 
เมื่อเดือนก่อนมีกระดาษใบนึงส่งมาจากญี่ปุ่น
 
ก็ไม่ใช่อะไรพิเศษ
 
เป็นแค่ใบประกาศนียบัตรบอกว่าได้รางวัล จากงานชิ้นนึ่งที่ทำส่งไปตั้งแต่ปีที่แล้ว
 
 
 
 
งานประกวดนั้นมีชื่อว่า OPUS design award หรืองานประกวดออกแบบแว่นตาของญี่ปุ่น
 
ซึ่งจัดมาเป็นปีที่ 10 แล้วโดยแต่ละปี ก็มี theme ต่างกันออกไป แต่ปีนี้มาแปลก.. ให้คิด
 
theme เอง คือจะทำอะไรก็ทำมาเหอะ ขอให้มันโดนแล้วกัน
 
 
ต้องเข้าใจก่อนว่า OPUS เค้าเน้นงาน concept แรงๆไว้ก่อน ผมเลยสนองด้วยแนวคิดคือ
 
คนสมัยนี้มักจะขาดปฏิสัมพันธ์กับคนในสังคมจริงๆ แต่ดันไปอยู่กับสังคมเสมือน หรือ Social-
 
Network แทน นั่งข้างกันแท้ๆกลับไม่คุยกัน ดันไปนั่ง chat กับใครสักคนใน facebook ซะยังงั้น
 
 
 
 
แว่นนี้จึงช่วยลดช่องว่างดังกล่าว โดยจะแสดงข้อความที่เราเพิ่ง tweet หรืออะไรก็ตาม
 
ที่เพิ่ง post ไปบนขาแว่นจอ LED ซึ่งเจ้าแว่นนี่ก็ connect ด้วย Wi-Fi อีกที, ชาร์จไปได้ด้วย
 
(อย่าคิดมาก.. บอกแล้วว่างงาน concept)
 
 
งานนี้ไม่ได้รางวัล Award prize ซึ่งได้เงินและมี 5 รางวัล แต่ไปได้ Winner Prize แทน
 
คือไม่ได้เงิน ก็ไม่เป็นไร ทำไปขำๆ เพราะตอนนั้นว่าง 55 Embarassed
 
 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
 
 
หนังสือที่ได้มาจากงานสัปดาห์หนังสือครั้งที่ผ่านมา.. ตอนนี้อ่านไปเกินครึ่งแล้ว
 
 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
 
 
 
หลังจากหยุด shopping มาได้ 1 ปีก็สอยเรือนนี้มาทันที
 
รอเข้าพรรษานี้ก่อน ค่อยหยุดช้อปอีกรอบ อิอิ
 
.
 
.
 
 
นานๆจะอัพสักที มันก็มั่วๆยังงี้แหละครับ

edit @ 26 Apr 2011 09:34:11 by sengkaraoke

สวย เสียงดี ค่าตัวแพง

posted on 07 Mar 2011 09:24 by sengkaraoke  in cool

สวัสดีครับ
 
นานๆจะมีงานมาให้ชมกันสักที
 
งานประกวดออกแบบโปสเตอร์ระดับโลก เพื่อฉลองครบรอบ 10 ปีของเครื่องเสียง Tivoli Audio
 
ของอเมริกาซึ่งขึ้นชื่อนักเรื่อง Table Radio ระดับ Hi-end เสียงดี รูปแบบ classic โดยโจทก์วางไว้
 
กว้างๆแค่ต้องมี logo ที่กำหนดให้ และมีรูปเครื่องเสียง Tivoli Model 10 ก็พอ
 
 
 
ผมออกแบบด้วยแนวคิดคือ Celebration โดยนำข้อมูล product ของ Tivoli มาลากเชื่อมโยงกัน
 
สะท้อนไปมาคล้ายไปคลื่นเสียง+ริบบิ้น+พลุ กลายเป็น Data Visual ชิ้นหนึ่งที่มีความ abstarct
 
หรือดูไม่รู้เรื่องนั่นเอง 555 เพราะเราอยากให้เป็นเหมือนงาน Fine art ไม่ใช่งานขายของ
 
(ช่างต่างจากชีวิตจริงเสียนี่กระไร Tongue out)
 
 
รางวัลที่ 1 นอกจากจะรับทรัพย์แล้ว ผลงานยังได้ปรากฏโฉมโดดเด่นบน Billboard ย่าน
 
Time Square ใน New York ถิ่นเก่าให้เป็นเกียรติประวัติแห่วงศ์ตระกูล ซึ่งรูปที่ท่านเห็นด้านบนนี้
 
เป็นเพียงจินตนาการ เพราะความจริงผมได้เพียง
 
รางวัล Best of Country โดยเปรียบเสมือนรางวัลปลอบใจนั่นเอง Tongue out
 
 
ท่านสามารถดูผลงานเกือบทั้งหมดได้ที่
 
 
อยู่ล่างๆครับ (แอบไม่ชอบงานที่ 1 อย่างแรง ไม่ได้ริษยาจริงๆนะ)
 
 
------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
 
มาถึงรางวัลที่ได้มาบ้าง เป็นเจ้าเครื่องเสียง Tivoli Model 10 ที่วางอยู่บนโปสเตอร์
 
ซึ่งได้รับจากตัวแทนจำหน่ายในบ้านเรา คือ บ.มหาจักรฯ นั่นเอง ขอบคุณครับ
 
 
 
เห็นตัวเล็กๆอย่างนี้ เพราะเป็น Table Radio คือเน้นฟังคลื่นวิทยุเป็นหลักว่างั้น
 
เป็นลำโพง iphone ได้นิดหน่อย  อ้อ!เกือบลืมเป็นนาฬิกาปลุกได้อีก
 
ราคาเกือบหมื่นเชียวนะ Sealed ทำเป็นเล่น
 
 
 
 
คุณภาพเสียงดีสมราคาคุย การประกอบเนี้ยบกริ๊บ ส่วนงานอออกแบบก็สวยงามคลาสสิก
 
ขึ้นชื่ออยู่แล้ว(แต่รุ่นนี้แอบ modern ไปหน่อย) วางประดับไว้ในห้องก็น่ารักดี จริงๆเค้าส่ง
 
มาให้เลือกเกือบ 10 สี แต่เลือกสี Aluminium Silver อย่างที่เห็น
 
เพราะมันดูแพงสมราคาดี! Cry

วันวานยังหวานอยู่

posted on 06 Feb 2011 19:02 by sengkaraoke  in nostalgia
 
 
ช่วงนี้ทั้งงานทั้งชีวิตมันยุ่งๆหรืออย่างไรไม่ทราบ
 
เลยเกิดคิดถึงความหลังขึ้นมาเฉยๆ ทั้งช่วงที่อยู่ NY, ตอนบวช, ตอนเรียนม.ปลาย
 
โดยเฉพาะตอนเรียนถา'ปัด อยู่ลาดกระบัง!
 
 
 
บ้านที่เช่าอยู่กับเพื่อตอนเรียน อยู่กันหลายชีวิต บรรยากาศอบอุ่น แถมเถื่อนใช้ได้
 
 
 
 
งานโปรเจควิชา ID ตอนปี 5 ของงานกลุ่มเพื่อน รู้สึกจะออกแบบ playzone ของเด็ก
 
ตอนส่งเลยต้องทำโมเดลย่อสเกลลง รูปนี้ถ่ายตอนเช้าๆเพราะไม่ได้นอน!
 
 
 
 
บูธขายกาแฟ ใน concept รถตุ๊กๆ สำหรับขายบนสถานีรถไฟฟ้า(งงไหม?)
 
ลงทุนทำโมเดลกระทั่งรั้ว BTS เกินหน้าเกินตาเพื่อนมากกก
 
 
 
ตระเวณเดินถ่ายเล่นๆกับงานที่สะดุดตาระหว่างรอ present งานกับอาจารย์
 
ชิ้นนี้เหมือนเป็นของเล่นอะไรสักอย่าง ไม่รู้ว่าเล่นยังไง แต่น่ารักดี
 
 
 
 
อันนี้บูธขายแมลงทอด โดยนำรูปแบบของหนอนชาเขียวมาใช้ (ตอนนั้นกำลังฮิต)
 
อลังการงานสร้าง ชิ้นใหญ่มาก โปรดเทียบกับกล่องเครื่องมือข้างๆ
 
 
 
บูธขายเกาลัคคั่วในสไตล์ Modern Chinese ทำตั้งแต่ Branding, Package ไปจนถึงบูธ
 
ใหม่หมด อ.บอกว่าโดยรวมโอเค แต่ไอ้ส่วนลายจีนข้างๆมันผลิตยากไป
 
งานกลุ่มผมเองครับ
 
 
 
 
บรรยากาศตอน present งานก็ประมาณนี้ ช่วงนั้น Thesis ก็แทบจะเอาตัวไม่รอด ยังต้องมาทำ
 
โปรเจค ID อีก เล่นเอาหัวปั่นกันเลยทีเดียว
 
ไอ้สีชมพูเล็กๆนั้นคือ เครื่องเล่นที่ให้เด็กเข้าไปวิ่งเล่นข้างในวงล้อ คล้ายๆหนูถีบจักร
 
ข้างในบุนวมหลากสีเพื่อความปลอดภัย ทำออกมาจริงคงสนุกดี
 
.
 
.
 
.
 
 
 
หลังจากส่งโปรเจคแล้ว สภาพของบ้านเช่าก็เป็นเช่นนี้
 
 
เอวัง..